โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดรายได้ค่าธรรมเนียมแบงก์ก่อน ธปท. รื้อมาตรฐานใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 06.55 น.

สรุปรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (ค่าฟี) ของกลุ่มแบงก์ ก่อนธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท. ) จะปรับมาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่ 15 รายการ

โดย การเงินธนาคาร รวบรวมรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ( Net Fee) ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET ) งวดไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ธนาคารส่วนใหญ่มีรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ( YoY) โดยรวมอยู่ที่ 49,011 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14.11% ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ( Wealth Management) และกิจกรรมในตลาดทุนที่ฟื้นตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ธปท. เปิดเฮียร์ริ่งมาตรฐานค่าฟี 15 รายการ ดีเดย์ 1 มิ.ย.69

สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ แยกตามธนาคาร มีดังนี้

  • กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ มีรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% โดยเติบโตในทุกหมวดหลัก นำโดยธุรกิจ Wealth Management รวมถึงค่าธรรมเนียมจากบริการทางการเงินและธุรกิจวาณิชธนกิจ
  • ธนาคารกสิกรไทย รายงานรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 9,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.43% ขับเคลื่อนโดยรายได้จากการจัดการกองทุน ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งที่ครอบคลุม
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีรายได้ 7,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.6% จากการเติบโตของค่าธรรมเนียมสินเชื่อยานยนต์และ Wealth Management แต่ลดลงเล็กน้อย 4.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ( QoQ) จากปัจจัยฤดูกาลของค่าธรรมเนียมประกัน
  • ธนาคารกรุงเทพ มีรายได้ 6,981 ล้านบาท ลดลง 8.0% ส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าธรรมเนียมการอำนวยสินเชื่อที่ลดลง แม้รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์และเงินปันผลจะปรับตัวดีขึ้น
  • ธนาคารกรุงไทย รายงานรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ 6,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% โดยมีธุรกิจ Wealth Management เป็นกลไกหลักในการสร้างการเติบโต
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต ( ttb) มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ 2,865 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.0% เติบโตดีในกลุ่มแบงก์แอสชัวรันส์ กองทุนรวม บัตรเครดิต และค่าธรรมเนียมปริวรรตเงินตรา
  • ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ( KKP) รายงานรายได้จากธรรมเนียมและบริการที่ 1,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.8% ( YoY) จากการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจจัดการกองทุน และรายได้ค่านายหน้าขายประกัน
  • กลุ่มทิสโก้ ( TISCO) มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่ 1,430.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% ( YoY) จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่โตตามสินเชื่อใหม่ และค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนจากการออกกองทุนรวมใหม่
  • แอล เอช ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ( LHFG) มีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.3% โดยรายได้จาก Wealth Management เติบโต 95% และธุรกรรม Trade Finance เติบโต 297%
  • ธนาคารไทยเครดิต รายงานเป็นรายจ่ายค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 53.8 ล้านบาท (รายจ่ายสูงกว่ารายได้) โดยรายจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้น 7.6% เนื่องจากค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ (บสย.) เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี

ส่องงบแบงก์ 1 Q- 2569 กำไรยังประคองได้ แต่แรงกดดันธุรกิจหลักยังไม่คลี่คลาย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า กำไรสุทธิของกลุ่มแบงก์ในไตรมาส 1/2569 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่า แม้รายได้ธุรกิจหลัก โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะถูกกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและการหดตัวของสินเชื่อ แต่ผลกระทบดังกล่าวยังถูกชดเชยได้บางส่วนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียม เงินปันผล กำไรจาก FVTPL และกำไรจากเงินลงทุน

อย่างไรก็ดี งบไตรมาส 1/2569 ยังสะท้อนโจทย์ท้าทายที่รออยู่ในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะความเปราะบางด้านคุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้หลายกลุ่ม และความจำเป็นในการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

“ สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า รายได้ธุรกิจหลักจากการปล่อยสินเชื่อจะยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทั้งในด้านการปล่อยสินเชื่อ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาระดับการตั้งสำรองฯ ให้อยู่ในระดับสูง ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...