โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เลขบัญชีเลือกได้ ไม่ใช่แค่กิมมิกของ CLICX แต่คือจุดต่างที่เพราะเป็น Virtual Bank จึงทำได้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 9 มิถุนายน 2569 เวลา 23.35 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เจาะลึก ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) กับฟีเจอร์เลขบัญชีเลือกได้ พิสูจน์ความต่างเชิงเทคโนโลยีที่ทำได้เพราะเป็น Virtual Bank ปลดล็อกขีดจำกัดเดิม ๆ ของธนาคารดั้งเดิม

คลิกซ์ หรือ CLICX ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank ) รายแรกในประเทศไทย ที่เปิดตัวด้วยฟีเจอร์แรก “เลขบัญชีเลือกได้” ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือก หรือกำหนดเลขบัญชีของตัวเองได้เป็นครั้งแรกของธนาคารไทย โดยเลขที่เลือกเป็นได้ทั้งเลขมงคลตามความเชื่อ เลขเสริมการเงิน การงาน ความรัก เลขมังกร เลขตอง หรือเบอร์สวย รวมถึงเลือกเลขบัญชีให้ตรงกับ 7 หลักท้ายของเบอร์โทรศัพท์ หรือ เลข 4 หลักท้าย โดย คลิกซ์ เปิดให้จองเลขบัญชีไปตั้งแต่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่เปิดให้บริการธนาคารจริงในวันที่ 19 มิ.ย.นี้

สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) (CLICX) เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ว่า หลังจากเปิดให้จองเลขบัญชีเลือกได้ กระแสตอบรับดีมากมีจำนวนผู้สนใจเข้ามาจองในหลายช่องทางต่างๆแล้วหลายราย ซึ่งการเปิดบัญชีจะไม่มีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ และจะเปิดได้ 1 คนต่อ 1 บัญชีเท่านั้น แต่คลิ๊กจะให้ลูกค้าเปิดกระเป๋าเงินย่อย (Pocket) ภายใต้บัญชีเดียวเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกันได้

สุพร เล่าถึงที่มาของฟีเจอร์ "เลือกเลขบัญชีได้" ว่า เป็นไอเดียของทีมงานที่มีแนวคิดว่า ปกติแล้วหากใครต้องการเบอร์โทรศัพท์สวยหรือเลขทะเบียนรถสวยจะต้องเสียเงินซื้อ แต่เมื่ออยากให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเลขบัญชีที่ต้องการจึงเปิดโอกาสให้เลือกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

นอกจากนี้เป็นการออกแบบมาให้ถูกใจและรู้ใจคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสายมูที่ให้ความสำคัญกับเรื่องตัวเลข มีการคัดสรรเลขที่ส่งเสริมในด้านต่าง ๆ เช่น เลขหนุนการเงิน เช่น เลข 656 ที่มีความหมายเป็นเลขผู้นำส่งเสริมบารมี เลขช่วยให้เก็บเงินอยู่ หรือเลขสำหรับทำมาค้าขายและลงทุน ซึ่งเลขบัญชีเลือกได้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

“จากสถิติหลังเปิดให้จองพบว่า คนเข้ามาเลือกจองเลขบัญชีที่ส่งเสริมเรื่องความมั่งคั่งมากกว่าเรื่องความรัก”

สุพร บอกอีกว่า แต่ในเชิงเทคนิคเลือกเลขบัญชีได้ คือสิ่งที่ทำให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างธนาคารดั้งเดิมและธนาคารไร้สาขา( Virtual Bank ) เพราะธนาคารดั้งเดิม ระบบการรันเลขบัญชีจะถูกล็อกไว้ด้วยเงื่อนไขทางกายภาพ โดย 2-3 ตัวแรกของเลขบัญชีธนาคารดั้งเดิมมักจะเป็น "รหัสสาขา" ที่ระบุว่าเราเปิดบัญชีที่สาขาใด หรือเลขที่ระบุว่าเป็นบัญชีประเภทใด ทำให้ระบบไม่สามารถให้อิสระแก่ผู้ใช้งานในการสุ่มเลือกตัวเลขหรือจัดชุดตัวเลขตามความต้องการได้อย่างอิสระ

แต่ Virtual Bank โครงสร้างระบบถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดและไม่ต้องมีรหัสสาขาทางกายภาพ เพราะเป็นธนาคารที่ไม่มีสาขา ทีมงานจึงสามารถทำระบบหลังบ้านให้เปิดกว้าง จนทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและจัดชุดตัวเลขที่ต้องการได้

