โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CPF กำไร Q1/69 ที่ 4,875 ลบ.อ่อนตัว 43% จากราคาเนื้อสุกรลดลง

ทันหุ้น

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 10.52 น.

#CPF #ทันหุ้น-บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)หรือ CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ไตรมาส 1/69 มีกำไร 4,874.80 ล้านบาท ลดลง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 8,549.18 ล้านบาท

ในไตรมาส 1/69 มีรายได้จากการขายจํานวน 136,697 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งหากไม่นับรวมผลกระทบจากการแปลงค่างบการเงินที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของสกุลเงินบาท รายได้จากการขายจะลดลงร้อยละ 1.6 โดยมีเหตุผลสําคัญจากระดับราคาขายเฉลี่ยของสุกรในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศไทย อยู่ในระดับที่ตํ่ากว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนกําไรขั้นต้นลดลงจากปีที่ผ่านมาจํานวน 5,156 ล้านบาท โดยอัตรากําไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากระดับราคาสุกรในหลายประเทศที่ตํ่ากว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดภาวะเนื้อสุกรล้นตลาดในหลายประเทศ กําลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนตัวลง ส่งผลให้ระดับราคาสุกรปรับตัวลดลงและกดดันอัตรากําไรขั้นต้น

และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจํานวน 1,367 ล้านบาท ลดลง 2,076 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนของบริษัทร่วมในประเทศจีนที่ดําเนินธุรกิจอาหารสัตว์และเลี้ยงสัตว์ประเภทสุกร ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะราคาสุกรตกตํ่าเนื่องจากอุปทานส่วนเกินภายในประเทศ

**จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน

CPF แจ้งอีกว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อตืนจากโครงการซื้อหุ้นคืนปี 2565 จำนวน 163,901,800 หุ้น หรือคิดเป็น 1.95% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 20 พ.ค. ถึง 18 มิ.ย. 2569

ซีพีเอฟรายงานไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 4,875 ล้านบาท เดินหน้าบริหารธุรกิจท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลก

ซีพีเอฟ ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 4,875 ล้านบาท โต 349% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ภาวะเนื้อสัตว์ล้นตลาดคลี่คลายลง โดยยอดขาย 65% มาจากกิจการในต่างประเทศ

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีนี้ ด้วยยอดขาย 136,697 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนประมาณ 5% โดยสาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแปลงค่าเงินจากสกุลเงินท้องถิ่นของกิจการในต่างประเทศเป็นสกุลเงินไทยในงบการเงิน รายได้จากการขายประมาณ 65% เกิดจากกิจการในต่างประเทศจำนวน 13 ประเทศ ขณะที่ประเทศเวียดนามมีสัดส่วนรายได้จากการขายเป็นลำดับที่ 2 รองจากประเทศไทย คิดเป็น 18% ของรายได้รวม

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกปีนี้ มีสัญญาณการฟื้นตัวจากภาวะเนื้อสัตว์ล้นตลาดจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาชัดเจน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจและการดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นในประเทศจีนที่เผชิญกับภาวะเนื้อสุกรล้นตลาดค่อนข้างมาก ทำให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ภายใต้ความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ไม่เพียงแต่แรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทำให้ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น ยังรวมถึงปัจจัยสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่สดใส กำลังซื้อทั่วโลกลดลง ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย ที่อาจก่อให้เกิดภาวะเงินฝืดในหลายประเทศ บริษัทฯได้เตรียมความพร้อมผ่านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างครบวงจร เพื่อลดทอนผลกระทบจากความผันผวนและรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรให้มั่นคงที่สุด รวมไปถึงแผนงานในการพัฒนาสินค้าอาหารพร้อมรับประทานที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันมีพฤติกรรมที่ต้องการความสะดวกสบายในการเข้าถึงอาหารมากขึ้น โดยได้ขยายงานในส่วนนี้ในหลายประเทศด้วยเช่นกัน และเห็นโอกาสในธุรกิจนี้ในประเทศเวียดนามที่ชัดเจน

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของไตรมาส 1 ปีนี้ เทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน กำไรของบริษัทลดลงประมาณ 43% เนื่องจากเกิดภาวะเนื้อสุกรล้นตลาดในหลายประเทศ กำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนตัวลง แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะความสมดุลเริ่มดูดีขึ้นต่อเนื่องจนถึงครึ่งปีหลังปีนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...