โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สุดโหด! ลูกผช.ผู้ใหญ่บ้าน แค้นจัดคู่ผัวเมีย จับเผานั่งยางกลางสวน ก่อนยิงซ้ำ ดับทั้งคู่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ม.ค. 2567 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2567 เวลา 07.44 น.

สุดโหด! 2 ศพ ลูก ผช.ผญบ.พร้อมเพื่อนยิงทนายดับ ซ้ำเผานั่งยาง-ตามยิงเมียดับอีกศพ ตร.เผย ปมแค้นส่วนตัว แกะรอยตามรวบทันควัน

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 15 มกราคม ร.ต.อ.อมร วัดโคก ร้อยเวรฯ สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายในพื้นที่บ้านหินงาม ม.6 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งได้ประสานแพทย์เวรฯ รพ.ศูนย์ตรัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รายงานผู้บังคับบัญชาภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.เมืองตรัง

ที่เกิดเหตุพบศพ 2 สามีภรรยาถูกยิงเสียชีวิต สามีทราบชื่อ นายนิติกร ดำรอด อายุ 40 ปี ชาว ม.6 ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง สภาพถูกยิงเข้าไหล่ซ้าย และได้มีการนำศพของนายนิติกรมาเผากับรถจักรยานยนต์ พร้อมขึ้นเผานั่งยางด้วยล้อยางจำนวน 1 ล้อใหญ่ โดยมีรอยเผาไหม้ทั้งคัน สภาพศพถูกเผาจนไหม้เกรียม ส่วนภรรยาทราบชื่อ น.ส.ชนัญธิตา รอดดำ อายุ 41 ปี ชาวตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นอนเสียชีวิตในสภาพถูกจ่อยิงที่ท้ายทอยทะลุกกหูซ้าย ใกล้กันประมาณ 2 เมตร พบมีขวานปักคาอยู่ที่ตอไม้ พร้อมกับฝาถังน้ำมัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพร้อมเก็บวัตถุพยานต่างๆ ทั้ง ขวาน ฝาน้ำมัน รถจักรยานยนต์ หมอนรองกระสุน และตรวจพบอาวุธปืนที่ผู้ก่อเหตุนำไปทิ้งระหว่างทาง ชิ้นส่วนเบรกรถจักรยานยนต์ตกหล่นข้างทาง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน

รายงานข่าวจากฝ่ายสืบสวนสอบสวนแจ้งว่า ล่าสุดทราบชื่อผู้ก่อเหตุแล้วจำนวน 2 คน คือ นายสิทธิกร จันมัด หรือพวย เป็นลูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน (สวมเสื้อสีครีม) และนายการิน ไม่ทราบนามสกุล หรือเดี๋ยว (สวมเสื้อสีดำ) โดยนายสิทธิกรได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยาวซุ่มยิงนายนิติกรจำนวน 1 นัด และตามไปยิงซ้ำ ก่อนเปิดฝาถังน้ำมันและจุดไฟเผาไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ต่อหน้า น.ส.ชนัญธิตา จากนั้นนายการินก็ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิง น.ส.ชนัญธิตาเสียชีวิตตามไปอีกศพ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คนมาพร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เบื้องต้นรับสารภาพในชั้นจับกุมว่า ทั้งสองก่อเหตุยิงสองสามีภรรยาจริง และเผารถจักรยานยนต์ไปพร้อมร่างนายนิติกร จากนั้นควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองตรัง และส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ทราบว่า นายนิติกรผู้ตายมีอาชีพเป็นทนายความ ทำสวนยางพารา และเคยมีปัญหาส่วนตัวกับนายสิทธิกร ซึ่งเป็นลูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาก่อน

นายอัดชา เห็นผลงาม พี่เขยนายนิติกรผู้ตาย ซึ่งเป็นคนพบศพ กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุตอนนั้นเวลาประมาณตี 3 มาพบก็เจอแต่ควันแล้ว ส่วนใหญ่ทั้ง 2 คนจะมากรีดยางพารา โดยที่เกิดเหตุกับสวนยางพาราห่างกันประมาณ 100 เมตร ผู้ตายทั้งสองคนเป็นคนขยันทำงานไม่เคยมีปัญหากับใคร

น.ส.กรวิการ์ ดำรอด อายุ 46 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เบื้องต้นตนขอคัดค้านไม่ให้มีการประกันตัว และในส่วนของผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิตก็รู้จักกัน และไม่เคยทราบข่าวว่ามีการทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อน ในส่วนของผู้ก่อเหตุตนรู้จักเพียงผิวเผิน แค่เป็นคนอยู่หมู่บ้านเดียวกัน โดยผู้เสียชีวิตเป็นคนขยันทำงาน เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ซึ่งทั้งคู่จะออกไปกรีดยางพารา และออกไปทำงานด้วยกันตลอด

พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.เมืองตรัง เปิดเผยว่า ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งพบหลักฐานร่องรอยจากรถจักรยานยนต์ ที่มัดตัวนายสิทธิกรได้ที่บ้านผู้ก่อเหตุ ในส่วนของสาเหตุเกิดจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว และผู้ตายกับผู้ก่อเหตุเคยมีปากเสียงกันเป็นประจำ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำศพทั้ง 2 คน ส่งผ่าชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และทางญาติได้เก็บดินในที่เกิดเหตุพร้อมเชิญดวงวิญญาณทั้งสองคนไปวัดตามความเชื่อต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดโหด! ลูกผช.ผู้ใหญ่บ้าน แค้นจัดคู่ผัวเมีย จับเผานั่งยางกลางสวน ก่อนยิงซ้ำ ดับทั้งคู่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...