แอร์เอเชีย ขยายเส้นทางการบิน เจาะท่องเที่ยวจีน ดันรายได้ปี 66 ทะลุ 4.2 หมื่นลบ. โตเท่าตัว
ธุรกิจการบินติดหล่มโควิด3 ปีเต็ม ทว่าปี2566 เป็นปีแห่งการฟื้นไข้ จากการเปิดประเทศที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวต่อเนื่องมาจากปลายปี2565 ขณะที่ปีนี้“นักท่องเที่ยวจีน” ตลาดหลักการท่องเที่ยวไทยก็มีแนวโน้มกลับมาเต็มอีกครั้ง ส่งผลให้“แอร์เอเชีย” เร่งเครื่องกลยุทธ์สร้างการเติบโต
นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอเชียเอวิเอชั่น หรือ AAV และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ปี 2565 ที่ผ่านมา เริ่มเห็นแววการฟื้นตัวของธุรกิจการบิน โดยกลุ่มลูกค้ากลับมา 90% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดปี 2562 ส่งผลให้รายได้ปี 2565 ทำได้ราว 18,000 ล้านบาท โดยไทยมีนักท่องเที่ยวเข้าทั้งปี 9.95 ล้านคน ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 10 ล้านคน
สำหรับปี 2566 บริษัทฯ คาดว่าจะเทิร์นอะราวรายได้รวมอยู่ที่ 42,000 ล้านบาท จากปัจจัยบวกที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่ากรณีที่ดีที่สุด ปีนี้นักท่องเที่ยวจะกลับเข้าไทย 30 ล้านคน ในจำนวนนี้ 7-8 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจีน
“เราเห็นตัวเลขในไตรมาส 1 ปี 2566 อัตราบรรจุผู้โดยสาร (Load Factor) ขึ้นมา 90% และไตรมาส 2 เห็นภาพยอดจองตั๋วเข้ามาค่อนข้างมากในช่วงโกลเด้นวีค เทศกาลสงกรานต์ของไทย ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่ม 20% จากดีมานด์ที่หนาแน่น และการที่บริษัทฯ สามารถรวมค่าธรรมเนียมน้ำมันได้ในตั๋วเครื่องบินที่บินในประเทศได้”
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี 2566 พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยมาแล้วราว 5.5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นคนจีน 390,000 คน คิดเป็น 8% ของนักท่องเที่ยวที่เข้าไทย อยู่ในอันดับ 4 เป็นรองจากมาเลเซีย รัสเซีย และเกาหลี ซึ่งในจำนวน 3.9 แสนคน เป็นลูกค้าแอร์เอเชีย 80,000 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 20%”
นายสันติสุข กล่าวต่อไปว่า ปี 2566 จีนเพิ่งคลายเรื่องข้อจำกัดเรื่องการกักตัวขาเข้าในประเทศไม่นานมาก จากการสำรวจพบว่าช่วงที่จีนปิดประเทศ พาสปอร์ตคนจีนหมดอายุหลายล้านเล่ม ต้องใช้เวลา 2-3 เดือน กว่าจะต่อหมด ไม่นับรวมความไม่พร้อมของหลายสนามบินและบุคลากรในจีนที่ไม่เพียงพอ อาจต้องใช้เวลาสักนิด
ดังนั้น จึงเชื่อว่าในครึ่งปีหลัง 2566 นักท่องเที่ยวจีนจะทะลักประเทศไทย และไทยยังเป็นเดสติเนชั่นอันดับ 1 ของคนจีน ด้วยระยะเวลาเดินทางใช้เวลาไม่นาน และจุดเด่นเรื่องคนและอาหาร
สำหรับปี 2566 แอร์เอเชีย จะขยายเส้นทางการบินในจีนอย่างน้อย 8 เมือง ซึ่งเป็นตลาดหลักที่บริษัทฯ แข็งแรง
ไตรมาส 1 ปี 2566 จากต้นทางดอนเมืองไป 8 เมือง ดังนี้ กว่างโจ เจียงเป่ย ฉางชา หางโจว คุนหมิง เซินเจิน อูไห่ และหลูโขว่ โดยบิน 40 เที่ยวบิน/สัปดาห์
ไตรมาส 2-4 ปี 2566 จากต้นทางดอนเมืองไป 3 เมือง ดังนี้ เฉิงตู เสียนหยาง และซัวเถา ขยายเที่ยวเป็น 100 ไฟล์ท/สัปดาห์
ไตรมาส 3-4 ปี 2566 จะขยายเส้นทางต้นทางไปที่เชียงใหม่ตรงไปถึงจีน 4 เส้นทาง ดังนี้ ฉางชา ปักกิ่งต้าชิง เซินเจิน และหางโจว และขยายการบินไปสู่ 110 เที่ยวบิน/สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม คาดว่าไตรมาส 4 ปี 2566 ได้จะได้รับผลตอบรับที่ดีขึ้นกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน เพราะมีช่วงวันหยุดยาวที่จีนในเดือนตุลาคม 2566 แอร์เอเชียจึงเตรียมขยายฝูงบินอีก 5 ลำ ในไตรมาส 4 กรณีมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามาก ทำให้มีฝูงบินรวม 58 ลำ จากเดิมมี 53 ลำ ให้ประมาณการว่าจะช่วยผลักดันรายได้อีกราว 10%
นอกจากนี้ แอร์เอเชียยังมีแผนขยายเส้นทางบินไปยังแถบเอเชียใต้ ในเส้นทางภูเก็ต-อินเดียเพิ่ม และขยายการบินในแถบเอเชียเองให้ไปไกลยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าว่าในอีก 3 ปี หรือปี 2569 บริษัทฯ จะทำรายได้รวม 60,000 ล้านบาท
จากกลุ่มเป้าหมายว่าช่วงนั้นกลุ่มชาติพันธุ์เลคจัดเต็มและช่วงสตรีมไทยมากกว่าช่วงก่อนโควิดและว่าอาสาสมัครเฉพาะชาวจีนจะเกิน 20 คำสั่งและปล่อยให้ฝูงบินออกจากช่วงปลายปี 2566 มี 58 ลำอาจ เป็น 63 ลำของปี 2567 เพิ่มเป็น 68 ลำของวันที่ 2568 และกลายเป็น 73 ลำของทุกปี 2569