SCGDจ่อปรับราคาขาย5% ดีมานด์ทรงตัวQ2ฟอร์มหรู
#SCGD #ทันหุ้น – SCGD จ่อปรับราคาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่ม 3-5% หลังต้นทุนพลังงานพุ่ง เปรย Q2/2569 ผลงานคล้าย Q1/2569 หนุนจากดีมานด์ทรงตัว โดยมีโครงการก่อสร้างยังคงต้องพัฒนาให้แล้วเสร็จหนุน พร้อมเดินหน้าทุ่มงบ 1.6 พันล้านบาท เสริมกำลังผลิต พ่วงปรับโมเดลไลน์ผลิตรวมศูนย์ หวังช่วยบริหารต้นทุนให้ดียิ่งขึ้น ด้านโบรกเกอร์ แนะสอย เป้าหมาย 6.00 บาท
นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ผู้นำธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปรับราคาขายสินค้าในกลุ่มโปรดักต์ต่างๆ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3-5% หลังทิศทางราคาพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซ LNG ปรับตัวขึ้น 20-40% (ต้นทุนพลังงานคิดเป็นราว 30-40% ของกระบวนการผลิต) และน่าจะเริ่มในไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
*แย้ม Q2 ฟอร์มหรู
ขณะที่แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/2569 บริษัทคาดว่ารายได้น่าจะออกมาใกล้เคียงไตรมาส 1/2569 ที่ราว 5.55 พันล้านบาท เพราะความต้องการ (ดีมานด์) วัสดุก่อสร้างยังมีทิศทางทรงตัว ผลมาจากโครงการจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้แล้วเสร็จ
นอกจากนี่ บริษัทมีแผนทุ่มเงินลงทุนราว 1.6 พันล้านบาท รองรับการปรับปรุงและเพิ่มศักยภาพการผลิตทั้งในเวียดนามและไทยให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากสถานการณ์สภาวะความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานไปทั่วโลก
โดยในส่วนงบราว 660 ล้านบาท นั้นจะใช้ในโครงการปรับปรุงเทคโนโลยีและเครื่องจักรพร้อมระบบ Automation เพื่อขยายกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain) ของบริษัท PRIME Pho Yen Joint Stock Company (Pho Yen) ประเทศเวียดนาม Pho Yen ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PRIME Group Joint Stock Company (PRIME) บริษัทย่อยที่ SCGD ถือหุ้นทั้งหมด
โดยจะลงทุนปรับเปลี่ยนสายการผลิตจากกระเบื้องเซรามิกขนาด 6 ล้านตารางเมตรต่อปี เป็นสายการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนขนาด 6.6 ล้านตารางเมตรต่อปี ที่โรงงาน Pho Yen ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม กำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2570หวังตอบสนองความต้องการกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนที่เพิ่มขึ้นในตลาดประเทศเวียดนามและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ รวมถึงในอาเซียนอีกทางหนึ่ง
*รวมศูนย์สายการผลิต
พร้อมกันนีัยังจะมีการใช้เงินลงทุนอีกราว 957 ล้านบาท ในการโครงการรวมศูนย์สายการผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลน และลงทุนติดตั้งสายการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนใหม่พร้อมระบบ Automation ในประเทศไทย ใน บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGCE (บริษัทย่อยที่ SCGD ถือหุ้น 99%)ซึ่งใช้แหล่งเงินทุนภายใน SCGD กำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2570
“ตัวเลขงบลงทุนรวมทั้งปี 2569 นั้นเราไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงและยังอยู่ที่ราว 2.5 พันล้านบาท แต่ปีนี้เราจะชะลอโครงการกรีนฟิลด์เวียดนามใต้ โดยลงทุนภาคเหนือของเวียดนามแทน รวมทั้งศูนย์โรงงานในประเทศให้เหลือ 2 โรงงาน จากเดิม 4 โรงงาน คาดลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลง 16-20%, ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตและการบริหาร, เพิ่ม Productivity, เพิ่มกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนที่มีความหลากหลาย และมีขนาดใหญ่ขึ้น ตลอดจนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการรองรับและบริหารจัดการเรื่องพลังงานในระยะยาว บริษัทมีแนวทางขยายฐานพลังงานทางเลือกให้มากขึ้น เช่น การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) โดยวางเป้าปี 2573 เพิ่มเป็น 15% จากปัจจุบันราว 13.6% และชีวมวล (Biomass) วางเป้าปี 2573 เพิ่มเป็น 46% จากปัจจุบัน 25% เพื่อทำให้ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย
*แกร่งอนาคต 6 บ.
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” SCGD ให้ราคาเป้าหมาย 6.00 บาท หลังบริษัทมีกำไรสุทธิแข็งแกร่งในไตรมาส 1/2569 จำนวน 246 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ การบริหารต้นทุนและผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าและทันท่วงทีของ SCGD อีกทั้งฝ่ายวิเคราะห์มองการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออกของเวียดนามจะช่วยชดเชยต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นได้เป็นอย่างดี