เลขบัญชีเลือกได้ ไม่ใช่แค่กิมมิกของ CLICX แต่คือจุดต่างที่เพราะเป็น Virtual Bank จึงทำได้
เจาะลึก ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) กับฟีเจอร์เลขบัญชีเลือกได้ พิสูจน์ความต่างเชิงเทคโนโลยีที่ทำได้เพราะเป็น Virtual Bank ปลดล็อกขีดจำกัดเดิม ๆ ของธนาคารดั้งเดิม
คลิกซ์ หรือ CLICX ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank ) รายแรกในประเทศไทย ที่เปิดตัวด้วยฟีเจอร์แรก “เลขบัญชีเลือกได้” ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือก หรือกำหนดเลขบัญชีของตัวเองได้เป็นครั้งแรกของธนาคารไทย โดยเลขที่เลือกเป็นได้ทั้งเลขมงคลตามความเชื่อ เลขเสริมการเงิน การงาน ความรัก เลขมังกร เลขตอง หรือเบอร์สวย รวมถึงเลือกเลขบัญชีให้ตรงกับ 7 หลักท้ายของเบอร์โทรศัพท์ หรือ เลข 4 หลักท้าย โดย คลิกซ์ เปิดให้จองเลขบัญชีไปตั้งแต่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่เปิดให้บริการธนาคารจริงในวันที่ 19 มิ.ย.นี้
สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) (CLICX) เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ว่า หลังจากเปิดให้จองเลขบัญชีเลือกได้ กระแสตอบรับดีมากมีจำนวนผู้สนใจเข้ามาจองในหลายช่องทางต่างๆแล้วหลายราย ซึ่งการเปิดบัญชีจะไม่มีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ และจะเปิดได้ 1 คนต่อ 1 บัญชีเท่านั้น แต่คลิ๊กจะให้ลูกค้าเปิดกระเป๋าเงินย่อย (Pocket) ภายใต้บัญชีเดียวเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกันได้
สุพร เล่าถึงที่มาของฟีเจอร์ "เลือกเลขบัญชีได้" ว่า เป็นไอเดียของทีมงานที่มีแนวคิดว่า ปกติแล้วหากใครต้องการเบอร์โทรศัพท์สวยหรือเลขทะเบียนรถสวยจะต้องเสียเงินซื้อ แต่เมื่ออยากให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเลขบัญชีที่ต้องการจึงเปิดโอกาสให้เลือกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
นอกจากนี้เป็นการออกแบบมาให้ถูกใจและรู้ใจคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสายมูที่ให้ความสำคัญกับเรื่องตัวเลข มีการคัดสรรเลขที่ส่งเสริมในด้านต่าง ๆ เช่น เลขหนุนการเงิน เช่น เลข 656 ที่มีความหมายเป็นเลขผู้นำส่งเสริมบารมี เลขช่วยให้เก็บเงินอยู่ หรือเลขสำหรับทำมาค้าขายและลงทุน ซึ่งเลขบัญชีเลือกได้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
“จากสถิติหลังเปิดให้จองพบว่า คนเข้ามาเลือกจองเลขบัญชีที่ส่งเสริมเรื่องความมั่งคั่งมากกว่าเรื่องความรัก”
สุพร บอกอีกว่า แต่ในเชิงเทคนิคเลือกเลขบัญชีได้ คือสิ่งที่ทำให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างธนาคารดั้งเดิมและธนาคารไร้สาขา( Virtual Bank ) เพราะธนาคารดั้งเดิม ระบบการรันเลขบัญชีจะถูกล็อกไว้ด้วยเงื่อนไขทางกายภาพ โดย 2-3 ตัวแรกของเลขบัญชีธนาคารดั้งเดิมมักจะเป็น "รหัสสาขา" ที่ระบุว่าเราเปิดบัญชีที่สาขาใด หรือเลขที่ระบุว่าเป็นบัญชีประเภทใด ทำให้ระบบไม่สามารถให้อิสระแก่ผู้ใช้งานในการสุ่มเลือกตัวเลขหรือจัดชุดตัวเลขตามความต้องการได้อย่างอิสระ
แต่ Virtual Bank โครงสร้างระบบถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดและไม่ต้องมีรหัสสาขาทางกายภาพ เพราะเป็นธนาคารที่ไม่มีสาขา ทีมงานจึงสามารถทำระบบหลังบ้านให้เปิดกว้าง จนทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและจัดชุดตัวเลขที่ต้องการได้
“วันนี้คนไทยมีบัญชีธนาคารอยู่แล้วราว 90% ของประชากร ในฐานะผู้เล่นใหม่ก็ต้องมีกิมมิกให้ลูกค้าอยากเปิดบัญชีกับคลิ๊ก ซึ่งนอกจากเลขบัญชีเลือกได้จะเป็นสีสันแล้ว ทีมงานของคลิ๊กซ์เชื่อว่าหากลูกค้าสามารถจดจำเลขบัญชีของตนเองได้แม่นยำ ก็จะช่วยให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สร้างความผูกพันกับลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้น”
สุพร เผยว่า 19 มิ.ย นี้จะเป็นเฟสแรกของการให้บริการของธนาคารคลิ๊กซ์ โดยทุกคนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและเปิดบัญชีฝากเงินได้ จากนั้นจะตามด้วยบริการปล่อยสินเชื่อ โดยจะทยอยเนื่องจากต้องการการันตีความแน่นอนว่าระบบจะไม่เกิดการหน่วงหรือล่มเมื่อมีผู้ใช้งานเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
“เราเลือกเงินฝากก่อน โดยดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารคลิ๊กซ์จะอยู่ที่ประมาณ 3-4% ซึ่งเป็นอัตราที่แข่งขันได้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ต้องรอพิจารณาก่อนเพราะจะเปิดให้บริการเป็นเฟสต่อไป ซึ่งอาจจะเริ่มให้สินเชื่อได้เดือนส.ค.นี้”
ทั้งนี้ในระยะแรกนอกจากนี้เงินฝาก ลูกค้าจะสามารถใช้บริการโอน จ่าย ได้แบบแอปฯธนาคารดั้งเดิมที่มีอยู่ โดยระบบได้ผ่านการทดสอบเชื่อมต่อและเริ่มแสดงโลโก้ของคลิ๊กซ์ร่วมกับแอปพลิเคชันของธนาคารอื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการถอนเงินออกจะทำได้ที่ตู้ของธนาคารกรุงไทยในฐานะ Banking Agent อย่างไรก็ดีหนึ่งในเป้าหมายของธนาคารในฐานะ Virtual Bank คือการมุ่งสู่การส่งเสริมให้ไทยเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society)
[caption id="attachment_249248" align="aligncenter" width="1000"]
สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการวารสารการเงินธนาคาร และ สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) (CLICX)[/caption]
ดึงจุดแข็ง 3 พันธมิตร ต่อยอดให้ คลิกซ์
สุพร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงสร้างการถือหุ้น ของธนาคาร คลิ๊กซ์ ทั้ง 3 องค์กรได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company)ขึ้นมาชื่อ บริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อถือหุ้นในธนาคารคลิ๊กซ์ โดยมีธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และAIS เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ซึ่งโครงสร้างนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
โดย AIS มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมกว่า 46.8 ล้านเลขหมาย มีจุดเด่นในข้อมูลด้านพฤติกรรมการใช้งานมือถือและตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งสะท้อนถึงวินัยและพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้แม่นยำกว่าข้อมูลทางการเงินแบบเดิม
ส่วน OR ที่มีข้อมูลจากระบบสมาชิก (Loyalty Card) กว่า 10 ล้านราย ซึ่งจะเห็นพฤติกรรมการใช้จ่าย เช่น การเติมน้ำมัน โดยในธุรกิจน้ำมันมีฐานลูกค้ากว้างถึง 20-30 ราย
ขณะที่ธนาคารกรุงไทย มีข้อมูลพื้นฐานทางการเงินและเชื่อมต่อกับฐานลูกค้าจำนวนมากจากแอปฯ "เป๋าตัง" ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านราย
“หัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการสร้าง Data Room เพื่อรวมข้อมูลจากทั้ง 3 ฝ่ายมาวิเคราะห์ โดยจะเป็นข้อมูลที่ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลก่อนถึงจะนำมาอยู่ในนี้ได้”
สุพร ยกตัวอย่างความร่วมมือที่จะได้เห็นว่า ในกรณีลูกค้าที่สมัครใช้งาน เมื่อเปิดบัญชี ธนาคารคลิ๊กซ์ ตามขั้นตอนการเปิดบัญชีดิจิทัลมาตรฐานเดียวกับการเปิดในแอปฯธนาคารแบบดั้งเดิม ลูกค้าจะสามารถยืนยันตัวตน (KYC) ผ่านแอปฯเป๋าตังได้เลย หรือไปที่เครือข่ายร้านค้าของ AIS ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดยืนยันตัวตน (Identity Verification หรือ Dip-chip)
นอกจากนี้ในอนาคตอาจจะเห็นความร่วมมือในการจำหน่ายสมาร์ทโฟนราคาพิเศษเพื่อให้กลุ่มลูกค้าเข้าถึงแอปพลิเคชันที่มีความปลอดภัยได้ โดยสามารถใช้สินเชื่อจากธนาคารคลิ๊กซ์ หรือการร่วมมือกับ OR ในการสนับสนุนการสร้างสินเชื่อที่ตอบโจทย์ในระบบนิเวศ (Ecosystem) เช่น สินเชื่อสำหรับเติมน้ำมันหรือสินเชื่อสำหรับกลุ่มไรเดอร์
อย่างไรก็ดี ธนาคารคลิ๊กซ์มีแนวคิดที่จะให้ผลตอบแทนเงินฝากเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากดอกเบี้ย เพราะแม้ธนาคารไร้สาขาจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์ปกติของธนาคารแบบดั้งเดิม แต่เมื่อคำนวณออกมาเป็นตัวเงินต่อปีแล้วถือว่าน้อยมาก และยังต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก อาจจะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ
จึงมีแนวคิดว่าหากเปลี่ยนดอกเบี้ยเป็นสิทธิประโยชน์ในการลดค่าครองชีพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแทน เช่น การให้สิทธิ์ซื้อกาแฟ หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ซึ่งแนวคิดนี้เป็นการนำสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรมีอยู่ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินออมของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการนำเงินมาฝากนั้นคุ้มค่ากว่าการเก็บไว้เฉย ๆ หรือนำไปใช้จ่ายจนหมด
“หนึ่งในโจทย์หลักของ Virtual Bank คือส่งเสริมให้เริ่มต้นการออม การสร้างแรงจูงใจผ่านสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ทันที เช่น กาแฟหรือส่วนลดต่าง ๆ จึงเป็นแนวทางที่ทีมงานมองว่าจะช่วยดึงคนเข้าสู่ระบบการออมได้ดีกว่าการรอรับดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว”
สุพร กล่าวด้วยว่า สำหรับการให้สินเชื่อ ธนาคารคลิ๊กซ์ มีแนวทางที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลทางเลือกเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารเดิมเข้าไม่ถึง โดยธนาคารเน้นกลุ่มคนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือกลุ่มรายย่อย โดยคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อในวงเงินเฉลี่ยประมาณ 10,000 กว่าบาท ซึ่งต่ำกว่าสินเชื่อบุคคลทั่วไปของธนาคารพาณิชย์ที่จะอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 บาท
โดยใช้ข้อมูลทางเลือกและมีอัตราดอกเบี้ยแบบยืดหยุ่น ดอกเบี้ยจะปรับเปลี่ยนตามวัตถุประสงค์การใช้เงิน เช่น หากกู้ไปจ่ายค่าเทอมหรือค่าน้ำค่าไฟ ดอกเบี้ยจะถูกกว่าการกู้ไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย โดยความรวดเร็วในการอนุมัติที่เป็นระบบ Core Banking แบบใหม่และ AI ที่ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วภายในไม่เกิน 5 นาที
ส่วนเรื่องการตามหนี้และการบริหารจัดการหนี้ ธนาคารจะให้ความสำคัญกับการคัดกรองตั้งแต่ต้น หากตัดสินใจปล่อยกู้แสดงว่าระบบได้ประเมินความเสี่ยงมาแล้ว ส่วนการติดตามหนี้ธนาคารนำ AI มาใช้ในการโทรติดตามหนี้แทนพนักงานในช่วงเริ่มต้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนและสามารถติดตามสถานะได้แม่นยำว่าใครรับสายหรือมีพฤติกรรมอย่างไรในการชำระคืน
สำหรับหนี้ที่ค้างชำระนานหรือมีความซับซ้อน จะมีการส่งต่อให้บริษัทรับจ้างติดตามหนี้ (Outsource) ดำเนินการต่อตามมาตรฐานธนาคาร โดยทุกอย่างต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาการติดตามหนี้ที่ไม่เหมาะสม
“คลิ๊กซ์มีเป้าหมายที่จะช่วยประเทศลดปัญหาหนี้นอกระบบและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยคาดว่าจะสามารถมีลูกค้า 1 ล้านคนในปีแรก”
ธนาคารคลิกซ์ เปิดให้จอง "เลขบัญชีเลือกได้" ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน - 17 มิถุนายน (เวลา 12.00 น.) ผ่าน แอปฯ เป๋าตัง และ myAIS (เพิ่มเติม…)