“ทนายอนันต์ชัย” ร้อง “บิ๊กเต่า” สอบวัดดังเมืองเลยรุกป่า 754 ไร่
(9 มิ.ย. 69) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเลยพร้อมพวก รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2545 มีกระแสข่าวชาวบ้านหลงเชื่อพระนักเทศน์ว่าโลกจะแตก จึงพากันอพยพไปสร้างบ้านพักในพื้นที่ป่า จนนำไปสู่การตรวจสอบและพบว่าวัดดังกล่าวบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าภูค้อ-ป่าภูกระแต และเขตป่า ส.ป.ก. รวมเนื้อที่กว่า 754 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างสูงถึง 1,319 หลัง ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วตั้งแต่ปี 2561 ให้วัดและบริวารออกจากพื้นที่ แต่ที่ผ่านมากลับยังไม่มีการบังคับคดีตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
.
นอกจากนี้ ทนายอนันต์ชัยยังเปิดเผยว่า หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว ในปี 2561 ได้มีเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. รายหนึ่ง ออกหนังสืออนุญาต ส.ป.ก. 4-01 ข. ทับซ้อนที่ดินผืนดังกล่าวให้แก่บุคคล 6 คน รวม 7 แปลง เนื้อที่ประมาณ 217 ไร่ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 อย่างร้ายแรง จนกระทั่งล่าสุดในปี 2569 ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดเลยได้ทำการเพิกถอนเอกสารดังกล่าวแล้ว และเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ศาลจังหวัดเลยก็ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอแสดงอำนาจพิเศษที่ทางวัดและพวกพยายามยื่นโต้แย้งในชั้นบังคับคดี โดยศาลย้ำให้บังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมทันที
.
มูลนิธิทนายกองทัพธรรมจึงเรียกร้องให้ บช.ก. เข้ามาเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคดีนี้คาบเกี่ยวโยงกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายป่าไม้ กฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายสงฆ์ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ หรือเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เพื่อไม่ให้บุคคลใดใช้ผ้าเหลืองมาเป็นเกราะกำบังในการยึดถือสินทรัพย์ของชาติ โดยในวันเดียวกันนี้ ทนายอนันต์ชัยยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนในลักษณะเดียวกันต่ออธิบดีกรมป่าไม้ และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีกด้วย