โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เร่งเดินหน้าผุดนิคมใน EEC หลังเว้นวรรคมานาน 4 เดือน

77kaoded

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 11.20 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - ผู้พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เร่งรัดเดินหน้าผุดนิคมฯ ในพื้นที่ EEC ต่อเนื่องหลังเว้นวรรคทิ้งช่วงระยะห่างทางสังคมมานานถึงกว่า 4 เดือนเต็มในช่วงสถานการณ์ภาวะโรคติดเชื้อโควิด19 ระบาด พร้อมระดมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบพื้นที่ ในรัศมี 5 กม.เป็นครั้งที่ 3 แบบเหมารวมในวันเดียว 4 เวทีรวดทั้ง 14 ตำบล

วันที่ 23 ก.ค.63 เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอบางปะกง และที่อาคารเอนกประสงค์ อบต.เขาดิน สองฝั่งลำน้ำบางปะกง ใน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา บริษัทดับเบิ้ลพีแลนด์ ผู้ดำเนินการจัดตั้งโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทคซิตี้ ในพื้นที่ ต.เขาดิน จำนวน 1,235.55 ไร่ ได้เร่งทำการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแบบคู่ขนานพร้อมกันรวม 4 เวทีภายในวันเดียว

ฟังเสียงคนพื้นที่

โดยได้แบ่งการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเป็นแบบรอบเช้าและรอบบ่ายแห่งละ 2 รอบ รวม 4 เวที เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่โดยรอบโครงการในรัศมี 5 กม. รวม 14 ตำบลใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บางปะกง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และ อ.พานทอง จ.ชลบุรี นำไปประกอบการจัดทำรายงานการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการ โดยมีประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมรับฟังเวทีละประมาณ 400-500 คน

เร่งจัดคู่ขนาน 2 เวทีพร้อมกัน

โดย น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการฯ กล่าวว่า เดิมทางบริษัทได้มีกำหนดการที่จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนมาตั้งเมื่อวันที่ 16 มี.ค.63 แต่เนื่องจากในขณะนั้นได้มีสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จึงได้เลื่อนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นออกมาเป็นระยะเวลานานถึงกว่า 4 เดือนเต็มแล้ว

ระดมรับฟังความเห็น 4 เวที

ในวันนี้จึงได้เริ่มดำเนินโครงการต่อเนื่อง ด้วยการจัดเวทีขึ้นพร้อมกันในวันเดียวรวม 2 แห่งแบ่งเป็น 4 ครั้ง เพื่อรักษาระยะห่างทางสังคมตามข้อกำหนดด้านสาธารณสุข ก่อนที่จะรวบรวมนำไปใช้ในรายงานให้แก่ทาง สำนักงานนโยบายและแผน (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบการพิจารณาอนุมัติให้มีการจัดตั้งโครงการต่อไป

ฟังเสียงคนในพื้นที่

โดยหากโครงการผ่านการพิจารณาแล้ว จะสามารถดำเนินโครงการได้ในระยะเวลาประมาณ 2 ปี ก่อนที่ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใน 10 อุตสาหกรรมหลักตามนโยบายของรับบาล จะสามารถเข้ามาดำเนินกิจการในพื้นที่ได้ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และมีนโยบายในการพัฒนาเชิงพื้นที่ การลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ กำหนดเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ที่ตั้งโครงการ

เพื่อพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ให้เกิดการลงทุนในธุรกิจที่มีรายได้สูง และการลงทุนที่มีเทคโนโลยีระดับสูง สามารถแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคและระดับโลกได้ จึงต้องการให้ใช้พื้นที่เป็นพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาดำเนินการ ซึ่งคาดว่ายังต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกกว่า 4-5 ปี อุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า จึงจะสามารถเข้ามาก่อตั้งในพื้นที่ และเริ่มดำเนินการผลิตได้

น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา

การระดมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การเร่งรัดที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว เนื่องจากโครงการมีความล่าช้ามานานมากแล้ว จากสถานการณ์ที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้นดังกล่าว น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกันในเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ ได้มีผู้ส่งคำถามเข้ามาซักถามยังผู้ดำเนินรายการ ทั้งปัญหาด้านการจราจรที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการจัดตั้งนิคมฯ เนื่องจากเส้นทางเดิมนั้นเป็นเพียงทางคู่ขนานถนนมอเตอร์เวย์ (สาย 7) ซึ่งมีความคับแคบ และหวั่นเกรงในเรื่องของผลกระทบทางด้านมลภาวะ ทั้งน้ำเสีย เสียง และอากาศ รวมถึงการกำจัดขยะกากของเสียจากอุตสาหกรรม

ปชช.ร่วมเวทีกว่าสี่ร้อยคน

โดยที่ผู้ดำเนินรายการได้ตอบข้อซักถามต่างๆ ว่า ทางผู้จัดตั้งโครงการและวิศวกรโครงการ ได้มีการคำนึงถึงผลกระทบในด้านต่างๆ ไว้ในขั้นสูงสุดแล้ว ซึ่งปัญหาผลกระทบที่ผู้ซักถามหวั่นเกรงว่าจะเกิดขึ้นนั้น ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว เช่น การจัดตั้งสถานีตรวจวัดค่ามลพิษ คุณภาพอากาศ การบำบัดน้ำเสียให้อยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่ามาตรฐานของกรมชลประทานกำหนดไว้ การจัดตั้งสถานีตรวจวัดเสียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการจัดตั้งแนวป้องกันน้ำท่วม

อุตสาหกรรมใหม่

ส่วนปัญหาด้านการจราจร ทางโครงการได้รับอนุญาตให้ทำการขยายเส้นทางเดิมจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจรจากกรมทางหลวงแล้ว ซึ่งจะมีการดำเนินการต่อไป หลังจากโครงการได้รับการอนุมัติผ่านทุกขั้นตอนแล้ว และสำหรับการกำจัดของเสียจากกากอุตสาหกรรมนั้น ในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนนั้น มีกากของเสียน้อยมาก

พื้นที่ตั้งโครงการ

อีกทั้งแบตเตอรี่เก่าหลังจากหมดอายุการใช้งานถอดเปลี่ยนออกจากรถยนต์แล้ว ยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ และหากมีของเสียที่จำเป็นจะต้องนำไปกำจัดทิ้งบางส่วนนั้น ทางนิคมอุตสาหกรรมได้มีการเตรียมการว่าจ้างบริษัทผู้ได้รับอนุญาตให้รับกำจัดของเสียจากภาคอุตสาหกรรม เข้ามาดำเนินการนำไปกำจัดด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

พร้อมเปิดรับฟังปัญหาแบบไตรภาคี

ซึ่งกระบวนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ได้เตรียมที่จะจัดให้มีคณะกรรมการไตรภาคี ทั้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชนในพื้นที่ และผู้ประกอบการเป็นคณะกรรมการเข้าตรวจสอบร่วมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...