เปิดรายได้ค่าธรรมเนียมแบงก์ก่อน ธปท. รื้อมาตรฐานใหม่
สรุปรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (ค่าฟี) ของกลุ่มแบงก์ ก่อนธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท. ) จะปรับมาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่ 15 รายการ
โดย การเงินธนาคาร รวบรวมรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ( Net Fee) ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET ) งวดไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ธนาคารส่วนใหญ่มีรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ( YoY) โดยรวมอยู่ที่ 49,011 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14.11% ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ( Wealth Management) และกิจกรรมในตลาดทุนที่ฟื้นตัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ธปท. เปิดเฮียร์ริ่งมาตรฐานค่าฟี 15 รายการ ดีเดย์ 1 มิ.ย.69
สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ แยกตามธนาคาร มีดังนี้
- กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ มีรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% โดยเติบโตในทุกหมวดหลัก นำโดยธุรกิจ Wealth Management รวมถึงค่าธรรมเนียมจากบริการทางการเงินและธุรกิจวาณิชธนกิจ
- ธนาคารกสิกรไทย รายงานรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 9,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.43% ขับเคลื่อนโดยรายได้จากการจัดการกองทุน ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งที่ครอบคลุม
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีรายได้ 7,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.6% จากการเติบโตของค่าธรรมเนียมสินเชื่อยานยนต์และ Wealth Management แต่ลดลงเล็กน้อย 4.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ( QoQ) จากปัจจัยฤดูกาลของค่าธรรมเนียมประกัน
- ธนาคารกรุงเทพ มีรายได้ 6,981 ล้านบาท ลดลง 8.0% ส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าธรรมเนียมการอำนวยสินเชื่อที่ลดลง แม้รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์และเงินปันผลจะปรับตัวดีขึ้น
- ธนาคารกรุงไทย รายงานรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ 6,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% โดยมีธุรกิจ Wealth Management เป็นกลไกหลักในการสร้างการเติบโต
- ธนาคารทหารไทยธนชาต ( ttb) มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ 2,865 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.0% เติบโตดีในกลุ่มแบงก์แอสชัวรันส์ กองทุนรวม บัตรเครดิต และค่าธรรมเนียมปริวรรตเงินตรา
- ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ( KKP) รายงานรายได้จากธรรมเนียมและบริการที่ 1,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.8% ( YoY) จากการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจจัดการกองทุน และรายได้ค่านายหน้าขายประกัน
- กลุ่มทิสโก้ ( TISCO) มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่ 1,430.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% ( YoY) จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่โตตามสินเชื่อใหม่ และค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนจากการออกกองทุนรวมใหม่
- แอล เอช ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ( LHFG) มีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.3% โดยรายได้จาก Wealth Management เติบโต 95% และธุรกรรม Trade Finance เติบโต 297%
- ธนาคารไทยเครดิต รายงานเป็นรายจ่ายค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 53.8 ล้านบาท (รายจ่ายสูงกว่ารายได้) โดยรายจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้น 7.6% เนื่องจากค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ (บสย.) เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี
ส่องงบแบงก์ 1 Q- 2569 กำไรยังประคองได้ แต่แรงกดดันธุรกิจหลักยังไม่คลี่คลาย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า กำไรสุทธิของกลุ่มแบงก์ในไตรมาส 1/2569 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่า แม้รายได้ธุรกิจหลัก โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะถูกกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและการหดตัวของสินเชื่อ แต่ผลกระทบดังกล่าวยังถูกชดเชยได้บางส่วนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียม เงินปันผล กำไรจาก FVTPL และกำไรจากเงินลงทุน
อย่างไรก็ดี งบไตรมาส 1/2569 ยังสะท้อนโจทย์ท้าทายที่รออยู่ในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะความเปราะบางด้านคุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้หลายกลุ่ม และความจำเป็นในการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
“ สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า รายได้ธุรกิจหลักจากการปล่อยสินเชื่อจะยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทั้งในด้านการปล่อยสินเชื่อ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาระดับการตั้งสำรองฯ ให้อยู่ในระดับสูง ”