สืบ 3 รวบ บังรูน หัวจ่ายรายใหญ่ย่านอ่อนนุช ยึดของกลางอื้อทะลุ 20 กิโลกรัม
กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3) ได้เข้าทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ย่านอ่อนนุช หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหลายประเภทให้กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ โดยสามารถจับกุมตัวนายสุชาติ หรือที่รู้จักกันในฉายา บังรูน อายุ 52 ปี ได้พร้อมของกลางปริมาณมหาศาล
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 พร้อมด้วยทีมงานสืบสวน นำโดย พ.ต.อ.อัครพล โทยะ รอง ผบก.น.3, พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3, พ.ต.ท.ไพโรจน์ โชติวรรณ และ พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.บก.น.3 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.สุริยา กุญแจกล และ พ.ต.ท.ธเนษฐ์ สอนจันดา สว.กก.สส.บก.น.3 นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมนายสุชาติได้ที่บริเวณลานจอดรถภายในหอพักบ้านสะยอวรรณ์ ซอยอ่อนนุช 66 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ก่อนจะขยายผลเข้าตรวจค้นภายในห้องเช่าบนชั้น 2 ของหอพักเดียวกัน ซึ่งพบของกลางวางกองทับถมกันอยู่จำนวนมาก
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นยาเสพติดหลากหลายประเภท ทั้งยาเสพติดประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ประกอบด้วย คีตามีนน้ำหนักรวมสูงถึง 17.1 กิโลกรัม, ยาไอซ์น้ำหนัก 3 กิโลกรัม, เฮโรอีนน้ำหนัก 750 กรัม, ยาบ้าประมาณ 2,300 เม็ด และที่น่ากังวลใจคือการพบหัวพอตบรรจุน้ำยาซึ่งเป็นพอตคีตามีนหรือเอโทมิเดตอีกจำนวน 60 หัว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความพยายามของเครือข่ายค้ายาในการกระจายสารเสพติดเข้าสู่กลุ่มวัยรุ่นผ่านอุปกรณ์ทันสมัย
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ บังรูน โดยระบุความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน, ยาไอซ์, ยาบ้า) และจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน, พอตคีตามีน หรือเอโทมิเดต) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และเป็นผู้ขับขี่ขณะเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมายอีกด้วย
การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรการจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่โซนอ่อนนุชและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อขยายผลหาที่มาของเครือข่ายและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาดต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม