ตั้งสำนักสงฆ์บังหน้า ใช้เป็นที่พักคอยแรงงานต่างด้าว พระเป็นผู้สั่งการ ลับลอบพาเข้าไทย
ตั้งสำนักสงฆ์บังหน้า พบใช้เป็นสถานที่พักคอยแรงงานต่างด้าวเถื่อน พระเป็นผู้สั่งการเอง ลับลอบพาเข้าไทย ตำรวจจับสึกดำเนินคดี
วันที่ 19 มิ.ย. 2568 นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ต.โจ เสาร์ประโคน สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ออกตรวจตราไปตามถนนทางหลวงสาย 323 กาญจนบุรี-ไทรโยค
พบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีขาว มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีด้วยความเร็วสูง อีกทั้งสังเกตพบรถยนต์คันดังกล่าวมีลักษณะบรรทุกน้ำหนักผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงติดตามไป กระทั่งเข้าเขตพื้นที่บ้านหนองจอก หมู่ 5 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงประสานมายัง นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหาร ชุด ชป.ขว.กกล.สุรสีห์, เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.5 บก.ปคม.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.เจ้าหน้าที่กอ.รมน.จ.กกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันสกัดจับ
ปรากฏว่ารถยนต์ต้องสงสัยได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย จึงมอบหมายให้นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายฑรัท เหลืองสอาด ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมลงพื้นที่อีกทางหนึ่ง ซึ่งผลปรากฏว่าเจ้าหน้าที่พบรถยนต์คันดังกล่าวถูกนำเข้าไปจอดเอาไว้ภายในสำนักสงฆ์ อ.เมืองกาญจนบุรี จึงนำกำลังเข้าไปตรวจค้นพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดหันท้ายชนท้ายกับรถยนต์กระบะแวน โตโยต้า สีขาว ลักษณะกำลังขนถ่ายแรงงานเปลี่ยนรถคันใหม่ โดยมี พระนพดล อายุ 50 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์ มีพระรัตนพร อายุ 44 ปี อยู่ด้วย จากการตรวจค้นภายในรถไม่พบกลุ่มแรงงานแต่อย่างใด
ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในห้องปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ พบกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบซ่อนตัวอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวเอาไว้ นับรวมกันได้ จำนวน จำนวน 34 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 9 คน และเด็กเล็กเป็นชาย 5 คน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมตัวนายมลชัย อายุ 25 ปี คนขับรถนำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาหลบซ่อนตัวภายในสำนักสงฆ์ดังกล่าวได้อีก 1 ราย ส่วนคนขับรถยนต์ อีซูซุแวนที่มารับกลุ่มแรงงาน ไหวตัวหลบหนีไปได้ ทราบชื่อคือ นายอาส อายุ 39 ปี ชาวมอญ
พระนพดล อายุ 50 ปี ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนรู้เห็นด้วยทั้งหมด โดยตนเป็นผู้สั่งการและประสานงานให้คนขับรถนำพาแรงงานต่างด้าวมาพักไว้ภายในสำนักสงฆ์ ก่อนที่จะจัดหาคนขับรถมารับต่อไปอีกทอดหนึ่ง ที่ผ่านมามีการนำพาแรงงานต่างด้าวมาพักคอยภายในสำนักสงฆ์มากกว่า 20 ครั้ง แต่ละครั้งจะมีลูกศิษย์เป็นผู้ประสานมาให้ทราบล่วงหน้าว่าจะนำพากลุ่มแรงงานมาพักคอยที่สำนักสงฆ์ เมื่อทราบก็ได้จัดเตรียมสถานที่เอาไว้ให้ รอจนกว่าจะมีคนนำรถมารับไปทำงานพื้นที่จังหวัดชั้นในอีกทอดหนึ่ง จากนั้นได้นิมนต์เจ้าคณะตำบลแก่งเสี้ยน มาทำพิธีสึกพระนพดล และพระรัตนพร
จากการสอบปากคำกลุ่มแรงงานผ่านล่าม ทั้งหมดยอมรับสารภาพว่า พวกตนเดินทางมาจากหลายเมืองของประเทศเมียนมา โดยมารวมตัวกันที่เมืองพญาตองซู จากนั้นใช้ช่องทางธรรมชาติบริเวณบ้านบ่อญี่ปุ่นข้ามชายแดนเข้ามาฝั่งไทยในพื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี แล้วเดินเท้าลัดเลาะหลบด่านตรวจ เมื่อมาถึงจุดนัดหมายมีรถยนต์มารอรับอยู่แล้ว
ขณะกำลังเปลี่ยนรถที่มาจอดรออยู่ภายในสำนักสงฆ์ดังกล่าว ก็สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จึงวิ่งหลบหนีไปซ่อนตัวภายในห้องปฏิบัติธรรม แต่สุดท้ายก็มาถูกจับกุมตัวเอาไว้ได้ ซึ่งพวกตนมีจุดหมายปลายทางไปทำงานที่ กรุงเทพฯ รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร พังงา และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บางรายไปประเทศมาเลเซีย โดยต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าคนละ 30,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางของแต่ละคน
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำอดีตพระนพดล และนายมลชัย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำผิดฐาน “ซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
ส่วนแรงงานต่างด้าวถูกดำเนินคดี ในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน“เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 30 ราย ส่วนอีก 4 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตั้งสำนักสงฆ์บังหน้า ใช้เป็นที่พักคอยแรงงานต่างด้าว พระเป็นผู้สั่งการ ลับลอบพาเข้าไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th