รู้จัก ‘เซอร์กิต เบรกเกอร์’ มาตรการสุดท้ายสกัดหุ้นดิ่งพสุธา ย้อนรอย 6 ครั้งประวัติศาสตร์
รู้จัก ‘เซอร์กิต เบรกเกอร์’ มาตรการสุดท้ายสกัดหุ้นดิ่งพสุธา ย้อนรอย 6 ครั้งประวัติศาสตร์
จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สหรัฐร่วมกับอิสราเอล สู้รบกับอิหร่าน ทำให้สินทรัพย์ต่างๆ เกิดความผันผวนอย่างหนักทั้งทอง โลหะมีค่า (เงิน) พันธบัตร ดอลลาร์ น้ำมัน คริปโทเคอร์รินซี ทอง และหุ้น
โดยเฉพาะหุ้นไทยที่ขณะนี้กำลังเผชิญความผันผวนอย่างหนัก ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนีราคาหุ้น (SET Index) ที่เห็นแรงเทขายรุนแรงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) จำต้องงัดมาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ Circuit Breaker Level 1) หรือหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว มาใช้เพื่อชะลอความผันผวนหลังจากก่อนปิดตลาดในภาคเช้า หุ้นดิ่งไป 117.52 จุด
เซอร์กิต เบรกเกอร์ คืออะไร?
เซอร์กิต เบรกเกอร์ คือ เครื่องมือสำคัญที่ ตลท. นำมาใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพของระบบการซื้อขาย ซึ่งการหยุดพักการซื้อขายเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารตกผลึกและให้นักลงทุนได้มีเวลา “ตั้งสติ” ก่อนตัดสินใจลงทุนต่อ
เปิดเกณฑ์ใหม่ 3 ระดับ คุมเข้มความผันผวน
ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2563 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ Circuit Breaker จากเดิมที่มีเพียง 2 ระดับ ให้กลายเป็น 3 ระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับความผันผวนที่รวดเร็วและรุนแรงในโลกการเงินยุคใหม่ โดยเริ่มใช้เป็นการถาวรตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2563 เป็นต้นมา
โดยทั้ง 3 ระดับ มีรายละเอียด ดังนี้
ระดับที่ 1 : เมื่อดัชนี SET Index ลดลง 8% ของดัชนีปิดวันทำการก่อนหน้า
มาตรการ : พักการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 30 นาที
ระดับที่ 2 : เมื่อดัชนีลดลงถึง 15% ของดัชนีปิดวันทำการก่อนหน้า
มาตรการ : พักการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 30 นาที
ระดับที่ 3 : เมื่อดัชนีลดลงถึง 20% ของดัชนีปิดวันทำการก่อนหน้า
มาตรการ : พักการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
เงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนควรรู้
ภายหลังจากใช้มาตรการในระดับที่ 3 แล้ว ตลาดจะเปิดให้ซื้อขายต่อไปจนถึงเวลาปิดทำการปกติ (16.30 น.) โดยจะไม่มีการหยุดพักการซื้อขายอีก ไม่ว่าดัชนีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
กรณีระยะเวลาในรอบการซื้อขายเหลือไม่ถึง 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ตลาดจะหยุดพักการซื้อขายเพียงระยะเวลาที่เหลือในรอบนั้น ๆ และเปิดให้ซื้อขายตามปกติในรอบถัดไป
มาตรการนี้จะทำงานเฉพาะ “ขาลง” เท่านั้น เนื่องจากขาขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและโอกาสการลงทุน ซึ่งไม่ส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาเชิงลบต่อระบบตลาดทุนในภาพรวม
ย้อนรอย 6 ครั้งประวัติศาสตร์ ‘ระฆังพักรบ’ ตลาดหุ้นไทย
นับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรการ Circuit Breaker เคยถูกนำมาใช้ทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยแต่ละครั้งล้วนผูกโยงกับวิกฤตการณ์สำคัญที่เป็นบทเรียนให้แก่นักลงทุน :
19 ธันวาคม 2549 : ผลกระทบจากมาตรการกันสำรอง 30% ของ ธปท. เพื่อสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาท ส่งผลให้ดัชนีดิ่งลงถึง 19.52% ในวันเดียว
10 ตุลาคม 2551 : วิกฤตการณ์การเงินโลก (Subprime Crisis) หลังการล้มละลายของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ดัชนีปรับลดลง 10.02%
27 ตุลาคม 2551 : ผลต่อเนื่องจากวิกฤตซับไพรมที่ลุกลามไปทั่วโลก ดัชนีลดลงอีกกว่า 10%
12 มีนาคม 2563 : การแพร่ระบาดของ COVID-19 และสงครามราคาน้ำมันระหว่างซาอุดีอาระเบียกับรัสเซีย กระตุ้นแรงเทขายครั้งใหญ่ ดัชนีลดลง 10.08%
13 มีนาคม 2563 : ตลาดดิ่งต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า โดยลดลงอีก 111.52 จุด หรือ 10% จนต้องเบรกการซื้อขายเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน
23 มีนาคม 2563 : เป็นครั้งแรกที่ใช้ “เกณฑ์ใหม่” (8%) โดยดัชนีลดลงกว่า 90 จุด จากความกังวลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
Circuit Breaker ‘หยุด’ เพื่อ ‘ไปต่อ’
หัวใจสำคัญของ Circuit Breaker ไม่ใช่การขวางทางกลไกตลาด แต่คือการทำหน้าที่เป็น “ตัวหน่วงเวลา” ในยามที่อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล การปรับเกณฑ์จาก 2 ระดับ เป็น 3 ระดับ และลดเพดาน Trigger Point ลงมาเริ่มที่ 8% (จากเดิม 10%) ช่วยให้นักลงทุนสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วขึ้น ลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายในวงกว้างจากภาวะ Panic Sell
ในมุมมองของนักลงทุน การเข้าใจกลไกนี้จะช่วยให้สามารถวางแผนและบริหารพอร์ตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ดัชนีร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงเวลาที่ตลาด “หยุดนิ่ง” คือโอกาสทองในการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของหุ้นที่ถืออยู่ มากกว่าที่จะวิ่งไปตามกระแสความตระหนกของตลาดเพียงอย่างเดียว
อ่านข่าว : ตลท.สั่ง เซอร์กิต เบรกเกอร์ พักขายชั่วคราวก่อนปิดตลาดเช้า หลังหุ้นไทยดิ่งพสุธากว่า 100 จุด รอบ 6 ปี
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก ‘เซอร์กิต เบรกเกอร์’ มาตรการสุดท้ายสกัดหุ้นดิ่งพสุธา ย้อนรอย 6 ครั้งประวัติศาสตร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th