“วันนี้คนไทยมีบัญชีธนาคารอยู่แล้วราว 90% ของประชากร ในฐานะผู้เล่นใหม่ก็ต้องมีกิมมิกให้ลูกค้าอยากเปิดบัญชีกับคลิ๊ก ซึ่งนอกจากเลขบัญชีเลือกได้จะเป็นสีสันแล้ว ทีมงานของคลิ๊กซ์เชื่อว่าหากลูกค้าสามารถจดจำเลขบัญชีของตนเองได้แม่นยำ ก็จะช่วยให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สร้างความผูกพันกับลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้น”

สุพร เผยว่า 19 มิ.ย นี้จะเป็นเฟสแรกของการให้บริการของธนาคารคลิ๊กซ์ โดยทุกคนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและเปิดบัญชีฝากเงินได้ จากนั้นจะตามด้วยบริการปล่อยสินเชื่อ โดยจะทยอยเนื่องจากต้องการการันตีความแน่นอนว่าระบบจะไม่เกิดการหน่วงหรือล่มเมื่อมีผู้ใช้งานเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

“เราเลือกเงินฝากก่อน โดยดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารคลิ๊กซ์จะอยู่ที่ประมาณ 3-4% ซึ่งเป็นอัตราที่แข่งขันได้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ต้องรอพิจารณาก่อนเพราะจะเปิดให้บริการเป็นเฟสต่อไป ซึ่งอาจจะเริ่มให้สินเชื่อได้เดือนส.ค.นี้”

ทั้งนี้ในระยะแรกนอกจากนี้เงินฝาก ลูกค้าจะสามารถใช้บริการโอน จ่าย ได้แบบแอปฯธนาคารดั้งเดิมที่มีอยู่ โดยระบบได้ผ่านการทดสอบเชื่อมต่อและเริ่มแสดงโลโก้ของคลิ๊กซ์ร่วมกับแอปพลิเคชันของธนาคารอื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการถอนเงินออกจะทำได้ที่ตู้ของธนาคารกรุงไทยในฐานะ Banking Agent อย่างไรก็ดีหนึ่งในเป้าหมายของธนาคารในฐานะ Virtual Bank คือการมุ่งสู่การส่งเสริมให้ไทยเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

[caption id="attachment_249248" align="aligncenter" width="1000"]

สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการวารสารการเงินธนาคาร และ สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) (CLICX)[/caption]

ดึงจุดแข็ง 3 พันธมิตร ต่อยอดให้ คลิกซ์

สุพร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงสร้างการถือหุ้น ของธนาคาร คลิ๊กซ์ ทั้ง 3 องค์กรได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company)ขึ้นมาชื่อ บริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อถือหุ้นในธนาคารคลิ๊กซ์ โดยมีธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และAIS เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ซึ่งโครงสร้างนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

โดย AIS มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมกว่า 46.8 ล้านเลขหมาย มีจุดเด่นในข้อมูลด้านพฤติกรรมการใช้งานมือถือและตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งสะท้อนถึงวินัยและพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้แม่นยำกว่าข้อมูลทางการเงินแบบเดิม

ส่วน OR ที่มีข้อมูลจากระบบสมาชิก (Loyalty Card) กว่า 10 ล้านราย ซึ่งจะเห็นพฤติกรรมการใช้จ่าย เช่น การเติมน้ำมัน โดยในธุรกิจน้ำมันมีฐานลูกค้ากว้างถึง 20-30 ราย

ขณะที่ธนาคารกรุงไทย มีข้อมูลพื้นฐานทางการเงินและเชื่อมต่อกับฐานลูกค้าจำนวนมากจากแอปฯ "เป๋าตัง" ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านราย

“หัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการสร้าง Data Room เพื่อรวมข้อมูลจากทั้ง 3 ฝ่ายมาวิเคราะห์ โดยจะเป็นข้อมูลที่ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลก่อนถึงจะนำมาอยู่ในนี้ได้”

สุพร ยกตัวอย่างความร่วมมือที่จะได้เห็นว่า ในกรณีลูกค้าที่สมัครใช้งาน เมื่อเปิดบัญชี ธนาคารคลิ๊กซ์ ตามขั้นตอนการเปิดบัญชีดิจิทัลมาตรฐานเดียวกับการเปิดในแอปฯธนาคารแบบดั้งเดิม ลูกค้าจะสามารถยืนยันตัวตน (KYC) ผ่านแอปฯเป๋าตังได้เลย หรือไปที่เครือข่ายร้านค้าของ AIS ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดยืนยันตัวตน (Identity Verification หรือ Dip-chip)

