โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ภราดร’ ลาออก ‘รองประธานสภา’ เปิดทางให้มีการเลือกใหม่ หลังทำหน้าที่ 9 เดือน 8 วัน

เดลินิวส์

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.06 น. • เดลินิวส์
“ภราดร” แถลงลาออก “รองประธานสภา คนที่สอง” เปิดทางให้มีการเลือกใหม่ หลังทำหน้าที่ “9 เดือน 8 วัน” ภายหลัง ภท. ถอนตัว แม้ไม่มี ก.ม. ระบุไว้ แต่เป็นมารยาททางการเมือง ให้เป็นบรรทัดฐาน ส่งไม้ต่อคนมารับตำแหน่งช่วยสานต่องานค้างคา ยันไม่มี “ใบสั่ง” ให้ลาออก

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 มิ.ย. 68 ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 แถลงลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 2 หลังพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกแถลงการณ์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่า อย่างที่ได้ทราบกัน และเป็นข่าวเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว หลังจากกรณีที่นายอุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มีการพูดถึงตำแหน่งของตนว่า ได้มีการพูดคุยกันกับตน เป็นอย่างที่ท่านได้บอกไปว่ามีการหารือกันกับนายอนุทิน จริงๆ ไม่ใช่เพิ่งจะมีการหารือกันเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ได้เห็นถึงสถานการณ์และเหตุการณ์ทางการเมือง พอประเมินได้ว่าพรรคเราจะเดินทางไปสู่จุดไหนของการเมือง จึงได้มีการหารือกับนายอนุทิน ว่าในกรณีที่พรรคเราเป็นเสียงส่วนน้อยของสภา หรือฝ่ายค้าน ตนขอลาออกเพื่อที่ไปทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ในฐานะ สส.ฝ่ายค้าน ซึ่งนายอนุทินก็ได้ท้วงติงว่าจริงๆ แล้วตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือข้อบังไม่ได้ห้ามให้ตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภา ต้องลาออก ในขณะที่ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

นายภราดร กล่าวว่า แต่ต้องขอชี้แจงเหตุผลว่าตนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาราษฎรคนที่ 2 เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2567 แม้ว่าจะไม่มีคู่แข่งขัน แต่เป็นที่รู้กันว่าตนมาจากฟากฝั่งของเสียงข้างมากหรือฟากของฝ่ายรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยได้ประชุมหารือกันและส่งตนไปเป็นตัวแทนของพรรค เพื่อมาดำรงตำแหน่งนี้ ตนตระหนักดีว่าตนมาจากเสียงข้างมากของสภา และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎรว่าตำแหน่งประธาน รองประธานทั้งสองคน ไม่มีที่จะมาจากเสียงข้างน้อย แม้ว่าจะไม่ได้มีการระบุเอาไว้ในตัวบทกฎหมาย แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเป็นแนวปฏิบัติที่เข้าใจ และถือกันมาเช่นนั้น

นายภราดร กล่าวว่า เมื่อรู้ว่าตัวเองมาจากเสียงข้างมาก แล้ววันนี้สถานะทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยซึ่งตนสังกัดอยู่ ได้เปลี่ยนสถานะจากเสียงข้างมากไปอยู่ฟากฝั่งของเสียงข้างน้อย ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย. พรรคภูมิใจไทยโดยการประชุมของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้ประกาศชัดเจนว่าจะถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล รวมถึงลาออกจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของฝ่ายบริหารทั้งหมด นั่นหมายความว่าพรรคภูมิใจไทยได้ถูกเปลี่ยนสถานะจากพรรคเสียงข้างมากไปอยู่ในฟากฝั่งของเสียงข้างน้อยหรือไปเป็นฝ่ายค้าน เมื่อเป็นแบบนี้ แม้ว่าตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและข้อบังคับไม่ได้ระบุไว้ แต่ด้วยมารยาททางการเมืองและความรับผิดชอบทางการเมือง และเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นต้องตัดสินใจด้วยการลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 2 เพื่อคืนอำนาจให้กับสภา ในการสรรหาคนที่มีความเหมาะสมจากฟากฝ่ายเสียงข้างมากของสภา เพื่อที่จะมาทำหน้าที่รองประธานสภา คนที่ 2 ต่อไป

นายภราดร กล่าวต่อว่า จริงๆ ตนตั้งใจจะลาออกในช่วงที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาอยู่แล้ว เพราะตั้งใจที่จะใช้เวทีของสภาขอบคุณหลายๆ ส่วน แต่เมื่อสถานการณ์เร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้น จึงต้องใช้เวทีนี้ ตนอยากจะขอบคุณ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา คนที่ 1 ที่ตลอดระยะเวลา 9 เดือนกับ 8 วัน ของตนในตำแหน่งหน้าที่ ท่านเอ็นดู เมตตา และให้โอกาสในการที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ ภายใต้ร่มใหญ่ของท่าน นั่นคือ พยายามที่จะทำให้สภาเป็นของประชาชนให้ได้ ท่านให้ตนไปดูแลในหลายสำนักงานด้วยกัน ซึ่งตนพยายามที่จะคิดแนวทางและนโยบายหลายอย่าง เพื่อที่จะทำให้สภาของพวกเราเป็นสภาของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกัน ตนขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่ตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่ของตน ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ส่วนตัวตน ตนมั่นใจว่าตนทำถูกต้อง

