โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุผลที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มี “ศาลเจ้า” เยอะที่สุดในญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • conomi.co

เมื่อพูดถึงญี่ปุ่น หลายคนมักนึกถึงภาพศาลเจ้าชินโตสีแดงสดตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเสาโทริอิริมทะเล ป่าไผ่เงียบสงบ หรือศาลเจ้าเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบททั่วประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ญี่ปุ่นมีศาลเจ้ามากกว่าที่หลายคนคิดไว้มาก เพราะทั่วประเทศมีศาลเจ้าชินโตกว่า 88,000 แห่ง และหากนับรวมศาลเจ้าขนาดเล็กในชุมชนต่าง ๆ จำนวนอาจสูงถึง 200,000–300,000 แห่งเลยทีเดียว ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือ จังหวัดที่มีศาลเจ้ามากที่สุดในญี่ปุ่นกลับไม่ใช่โตเกียว เกียวโต หรือจังหวัดใหญ่ชื่อดัง แต่เป็น “นีงาตะ” จังหวัดริมทะเลญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องหิมะ ข้าว และสาเก แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้นีงาตะกลายเป็นดินแดนแห่งศาลเจ้ามากที่สุดของประเทศ เรื่องราวเบื้องหลังนี้น่าสนใจกว่าที่คิดมากทีเดียว

จังหวัดที่มีศาลเจ้ามากกว่าร้านสะดวกซื้อ

เหตุผลที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มีศาลเจ้าเยอะที่สุด

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยร้านสะดวกซื้อแทบทุกมุมถนน แต่จำนวนศาลเจ้าทั่วประเทศกลับมีมากกว่านั้นหลายเท่า ข้อมูลในปี 2018 ระบุว่า ญี่ปุ่นมีร้านสะดวกซื้อประมาณ 55,000 แห่ง ขณะที่จำนวนศาลเจ้ามีมากกว่า 88,000 แห่ง และหากรวมศาลเจ้าท้องถิ่นขนาดเล็กเข้าไปด้วย จำนวนอาจสูงถึงหลักหลายแสนแห่ง

ในบรรดาจังหวัดทั้งหมด “นีงาตะ” คือจังหวัดที่มีศาลเจ้ามากที่สุด โดยมีถึง 4,753 แห่ง ทิ้งห่างจังหวัดเฮียวโกะที่อยู่อันดับสอง และจังหวัดฟุกุโอกะที่อยู่อันดับสามอย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมจังหวัดที่ไม่ได้มีประชากรมากที่สุดในปัจจุบัน หรือไม่ได้เป็นศูนย์กลางทางการเมืองอย่างเกียวโตหรือโตเกียว ถึงกลับมีศาลเจ้าจำนวนมหาศาลขนาดนี้

ความจริงแล้ว เบื้องหลังของจำนวนศาลเจ้าที่มากผิดปกติในนีงาตะ มีทั้งเรื่องของประวัติศาสตร์ การเมือง ภูมิศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ศาลเจ้าญี่ปุ่นในอดีตไม่ได้มีหน้าที่เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นพื้นที่จัดเทศกาล และเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนในแต่ละหมู่บ้าน ดังนั้น ยิ่งพื้นที่ไหนมีชุมชนกระจายตัวมาก ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีศาลเจ้าจำนวนมากตามไปด้วย

โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างนีงาตะ ซึ่งในอดีตมีหมู่บ้านเกษตรกรรมจำนวนมาก แต่ละชุมชนจึงมักมีศาลเจ้าประจำพื้นที่ของตนเอง และหลายแห่งก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

นโยบายรวมศาลเจ้าที่ “ไม่สำเร็จ” ในจังหวัดนีงาตะ

เหตุผลที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มีศาลเจ้าเยอะที่สุด

หนึ่งในเหตุผลที่สำคัญที่สุดที่ทำให้นีงาตะยังคงมีศาลเจ้าจำนวนมาก คือการที่นโยบายรวมศาลเจ้าของรัฐบาลเมจิไม่ประสบความสำเร็จในพื้นที่นี้เท่าที่ควร

ในช่วงครึ่งหลังของสมัยเมจิ รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการลดจำนวนศาลเจ้าทั่วประเทศ เนื่องจากมองว่ามีมากเกินไปและยากต่อการบริหารดูแล จึงเกิดนโยบายที่เรียกว่า “การรวมศาลเจ้า” ขึ้น โดยศาลเจ้าขนาดเล็กจำนวนมากถูกควบรวมเข้ากับศาลเจ้าหลักในพื้นที่เดียวกัน

ผลจากนโยบายนี้ทำให้ศาลเจ้ากว่า 70,000 แห่งทั่วประเทศถูกรื้อถอนภายในปี 1914 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการศาสนาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้นโยบายนี้จะถูกนำมาใช้ในจังหวัดนีงาตะเช่นกัน แต่กลับดำเนินไปอย่างล่าช้า เนื่องจากทางจังหวัดไม่ได้สนับสนุนการรวมศาลเจ้าอย่างจริงจัง ทำให้ศาลเจ้าหลายแห่งยังคงถูกรักษาเอาไว้ในรูปแบบเดิม

เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะศาลเจ้าของนีงาตะมีความผูกพันกับชุมชนในระดับลึกมาก การจะรื้อถอนหรือควบรวมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้คนในท้องถิ่น เพราะศาลเจ้าไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ความทรงจำ และความเชื่อของคนในพื้นที่

