สมาร์ทโฟน-ไอที ดึงกลยุทธ์ 'มัลติแบรนด์' หวังขยายฐานลูกค้า
กลยุทธ์มัลติแบรนด์ กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญสำหรับกลุ่มบริษัทสมาร์ทโฟน และสินค้าไอทีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องมือที่สร้างข้อได้เปรียบให้เหนือกว่าแบรนด์คู่แข่ง ยังทำให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากขึ้น
‘BBK Electronics’ บริษัทสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน ที่สร้างแบรนด์ลูกขึ้นมาเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย มีสินค้าตั้งแต่ระดับไฮเอ็นไปจนถึงราคาประหยัด เริ่มที่แบรนด์ ‘OPPO’ สมาร์ทโฟนที่ขึ้นชื่อเรื่องกล้องสวย เจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง
‘Vivo’ เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสมาร์ทโฟนสเปกแน่น เน้นที่ระบบฮาร์ดแวร์ ‘OnePlus’ สมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาให้สเปกเครื่องสูง หวังตีตลาดกลุ่มผู้ใช้ไฮเอ็นแต่ราคาย่อมเยาลงมา
แบรนด์น้องใหม่อย่าง ‘Realme’ ที่เข้ามาเดินเกมในตลาดสมาร์ทโฟนไม่ถึง 2 ปี แต่กลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด
นับแค่ยอดขายในไทยเมื่อปีก่อนก็ทะลุ 15 ล้านเครื่องไปแล้ว ครองใจกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการสมาร์ทโฟนสเปกดี แต่ราคาเอื้อมถึงได้
‘Transsion Holding’ บริษัทสมาร์ทโฟนจากแดนจีน ที่เริ่มบุกตลาดสมาร์ทโฟนในแอฟริกา และได้ส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 30% ก่อนที่จะส่งสมาร์ทโฟนแบรนด์ลูก 2 แบรนด์อย่าง อินฟินิกซ์ และเทคโนโมบาย ลงตลาดไทยอย่างจริงจังเมื่อปี 2561
โดย อินฟินิกซ์ เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกพัฒนาขึ้นให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกด้าน ๆ เน้นแบตอึด ราคาคุ้ม กล้องสวย มีปากกาสำหรับจดบันทึก และล่าสุดหันไปจับกลุ่มผู้บริโภคสายฮาร์ดคอที่ใช้งานสมาร์ทโฟนหนัก ๆ และสายเกมเมอร์ หวังจับกระแสตลาดเกมที่เติบโต เพื่อกระตุ้นตลาดและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
ฝั่งเทคโนโมบาย เลือกเดินเกมการตลาดแบบ‘ป่าล้อมเมือง’ เริ่มจากเจาะกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดผ่านตัวแทนจำหน่ายในแต่ละภูมิภาค แล้วค่อยขยับเข้ามาในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ หวังกินรวบกลุ่มผู้บริโภคตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงกลุ่มผู้สูงวัย มาพร้อมกับกลยุทธ์การตั้งราคาที่ต่ำ เหมาะกับกำลังซื้อของคนไทย
มาถึงสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอย่าง ‘หัวเว่ย’ ที่ส่งแบรนด์ลูก ‘ออเนอร์’ เข้ามาชิงเค้กในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง ชูกลยุทธ์ทำการตลาดแบบออนไลน์ แบ่งสินค้าออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ V Series, N Series, X Series และ Lite Series โฟกัสกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสมาร์ทโฟนคุณภาพดี ราคาระดับกลางไปจนถึงราคาประหยัด
ด้านเสี่ยวหมี่ ก็ไม่น้อยหน้า ส่งแบรนด์ลูกอย่าง ‘POCOPHONE’ ที่แยกตัวออกมา เพื่อเน้นสร้างสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพการใช้งานสูง พร้อมใส่เทคโนโลยีที่ออกแบบมาโดยเฉพาะอย่าง LiquidCool ลดความร้อนให้เครื่อง สามารถใช้งานได้นาน คงทน เร็วและแรงขึ้น ล่าสุดก็หันไปตีตลาดกลุ่มผู้บริโภคคอเกมเช่นเดียวกับอินฟินิกซ์ หวังเข้าถึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ฟากเจ้าพ่อสินค้าไอที ‘เอเซอร์’ ที่แตกแบรนด์เป็น ‘Predator’ โน๊ตบุ๊กที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ดีไซน์สวย และมีระบบประมวลผลที่เร็วและแรง อีกแบรนด์คือ ‘Concept-D’ โน๊ตบุ๊กที่เจาะกลุ่มครีเอเทอร์และสายกราฟิก รับกระแสดิจิทัลคอนเทนต์ที่กำลังบูมขึ้นทุกวัน
ส่วน ‘เลอโนโว’ ก็หันมาลุยตลาดพีซีและโน๊ตบุ๊กเกมมิ่ง แตกซับแบรนด์ใหม่‘ลิเจียน’ ที่ออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพทรงพลัง รองรับการเล่นเกมทุกประเภท หวังเจาะตลาดกลุ่มเกมเมอร์มืออาชีพ ตอบรับตลาดเกมและอีสปอร์ตที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง