โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทูเคิลเมินแข้งฟอร์มแรง! กิ๊บบ์ส-ไวท์-คัลเวิร์ต-ลูวินติดโผคนช้ำอังกฤษ

Soccersuck

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Soccersuck

โธมัส ทูเคิล กลายเป็นกุนซืออังกฤษคนล่าสุดที่ต้องเผชิญคำถามเรื่องการตัดตัวแนวรุก หลังมอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ และโดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน หลุดจากทีม แม้ทำผลงานยิงประตูได้โดดเด่นในฤดูกาลก่อนทัวร์นาเมนต์

แฮร์รี เคน ยังเป็นแกนหลักแบบไม่มีข้อสงสัย หลังยิงให้บาเยิร์น มิวนิค 36 ประตู ขณะที่โอลลี วัตกินส์ มีชื่อติดทีมจากผลงาน 14 ประตู แต่กิ๊บบ์ส-ไวท์กับคัลเวิร์ต-ลูวิน ซึ่งยิงได้ 14 ประตูเท่ากัน กลับไม่ได้รับโอกาส เช่นเดียวกับแดนนี เวลเบ็ค ที่ยิงได้ 13 ประตู

ทูเคิลอธิบายภาพรวมแนวรุกอังกฤษไว้ว่า “ผมรักลูกทีมของผม ผมรักคุณภาพของนักเตะของเรา โดยเฉพาะนักเตะเกมรุก แต่ตัวเลขจริง ๆ ของนักเตะริมเส้นและตำแหน่งอื่น ๆ ยกเว้นแฮร์รี ไม่ใช่ตัวเลขที่โดดเด่นอย่างที่เราคาดหวังตามปกติ”

นั่นทำให้ อีวาน โทนีย์ ถูกเรียกเข้ามาหลังยิง 42 ประตูในซาอุดีอาระเบีย เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการช่วยแบ่งเบาภาระของเคนร่วมกับวัตกินส์ ขณะที่ชื่อใหญ่ซึ่งหลุดทีมอย่างฟิล โฟเดน และโคล พาลเมอร์ ถูกมองว่าไม่ได้สร้างผลงานมากพอในช่วงเวลาสำคัญ

กรณีนี้ถูกนำไปเทียบกับประวัติศาสตร์ของทีมชาติอังกฤษที่เคยเมินกองหน้าฟอร์มแรงหลายครั้ง โดยเฉพาะดาร์เรน เบนท์ ที่ยิง 18 ประตูกับชาร์ลตันก่อนฟุตบอลโลก 2006 และยิง 24 ประตูกับซันเดอร์แลนด์ก่อนฟุตบอลโลก 2010 แต่ก็ยังหลุดทีมทั้งสองหน

อังกฤษจึงยังวนกลับมาสู่คำถามเดิมในทุกยุคว่า ตัวเลขการยิงประตูในลีกควรมีน้ำหนักมากแค่ไหนเมื่อถึงเวลาตัดชื่อทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และสำหรับกิ๊บบ์ส-ไวท์กับคัลเวิร์ต-ลูวิน คำถามสำคัญคงเป็นว่า พวกเขาต้องทำมากกว่านี้อีกแค่ไหนถึงจะพอ

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Football365

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...