โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอทำคลอด ดึงทารกออกมาได้แค่หัว ตัวยังคาอยู่ในครรภ์แม่

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 09.38 น.

เกิดเหตุสุดสะเทือนใจขึ้นที่ศูนย์อนามัยพินังโซรี จังหวัดสุมาตราเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อหญิงรายหนึ่งเข้ารับการทำคลอด แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน ศีรษะทารกขาดออกจากลำตัว ขณะที่ช่วงตัวของเด็กยังคงอยู่ในครรภ์มารดา เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยจนกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคม และครอบครัวเรียกร้องคำอธิบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า เหตุเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่พบว่ามารดามีความดันโลหิตสูง จึงให้ยาลดความดัน แต่ระหว่างการทำคลอด ทีมแพทย์ตรวจพบว่าทารกไม่มีชีพจร และตรวจซ้ำถึง 4 ครั้งก็ยังไม่พบการเต้นของหัวใจ จึงสรุปว่าทารกเสียชีวิตในครรภ์ตั้งแต่ก่อนคลอด อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ไม่ได้แจ้งความจริงแก่ครอบครัวในทันที แต่แนะนำให้ย้ายไปทำคลอดที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพื่อความปลอดภัยของมารดา ทว่าครอบครัวปฏิเสธถึง 4 ครั้งและยืนยันให้ทำคลอดที่ศูนย์อนามัยแห่งนี้

ทารกที่เสียชีวิตมีน้ำหนัก 4.2 กิโลกรัม ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว เมื่อทารกเสียชีวิตในครรภ์ กระดูกจะเปราะกว่าปกติ อีกทั้งมารดาไม่สามารถออกแรงเบ่งได้เต็มที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้วิธีกดหน้าท้องจากภายนอก พร้อมกับดึงศีรษะของทารกเพื่อช่วยทำคลอด แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ศีรษะของทารกขาดออกจากลำตัว

แม้ภายหลังมารดาจะปลอดภัยและไม่ได้มีภาวะเลือดออกมาก แต่ครอบครัวตั้งคำถามว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากความประมาททางการแพทย์หรือไม่ พร้อมยืนยันว่า “เราแค่อยากรู้ว่าทำไมถึงเกิดความผิดพลาดที่น่าสลดใจเช่นนี้ ทำให้ศีรษะเด็กขาดตกลงพื้น แต่ร่างกายยังคาอยู่ในตัวแม่”

ด้าน ลิสน่า ปันจาอิตัน หัวหน้าชุดเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินจากสำนักงานสาธารณสุขเขตทานาห์ปุลี ชี้แจงว่า ขั้นตอนที่ทีมแพทย์ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานการแพทย์ทั้งหมด และเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อช่วยชีวิตมารดา ไม่ใช่ความผิดพลาดหรือความประมาทแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าหากครอบครัวต้องการดำเนินคดี ทางศูนย์ฯ ก็มีเอกสารและข้อมูลพร้อมสู้คดีแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...