โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผ 9 หุ้นพื้นฐานดี-ปันผลโดดเด่น, กลยุทธ์ลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 15 ก.ค. 2563 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 04.29 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด : บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้แนะนำ 9 หุ้นพื้นฐานดีและปันผลโดดเด่น ให้นักลงทุนพิจารณาประกอบการตัดสินใจการลงทุน พร้อมกลยุทธ์การลงทุน 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ ได้คัดเลือก 9 หุ้นพื้นฐานดีและปันผลเด่นประกอบด้วย 

 1.AP - คาด Dividend Yield ปี 63F ไว้ที่ 4% (ในภาวะการณ์ปกติ 6% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 7.20 บาท จุดเด่น คือ ครอบคลุมฐานลูกค้าทั้งแนวราบ และแนวสูง ฐานะการเงินแข็งแกร่งผู้บริหารมีประสบการณ์สูง และมีความรู้ด้านการเงินมาก เชื่อว่าจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้

          

2. BTS - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 2-3% (ในภาวะการณ์ปกติ 5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 12.80 บาท ธุรกิจมีความมั่นคง มีโอกาสเติบโตจากการได้เส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง และมีเงินลงทุนที่ดี

          

3. DRT - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 4-5% (ในภาวะการณ์ปกติ 6-7%) ราคาพื้นฐาน 6 บาท บริษัทมีการเติบโตของกำไรที่ดี ซึ่งมาจากส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น และมาร์จิ้นแข็งแกร่ง โดยหลักมาจากธุรกิจอิฐมวลเบาที่ทำกำไรได้ดีขึ้น ฐานะการเงินดี จ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอ 

          

4. INTUCH - คาด Dividend Yield ปี 63F ไว้ที่ 4% (ในภาวะการณ์ปกติประมาณ 4.5-5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 64 บาท โดยมูลค่าหุ้นเกือบทั้งหมดมาจากการถือหุ้น ADVANC 40.45% (เราเลือก INTUCH เพราะให้ Dividend Yield สูงกว่า ADVANC ประมาณ 1% ต่อปี)

          

5. HANA - คาด Dividend Yield ปี 63F ไว้ที่ 2.5-3.0% (ในภาวะการณ์ปกติ 4-5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 30 บาท จุดเด่น คือ ผลิตชิ้นส่วนฯที่ใช้กับสมาร์ทโฟน ซึ่งมีความต้องการซื้ออยู่สม่ำเสมอในยุค New Normal ไม่มีหนี้ ฐานะเป็นเงินสดสุทธิราว 10 บาท/หุ้น

          

6. PTT - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 3-3.5% (ในภาวะการณ์ปกติ 5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 45 บาท จุดเด่น คือ เป็นผู้ประกอบการพลังงานครบวงจร โครงสร้างผู้ถือหุ้นแข็งแกร่ง มีปัจจัยกระตุ้นจากการจะนำบริษัทย่อย  คือ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ

          

7. RJH - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 3-4%  (ในภาวะการณ์ปกติ 4-5%) ราคาพื้นฐาน 28 บาท เราชอบที่โรงพยาบาลเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มีฐานคนไข้ประกันสังคมที่แข็งแกร่งในพื้นที่จ.อยุธยา โรงพยาบาลมี Economy of scale ดีขึ้นเรื่อยๆ และในปีนี้มีรายได้จากตรวจโควิด-19 เข้ามาช่วยเสริมด้วย 

          

8. SC - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 4-5% (ในภาวะการณ์ปกติ 7-8% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 2.49 บาท บริษัทมีความมั่นคงในฐานะการเงินและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ธุรกิจไปได้ดี สามารถประคองตัวได้ในช่วงวิกฤต และมี Valuation จูงใจ ณ ราคาหุ้นปัจจุบันมี P/E ปี 63F ที่ 5 เท่า และ P/BV ต่ำเพียง 0.5 เท่า 

          

9. TISCO - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 4% (ในภาวะการณ์ปกติ 7-8% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 87 บาท ความน่าสนใจ คือ บริหารงานอย่างอนุรักษ์นิยม เน้นดูแลคุณภาพสินทรัพย์ มีสำรองฯสูง เงินกองทุนแข็งแกร่ง และมี ROE สูงที่ 18-19% 

--หุ้นปันผลสูงที่ดีเป็นอย่างไร? 

          

1) ธุรกิจมั่นคง มีเสถียรภาพ เติบโตได้ใน New Normal, 2) ฐานะการเงินแข็งแกร่ง หนี้สินสุทธิไม่สูง หรือเป็นเงินสดสุทธิ, 3) ไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก, 4) บริหารงานอย่างโปร่งใส และผุ้บริหารมีวิสัยทัศน์ สามารถนำพาธุรกิจให้เดินหน้าไปได้ในระยะยาว และ 5) จ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานที่แท้จริง ไม่ได้กู้เงินมาจ่ายปันผลสูงๆ 

--อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) = เงินปันผลจ่าย / กำไรสุทธิ

          

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) = เงินปันผลต่อหุ้น / ราคาหุ้น โดยปกติบริษัทจดทะเบียนจะกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลเอาไว้อยู่แล้ว เช่น จ่ายไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ เป็นต้น รวมถึงอาจมีนโยบายด้วยว่าจะจ่ายปันผลปีละกี่ครั้ง เช่น ทุกไตรมาส, ปีละ 2 ครั้ง, ปีละ 1 ครั้ง ขึ้นกับลักษณะธุรกิจ ความเสถียรของกระแสเงินสดในแต่ละไตรมาส และฐานะทางการเงินของบริษัท  

ข้อดีของการมีหุ้นปันผลดีไว้ในพอร์ต หลักๆ คือ 

          

1) ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ แม้ในยามวิกฤตและตลาดผันผวนที่ทำให้พอร์ตมี Capital Loss มากจนขายหุ้นไม่ได้เพราะติดสูง ฯลฯ ซึ่งอย่างน้อยก็ได้รับเงินปันผลเข้ามาเป็นระยะ

          

2) ลดความเสี่ยงพอร์ต เพราะหุ้นปันผลบางตัวมีค่า Beta ต่ำมากจริงๆ เพราะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในช่วงตลาดหุ้นซบเซา ขณะเดียวกันคนที่มีหุ้นก็กอดเอาไว้เพื่อรับปันผล 

**กลยุทธ์ลงทุน

จังหวะในการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเราต้อง Set สมการของตัวเองไว้ว่าเราต้องการอะไรจากหุ้นปันผล…สมมติว่าเราตั้งหลักโดยใช้มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเป็นตัวตั้ง (ซึ่งต้องมั่นใจว่าราคาพื้นฐานที่เราจะใช้อ้างอิงเป็นราคาที่มีความน่าเชื่อถือ) และคาดหวัง Capital Gain 10% ดังนั้น ราคาหุ้นที่เราจะซื้อก็ต้องมี Upside จากราคาที่จะซื้อไม่ต่ำกว่า 10% เมื่อบวกกับ Dividend Yield ที่จะได้รับก็จะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่คาดหวังราว 13-18% เป็นต้น

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SAAPP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_newsTwitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...