นอกจากนี้ในอนาคตอาจจะเห็นความร่วมมือในการจำหน่ายสมาร์ทโฟนราคาพิเศษเพื่อให้กลุ่มลูกค้าเข้าถึงแอปพลิเคชันที่มีความปลอดภัยได้ โดยสามารถใช้สินเชื่อจากธนาคารคลิ๊กซ์ หรือการร่วมมือกับ OR ในการสนับสนุนการสร้างสินเชื่อที่ตอบโจทย์ในระบบนิเวศ (Ecosystem) เช่น สินเชื่อสำหรับเติมน้ำมันหรือสินเชื่อสำหรับกลุ่มไรเดอร์

อย่างไรก็ดี ธนาคารคลิ๊กซ์มีแนวคิดที่จะให้ผลตอบแทนเงินฝากเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากดอกเบี้ย เพราะแม้ธนาคารไร้สาขาจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์ปกติของธนาคารแบบดั้งเดิม แต่เมื่อคำนวณออกมาเป็นตัวเงินต่อปีแล้วถือว่าน้อยมาก และยังต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก อาจจะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ

จึงมีแนวคิดว่าหากเปลี่ยนดอกเบี้ยเป็นสิทธิประโยชน์ในการลดค่าครองชีพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแทน เช่น การให้สิทธิ์ซื้อกาแฟ หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ซึ่งแนวคิดนี้เป็นการนำสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรมีอยู่ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินออมของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการนำเงินมาฝากนั้นคุ้มค่ากว่าการเก็บไว้เฉย ๆ หรือนำไปใช้จ่ายจนหมด

“หนึ่งในโจทย์หลักของ Virtual Bank คือส่งเสริมให้เริ่มต้นการออม การสร้างแรงจูงใจผ่านสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ทันที เช่น กาแฟหรือส่วนลดต่าง ๆ จึงเป็นแนวทางที่ทีมงานมองว่าจะช่วยดึงคนเข้าสู่ระบบการออมได้ดีกว่าการรอรับดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว”

สุพร กล่าวด้วยว่า สำหรับการให้สินเชื่อ ธนาคารคลิ๊กซ์ มีแนวทางที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลทางเลือกเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารเดิมเข้าไม่ถึง โดยธนาคารเน้นกลุ่มคนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือกลุ่มรายย่อย โดยคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อในวงเงินเฉลี่ยประมาณ 10,000 กว่าบาท ซึ่งต่ำกว่าสินเชื่อบุคคลทั่วไปของธนาคารพาณิชย์ที่จะอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 บาท

โดยใช้ข้อมูลทางเลือกและมีอัตราดอกเบี้ยแบบยืดหยุ่น ดอกเบี้ยจะปรับเปลี่ยนตามวัตถุประสงค์การใช้เงิน เช่น หากกู้ไปจ่ายค่าเทอมหรือค่าน้ำค่าไฟ ดอกเบี้ยจะถูกกว่าการกู้ไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย โดยความรวดเร็วในการอนุมัติที่เป็นระบบ Core Banking แบบใหม่และ AI ที่ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วภายในไม่เกิน 5 นาที

ส่วนเรื่องการตามหนี้และการบริหารจัดการหนี้ ธนาคารจะให้ความสำคัญกับการคัดกรองตั้งแต่ต้น หากตัดสินใจปล่อยกู้แสดงว่าระบบได้ประเมินความเสี่ยงมาแล้ว ส่วนการติดตามหนี้ธนาคารนำ AI มาใช้ในการโทรติดตามหนี้แทนพนักงานในช่วงเริ่มต้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนและสามารถติดตามสถานะได้แม่นยำว่าใครรับสายหรือมีพฤติกรรมอย่างไรในการชำระคืน

สำหรับหนี้ที่ค้างชำระนานหรือมีความซับซ้อน จะมีการส่งต่อให้บริษัทรับจ้างติดตามหนี้ (Outsource) ดำเนินการต่อตามมาตรฐานธนาคาร โดยทุกอย่างต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาการติดตามหนี้ที่ไม่เหมาะสม

“คลิ๊กซ์มีเป้าหมายที่จะช่วยประเทศลดปัญหาหนี้นอกระบบและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยคาดว่าจะสามารถมีลูกค้า 1 ล้านคนในปีแรก”

ธนาคารคลิกซ์ เปิดให้จอง "เลขบัญชีเลือกได้" ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน - 17 มิถุนายน (เวลา 12.00 น.) ผ่าน แอปฯ เป๋าตัง และ myAIS (เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...