บลจ.กสิกรไทย มอง SET ปลายปี 1,300-1,340 จุด แนะลงทุน ‘K-VALUE’ รับมือตลาดผันผวน
บลจ.กสิกรไทย มองตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในอีก 6 เดือนข้างหน้า หลังความเสี่ยงขาลงลดลงจาก GDP ที่ดีขึ้น และนโยบายรัฐบาลที่ช่วยกระตุ้นตลาด คาดดัชนี SET ปลายปีจะอยู่ที่ 1,300–1,340 จุด แนะนำ 'กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล' (K-VALUE) เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการปรับพอร์ตในช่วงตลาดผันผวน
30 กันยายน 2568 นายวิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วง 6 เดือนข้างหน้า มองว่าเศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพ ความเสี่ยงด้านขาลงลดลงจากการฟื้นตัวของ GDP และสัญญาณการปรับประมาณการกำไรที่แตะระดับต่ำสุด ขณะที่ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตระยะยาว แต่การสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ทั้งการผ่อนคลายทางการเงินและการเบิกจ่ายงบประมาณ ช่วยกระตุ้นตลาด และคาดว่าดัชนี SET ปลายปีจะอยู่ที่ 1,300–1,340 จุด
"นักลงทุนที่ต้องการปรับพอร์ตในช่วงความผันผวน ควรพิจารณาเปลี่ยนจากกองทุนหุ้นทั่วไปมาลงทุนใน K-VALUE ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ช่วยเสริมความมั่นคงให้พอร์ต พร้อมเริ่มลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย หรือผู้แทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุน K-VALUE เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาผลตอบแทนปันผลสม่ำเสมอ พร้อมความมั่นคงระยะยาว ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและสร้างรายได้ต่อเนื่องให้ผู้ลงทุนอย่างยั่งยืน" นายวิน กล่าว
ทั้งนี้บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำ กองทุนเปิดเค หุ้นปันปันผล หรือ K-VALUE เป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพในการบริหารพอร์ตการลงทุนหุ้นไทยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกองทุนดังกล่าวมีแนวทางการลงทุนที่เน้นคัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผอย่างสม่ำเสมอและสูงกว่าคำเฉลี่ยของตลาด พร้อมให้ความสำคัญกับกับคุณภาพของผลประกอบการและความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่ลงทุน เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดความเสียงจากความผันผวนในระยะยาว
กองทุน K-VALUE เป็นกองทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นไทยชั้นนำซึ่งมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการบริหารจัดการที่ดำนึงถึงความผันผวนที่ต่ำกว่าในภาวะตลาดขาลง (Downside Resilience) เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา กองทุน K-VALUE มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 6.2% ซึ่งสูงสูงกว่าเฉลี่ยของดัชนี SET Index ที่อยู่ที่ 4.1% อีกทั้งยังมีผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังที่โดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มกองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
โดยกองทุนได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมืออาชีพ (ที่มา: Mormingstar วันที่ 31 กรกรกภาคม 2568)
สำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหาแนวทางในการปรับพอร์ตการลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอน การเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนหุ้นไทยทั่วไปสู่กองทุน K-VAL.UE ถือเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุน