"จิสด้า" วิเคราะห์ "เกาะวงกลมลึกลับ" ปทุมฯ ฝีมือมนุษย์-ธรรมชาติ?
จากกรณี รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ "เกาะวงกลมปริศนา" หรือที่เริ่มมีคนเรียกว่า "ดวงตาเมืองไทย" บริเวณใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา จ.ปทุมธานี ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเกาะ El Ojo ในอาร์เจนตินานั้น
วันที่ 8 มิ.ย.2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการเกิดเกาะวงกลม ว่า อาจมาจากอะไรได้บ้าง โดยรูปทรงเกาะเป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์ ถือเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยาก มีความเป็นไปได้ทั้งจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและฝีมือมนุษย์
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เทียบเคียงกับปรากฏการณ์ El Ojo ที่มีความเป็นไปได้ คือ เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้ (Rotating Floating Island) โดยเกาะ El Ojo ในอาร์เจนตินานั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่แผ่นดินที่ติดกับก้นบึ้ง แต่เป็น "แพวัชพืชและดิน" ที่ลอยตัวอยู่บนน้ำ เมื่อพื้นที่ตรงนั้นมีกระแสน้ำไหลเวียนวนอยู่ใต้น้ำ หรือมีกระแสลมพัดสม่ำเสมอ จะทำให้แพวัชพืชนี้ "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้า ๆ ตลอดเวลา การหมุนนี้ทำให้ขอบเกาะเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกไปเรื่อย ๆ จนถูกขัดเกลาให้กลายเป็นรูปวงกลมสมบูรณ์ทั้งตัวเกาะและแอ่งน้ำรอบ ๆ
ส่วนพื้นที่ปทุมธานีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและมีวัชพืชน้ำหนาแน่น จึงมีความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่จะเกิดแพวัชพืชหรือเกาะดินขนาด 100 เมตรที่ขาดออกจากฝั่งและหมุนจนกลมในลักษณะเดียวกัน
พื้นที่ปทุมธานี อยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งมีแม่น้ำคดเคี้ยว เมื่อเวลาผ่านไป กระแสน้ำอาจกัดเซาะและเปลี่ยนทิศทางจนตัดขาดทางน้ำเดิม เกิดเป็นเกาะหรือร่องน้ำโค้งที่ถูกทิ้งร้าง แม้ว่าโดยปกติจะไม่ได้มีรูปทรงเป็นวงกลมเป๊ะ ๆ แต่สภาพตะกอนทับถมในอดีตก็อาจทิ้งร่องรอยพื้นที่ตรงกลางที่กลมมนไว้ได้
ส่วนกรณีเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ในอดีต อาจเป็นร่องรอยเกษตรกรรม หรือการจัดการที่ดิน นี่คือสมมติฐานที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากในบริบทของประเทศไทย เพราะพื้นที่ปทุมธานีมีการทำเกษตรกรรม การขุดบ่อเลี้ยงปลา การทำร่องสวน หรือการขุดแก้มลิงมานาน พื้นที่นี้อาจเคยเป็นพื้นที่ที่มีการจงใจขุดร่องน้ำล้อมรอบเป็นวงกลม เช่น โคกหนองนา สระน้ำโบราณ หรือบ่อขุดเพื่อการเกษตร/อุตสาหกรรม เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีและถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งาน พืชพรรณตามธรรมชาติจึงขึ้นปกคลุมจนแน่นทึบ ทำให้เมื่อมองจากมุมสูงดูเหมือนเกาะลึกลับกลางป่า
จิสด้า ยืนยันว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-2 เห็นพื้นที่บริเวณดังกล่าวจริง แม้ว่าประเด็นนี้เพิ่งเป็นข่าวไวรัล และจิสด้าอาจจะยังไม่ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ออกมาอย่างเป็นทางการในทันที แต่ฐานข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมของ GISTDA และพันธมิตรระดับโลก มีการบันทึกภาพครอบคลุมประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คือ "กุญแจสำคัญ" ในการวิเคราะห์หาความจริง
ดูการเปลี่ยนแปลงย้อนหลัง วิธีนี้จะให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด หากมีการดึงภาพจากดาวเทียมย้อนหลังมาดู ภาพในอดีตพบว่าที่ตรงนี้เคยเป็นที่นาปกติ แล้วจู่ ๆ ก็มีรอยขุดด้วยเครื่องจักรจนเป็นวงกลม ก็ฟันธงได้ว่าเป็น "ฝีมือมนุษย์" แต่หากภาพย้อนหลังชี้ว่าพื้นที่นี้ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างจากทรงเรขาคณิตที่ไม่แน่นอน แล้วถูกธรรมชาติขัดเกลาจนกลมขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะสนับสนุนทฤษฎี "ธรรมชาติสร้าง"
การวิเคราะห์การเคลื่อนที่
ความพิเศษของเกาะ El Ojo ที่อาร์เจนตินา คือ มันขยับได้ หากนำภาพถ่ายจากดาวเทียมในแต่ละช่วงเวลามาเทียบกัน แล้วพบว่าเกาะที่ปทุมธานีมีการเลื่อนตำแหน่งชิดขอบแอ่งน้ำฝั่งซ้ายที ขวาที ไม่ได้อยู่ตรงกลางจุดเดิมตลอด นั่นคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเป็น "เกาะลอยน้ำตามธรรมชาติ" (Floating Island)
ปัจจุบันดาวเทียมสำรวจโลกดวงใหม่ของไทย อย่าง THEOS-2 มีความละเอียดภาพสูงถึงระดับ 50 เซนติเมตร GISTDA สามารถสั่งถ่ายภาพเจาะจงบริเวณนี้เพื่อซูมดูพื้นผิว ว่า มีร่องรอยของเศษซากสิ่งก่อสร้าง หรือมีโครงสร้างที่บอกว่าเป็นฝีมือมนุษย์ซ่อนอยู่ใต้เงาต้นไม้หรือไม่ และจากการลงพื้นที่จริงด้วยการบินถ่ายภาพจากโดรนวันที่ 8 มิ.ย.2569 พบว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นเกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้ โดยหมุนรอบตัวเองอย่างช้า ๆ ตลอดเวลา ทำให้กลายเป็นวงกลม ถือเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นตามวิถีธรรมชาติ
อ่านข่าว :
"จักรเศวต" พืชชนิดใหม่ของโลก ถูกพบเพิ่มที่ "ภูเรือ" ผืนป่าเมืองเลย
ผู้ก่อเหตุบุกโรงไฟฟ้าชีวมวล จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเสียงระเบิด - ฝ่ายความมั่นคงเร่งตรวจสอบ
เสียชีวิตเพิ่มเป็น 35 คน เร่งค้นหา 12 ผู้สูญหายเหตุแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์