SIRI แนะนำ “ซื้อ” เป้า 1.59 บาท
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SIRI CGSI แนะนำ “ซื้อ” เป้า 1.59 บาท
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
SIRI ที่ราคาเป้าหมาย 1.59 บาท โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการเริ่มกลับมาดีขึ้น และคาดกำไรปกติต่อหุ้นจะกลับมาเติบโตแข็งแกร่งในปี 2569–2570 พร้อมจุดเด่นด้าน Dividend Yield สูงระดับ 9.8–10.4% ต่อปี
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 บริษัทคงเป้า presales ปี 2569 ที่ 41,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 39,000 ล้านบาท รวมถึงคงแผนเปิดโครงการใหม่มูลค่า 51,000 ล้านบาท จำนวน 33 โครงการ
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 13,400 ล้านบาท โดยได้เปิดตัวโครงการ XT10 Ekkamai เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา และสามารถขายได้แล้ว 270 ยูนิต หรือคิดเป็นอัตราขาย 30% ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาด presales ไตรมาส 2/2569 จะลดลง 10% QoQ เหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท จาก sentiment ที่อ่อนตัวตามราคาพลังงานสูงและผลกระทบจากวันหยุดยาวในเดือนเมษายน
สำหรับยอด presales สะสมตั้งแต่ 1 มกราคม–17 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 16,100 ล้านบาท คิดเป็น 39.3% ของประมาณการทั้งปีที่ 41,000 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในกรอบเป้าหมาย
CGSI คาดว่า SIRI จะมีกำไรสุทธิเติบโต QoQ ในไตรมาส 2/2569 จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10,000 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้น และการรับรู้กำไรพิเศษราว 55 ล้านบาท จากการขายที่ดินให้กิจการร่วมค้า (JV) เพื่อพัฒนาโครงการ XT10 Ekkamai
นอกจากนี้ บริษัทจะเริ่มโอนคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,540 ล้านบาท ได้แก่ Via 34, The Base Srichan Khonkaen และ The Base Cherngtalay ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้และ margin ในช่วงที่เหลือของปี
ฝ่ายวิจัยคาดว่า GPM ในช่วงไตรมาส 2–4/2569 จะสูงกว่าระดับ 25.4% ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากโครงการคอนโดที่เพิ่งสร้างเสร็จมี margin สูง เช่น The Base Cherngtalay ที่มี GPM ระดับ 50%, Valles Haus ที่ 37% และ Via Aree ที่ 40%
อย่างไรก็ตาม margin ของโครงการแนวราบยังถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคาและอุปสงค์ที่อ่อนตัว ขณะที่บริษัทประเมินว่าราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะเริ่มกระทบต้นทุนก่อสร้างราว 2% ในไตรมาส 4/2569 และอาจรุนแรงขึ้นในปี 2570 หากต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง
CGSI ยังคงประมาณการยอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2569 ที่ 38,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY โดยมี backlog รองรับรายได้ค่อนข้างสูง ทั้งนี้ backlog ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 สามารถรองรับยอดโอนได้แล้ว 54.5% ของประมาณการทั้งปี
ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติต่อหุ้นปี 2569 จะเติบโต 10.7% YoY หลังลดลง 17.2% ในปี 2568 โดยได้แรงหนุนจากรายได้อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจาก JV และ earnout จากโครงการ Hyatt
บริษัทให้ guidance ว่า earnout จาก Hyatt จะอยู่ที่ 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และ 18 ล้านดอลลาร์ในปี 2570 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 15 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ในไตรมาส 4/2569
นอกจากนี้ SIRI ยังมีแผนขายคลังสินค้าเข้า REIT ในไตรมาส 3/2569 และอาจมี upside เพิ่มเติมต่อกำไรสุทธิปี 2569 จากแผน Asset Monetization อีกประมาณ 100 ล้านบาท
ในด้าน valuation หุ้น SIRI ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2570 เพียง 5.9 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีราว 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ขณะที่ Dividend Yield ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ฝ่ายวิจัยยังมองว่า SIRI เป็น Top Pick ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์และ GPM ที่อาจต่ำกว่าคาด หากกำลังซื้อชะลอตัวมากกว่าประเมิน หรือแรงกดดันด้านต้นทุนก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่บริษัทคาดไว้