นายภราดร กล่าวว่า ตนขอขอบคุณที่ทุกคำวินิจฉัยของตนได้รับความเคารพ ความเชื่อถือ จากเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค่านและฝ่ายรัฐบาล จริงๆ ไม่ใช่เคารพในตัวตน แต่เคารพในองค์กรของเรา และเคารพในคนที่ทำหน้าที่ประธาน ฉะนั้น จะขาดเสียไม่ได้ ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่น้องๆ ข้าราชการที่อยู่ในกลุ่มงานของตน 10 กว่าชีวิต ซึ่งทำงานกับตนมา 9 เดือนกว่า ด่ากันบ้างทะเลาะกันบ้าง เห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็พยายามที่จะทำงานตามแนวทางที่ตนได้ดำเนินการและกำหนด ตนเชื่อว่าถ้าตนไม่มีมือไม่มีไม้ คิดอะไรก็คงไม่สามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ รวมถึงขอบคุณข้าราชการทุกคน

“เรารู้ว่าตำแหน่งทางการเมืองแบบนี้อยู่ไม่นาน มีวันมาแล้วก็มีวันไป แต่ทุกคำขอร้อง ทุกแนวทางที่ได้มอบหมาย ให้ไปดำเนินการทุกส่วนของสภา ก็ช่วยดำเนินการตามแนวทางที่ได้มอบหมาย ฉะนั้น จะขาดไม่ได้ตั้งแต่เลขาธิการสภา รองเลขาธิการสภา ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ รวมถึงพี่น้องข้าราชการทั้งหมดที่ได้ช่วยกันผลักดันงานต่างๆ ให้เดินมาถึงวันนี้ หากผมจะพูดว่าสำเร็จลุล่วง ก็ยังไม่สำเร็จลุล่วงทั้งหมด ขอบคุณพี่น้องผมที่ยืนอยู่ที่นี่พรรคภูมิใจไทย ไม่มีพวกเขาก็ไม่มีรองประธานอย่างผม เขาสนับสนุนทุกการทำหน้าที่ของผม วันที่ผมมาดำรงตำแหน่งเขาเข้ามาส่งผม วันนี้วันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ผมก็เปลี่ยนสถานะ ก็มารับผมกลับบ้าน

ขอบคุณพี่น้องของผมทุกคน และเช่นเดียวกัน ขอบคุณประชาชนที่ได้ติดตามการทำหน้าที่ ไม่ใช่แค่ของผมแต่ของสภา และขอให้ติดตามการทำหน้าที่ของสภาต่อไป นี่คือเสาหลักอีกเสาหนึ่งของประเทศนี้ ที่จะทำงานแก้ไขกฎหมายให้กับประชาชน ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ได้ติดตามและให้กำลังใจผมมาโดยตลอด ท้ายที่สุดผมขอฝากถึงผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 2 ต่อจากผม ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมได้รับมอบหมายมาแล้วยังทำไม่เสร็จ ไม่ว่าจะเรื่องพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พิพิธภัณฑ์ของประชาชนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นเจ้าของสภาของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ขอฝากให้ดำเนินการต่อไป” นายภราดร กล่าว

นายภราดร กล่าวว่า วันที่ตนเข้ารับตำแหน่ง ตนได้ประกาศเอาไว้ว่าตนจะไม่เป็นรองประธานของฝ่ายรัฐบาล จะไม่เป็นรองประธานสภาของพรรคภูมิใจไทย ไม่เป็นรองประธานสภาของเสียงข้างมาก แต่ตนจะเป็นรองประธานสภาของสมาชิกทั้ง 495 คน วันนี้เป็นเวลา 9 เดือน 8 วัน ตนเชื่อว่าสังคมได้พิพากษาตนมาตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ทำหน้าที่อย่างที่ตนได้ประกาศเอาไว้ พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน วันนี้ตนลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 2 และคืนอำนาจให้กับสภาในการสรรหาคนที่เหมาะสมในการทำหน้าที่นี้ต่อไป ขอย้ำว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีใบสั่ง ส่วนพรรคอื่นจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของแต่ละพรรค

ทั้งนี้ นายภราดร ได้รับการโหวตให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2567 และมีพิธีรับสนองรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันที่ 16 ก.ย. 2567 โดยดำรงตำแหน่ง 9 เดือน 8 วัน หรือเป็นเวลา 281 วัน นับจนถึงวันนี้ 19 มิ.ย. 2568.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...