ด้วยเหตุนี้ นีงาตะจึงกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ยังคงรักษาจำนวนศาลเจ้าเอาไว้ได้จำนวนมาก ต่างจากหลายพื้นที่ในญี่ปุ่นที่ศาลเจ้าขนาดเล็กค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลา

จนถึงปัจจุบัน หากเดินทางไปตามชนบทของนีงาตะ ก็ยังสามารถพบศาลเจ้าเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ตามหมู่บ้าน ทุ่งนา หรือเชิงเขาได้ทั่วไป บางแห่งอาจมีขนาดเล็กจนแทบเหมือนศาลเจ้าประจำบ้าน แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึงรากวัฒนธรรมที่ฝังแน่นอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างชัดเจน

อดีตจังหวัดที่เคยมีประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่น

เหตุผลที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มีศาลเจ้าเยอะที่สุด

อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ ในช่วงสมัยเมจิ จังหวัดนีงาตะเคยเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่น

จากข้อมูลสำมะโนประชากรปี 1888 นีงาตะมีประชากรประมาณ 1.66 ล้านคน มากกว่าจังหวัดใหญ่อย่างเฮียวโกะและไอจิ รวมถึงมากกว่าโตเกียวในยุคนั้นเสียอีก และในการสำรวจครั้งถัดมาในปี 1893 นีงาตะก็ยังคงเป็นอันดับหนึ่งเช่นเดิม

แม้ปัจจุบันภาพจำของนีงาตะอาจดูเป็นจังหวัดเงียบสงบ แต่ในอดีตพื้นที่แห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางเกษตรกรรมขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะการปลูกข้าว เนื่องจากมีพื้นที่ราบกว้างและแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์

เมื่อมีประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะประชากรเกษตรกรรม ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและการขอพรเพื่อผลผลิตอุดมสมบูรณ์จึงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ผู้คนในแต่ละชุมชนต่างสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ภูเขา น้ำ และธรรมชาติ

จึงอาจกล่าวได้ว่า จำนวนประชากรจำนวนมากในอดีต เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้จำนวนศาลเจ้าในนีงาตะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความศรัทธาของชาวญี่ปุ่นในอดีตก็มีลักษณะผสมผสานระหว่างความเชื่อพื้นบ้านกับศาสนาชินโต ทำให้แต่ละพื้นที่มีเทพเจ้าท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป บางหมู่บ้านเคารพเทพแห่งภูเขา บางพื้นที่บูชาเทพแห่งแม่น้ำ หรือเทพที่เชื่อว่าจะช่วยปกป้องชุมชนจากภัยธรรมชาติ

ดังนั้น ศาลเจ้าจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่อีกด้วย

เส้นทางคมนาคมและการไหลเข้าของวัฒนธรรมจากทั่วญี่ปุ่น

เหตุผลที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มีศาลเจ้าเยอะที่สุด

อีกหนึ่งเหตุผลที่น่าสนใจคือปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดนีงาตะ

ในอดีต พื้นที่แห่งนี้ถือว่าเดินทางสะดวกกว่าที่หลายคนคิด เพราะมีทั้งเส้นทางบกและเส้นทางทะเลที่เชื่อมต่อกับภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ก่อนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ นีงาตะมีทางหลวงสำคัญหลายสายที่เชื่อมไปยังคันโตและคันไซ ทำให้การเดินทางของผู้คน พ่อค้า และวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นไปอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ การตั้งอยู่ริมทะเลญี่ปุ่นยังช่วยให้การขนส่งทางเรือพัฒนาได้ดีอีกด้วย เมืองท่าหลายแห่งในนีงาตะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ส่งผลให้วัฒนธรรม ความเชื่อ และเทพเจ้าจากพื้นที่อื่น ๆ ค่อย ๆ แพร่เข้ามาในจังหวัด

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการนำเทพเจ้าจากภูมิภาคต่าง ๆ มาประดิษฐานในนีงาตะมากขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้จำนวนศาลเจ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หากลองสังเกตการกระจายตัวของศาลเจ้าในนีงาตะอย่างละเอียด จะพบรายละเอียดที่น่าสนใจมาก เช่น ในพื้นที่อุโอนุมะทางตอนใต้ของจังหวัด มี “ศาลเจ้าสิบสอง” หรือ “จูนิซามะ” จำนวนมาก ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องเทพแห่งภูเขา

ขณะเดียวกัน บริเวณริมแม่น้ำชินาโนะก็มี “ศาลเจ้าสุวะ” กระจายอยู่หลายแห่ง สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของวัฒนธรรมและความเชื่อที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่น

เรื่องเหล่านี้ทำให้ศาลเจ้าในนีงาตะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนแผนที่ทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เมือง และประวัติศาสตร์ในอดีตได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย

แม้นีงาตะจะไม่ใช่จังหวัดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในญี่ปุ่น แต่กลับเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยร่องรอยทางวัฒนธรรมและความศรัทธาอย่างน่าทึ่ง จำนวนศาลเจ้ามหาศาลของจังหวัดแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง จำนวนประชากร วิถีชีวิตเกษตรกรรม และทำเลทางภูมิศาสตร์ที่เปิดรับวัฒนธรรมจากหลากหลายพื้นที่ เมื่อมองลึกลงไป ศาลเจ้าแต่ละแห่งจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ขอพรหรือประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นหลักฐานที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในอดีต และสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างชุมชน ธรรมชาติ และความเชื่อของชาวเอจิโกะที่สืบทอดต่อกันมายาวนานหลายร้อยปี

สรุปเนื้อหาจาก : japaaan.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...