โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้นำวิกลจริต

ไทยโพสต์

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 00.18 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 17.04 น.

น่าสะพรึงกลัวอย่างแรงครับ…

โลกกำลังอยู่ในเงื้อมมือของคนวิกลจริต

วานนี้ (๑๔ เมษายน) ตลอดทั้งวันสื่อต่างประเทศวิจารณ์กรณี “โดนัลด์ ทรัมป์” โจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ ๑๔

เท่านั้นไม่พอยังแต่งภาพ AI ให้ตัวเองเป็นพระเยซูคริสต์ กำลังทำปาฏิหาริย์รักษาผู้ป่วย

แต่คนที่ป่วยน่าจะเป็น “ทรัมป์” เสียมากกว่า

นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ!

แทบไม่เคยเห็นครับที่บุคคลซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกมีพฤติกรรมลบหลู่ศาสนาอย่างชัดเจนเช่นนี้

ฝรั่งเขาก็รู้สึกไม่ต่างจากคนไทยกรณีมีการลบหลู่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ

เมื่อ “ทรัมป์” ลามปามไปถึงพระเจ้า แล้วจะมีใครหยุดเขา

ปัจจุบันมีข้อถกเถียง และความกังวลใจจากนักจิตวิทยาบางกลุ่มในสหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตและภาวะสมองเสื่อมของ “ทรัมป์”

พฤติกรรมล่าสุดก็คือการโพสต์ภาพตัวเองที่ดูไม่สมเหตุสมผล เช่น ภาพตัวเองเป็นหมอในบริบทกาชาด ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแสดงออกที่เพี้ยนและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ

เพราะแทบทุกคนมองตรงกันว่าเป็นการล้อเลียนพระเยซู

แต่อาการของ “ทรัมป์” ยังเป็นข้อโต้เถียงว่าส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยทางการเมือง เมื่อยังไม่มีการวินิจฉัยโรคอย่างเป็นทางการจากทีมแพทย์ของทำเนียบขาว เรื่อง “ทรัมป์” วิกลจริต จึงยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีได้

แต่…ผู้คนทั้งโลกส่วนใหญ่มอง “ทรัมป์” ไม่ใช่คนที่มีจิตปกติอย่างแน่นอน

คนไทยเองก็เตรียมรับมือ สงครามตะวันออกกลางมิได้จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน

เมื่อต่างฝ่ายต่างขี่หลังเสือ จึงพยายามหาวิธีลงจากหลังเสือโดยไม่ให้เสือกัด แต่พลเมืองโลกโดยเฉพาะเอเชีย กำลังไม่มีอะไรกิน ก่อนที่จะโดนเสือกัดเสียด้วยซ้ำ

การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านและสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนให้ตลาดพลังงานโลก ก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันครั้งใหม่

โดยเฉพาะต่อปริมาณน้ำมันดิบที่ส่งไปยังเอเชีย

เดิมทีอิหร่านยังคงสูบน้ำมันดิบส่งไปยังเอเชียอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มสงครามในตะวันออกกลาง โดยได้รับการคุ้มครองบางส่วนจาก "กองเรือมืด" ที่ยากต่อการตรวจจับ

เมื่อสหรัฐฯ ประกาศปิดปากอ่าวซ้อนอีกชั้น นี่จึงเป็นภัยคุกคามด้านพลังงานครั้งใหญ่สุดนับแต่มีสงครามตะวันออกกลางรอบนี้

สหรัฐฯ จะทำอย่างไรกับเรือบรรทุกน้ำมันที่มีปลายทางที่อินเดียและจีน

แน่นอนครับการปิดล้อมของ “ทรัมป์” มีเป้าหมายเพื่อตัดแหล่งเงินทุนของอิหร่าน และกดดันปักกิ่ง ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด

ขณะที่จีน แสดงท่าทีว่าการกระทำของสหรัฐฯ "นี่เป็นพฤติกรรมที่อันตรายและขาดความรับผิดชอบ"

แต่สหรัฐฯ ไม่สนครับ แม้จะรู้ดีว่าการปิดล้อมเรือสินค้าเป็นการละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลและเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

ก็อย่างที่บอก ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ

ขนาดพระเยซู โป๊ปเลโอที่ ๑๔ ก็โดนมาแล้ว

มาดูตัวเลขกันหน่อยครับ อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลเฉลี่ยประมาณ ๑.๘ ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในปีที่แล้วเล็กน้อยที่ประมาณ ๑.๗ ล้านบาร์เรลต่อวัน

ระหว่างวันที่ ๑ มีนาคมถึง ๑๒ เมษายน เรือบรรทุกน้ำมัน ๕๘ ลำได้แล่นผ่านช่องแคบโดยบรรทุกสินค้า

เรือเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ออกเดินทางจากท่าเรือของอิหร่าน โดยส่วนใหญ่คือเกาะคาร์ก หรือชักธงชาติอิหร่าน

ขนส่งน้ำมันดิบรวมทั้งสิ้น ๑๑ ล้านตัน

ถ้าสหรัฐฯ ปิดไม่ให้เรือเหล่านี้ผ่านวิกฤตพลังงานจะรุนแรงกว่าเดิมอีกมาก

ครับ…ยังคงพอมีความหวังที่ปลายอุโมงค์

การเจรจารอบสองกำลังดำเนินไปอย่างเร่งรีบ

ต้องยกความดีความชอบให้ปากีสถานครับ

เวลานี้ ปากีสถานกำลังได้รับการชื่นชมบทบาทใหม่ในฐานะผู้สร้างสันติภาพในภูมิภาค แม้การเจรจารอบแรกจะล้มเหลว แต่ทุกฝ่ายต่างก็เฝ้ารอการเจรจารอบ ๒ ที่จะตามมา

และรู้ดีว่าผู้นำปากีสถานก็ทำเพื่อตัวเองเช่นกัน

ภาพของปากีสถานคือประเทศในเอเชียใต้ที่มีปัญหาด้านความมั่นคงมาโดยตลอด เนื่องจากต้องต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนภายในประเทศ

ขณะเดียวกันก็ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มตาลิบันในอัฟกานิสถาน

แถมยังทำสงครามกับอินเดียอย่างรุนแรงในช่วงสั้นๆ ในเดือนพฤษภาคม

หากปากีสถานเป็นตัวกลางเจรจาให้สงครามตะวันออกกลางยุติลงไปได้ แน่นอนว่าได้รับเครดิตในสายตาชาวโลกสูงมากทีเดียว

จะได้รับการยอมรับในเวทีการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น!

ในฐานะผู้สร้างสันติภาพ

ทำไมต้องปากีสถาน

เพราะปากีสถานมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับจีน

จีนมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน

และจีนต้องการให้อิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา

เห็นภาพตามนี้ก็พอมีความหวังครับ สิ่งที่เกรงกันว่าเหตุการณ์น้ำมันดิบไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้แม้แต่หยดเดียวนั้นจะไม่เกิดขึ้น

ที่จริงอยากให้นักการเมืองไทยทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลทำความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นพวกนี้ ทำให้ประชาชนเห็นภาพใหญ่ที่แท้จริงว่าโลกกำลังเกิดอะไรขึ้น

ดีกว่าหยิบฉวยสถานการณ์ปลีกย่อยมาสร้างคอนเทนต์เรียกคะแนนเสียง

รู้กันอยู่แล้วนะครับว่าแทบทุกรัฐบาลล้วนเจอวิกฤตด้านพลังงาน ต่างกันแค่ความรุนแรงของสถานการณ์

ฉะนั้นพรรคไหนที่ชอบฉกฉวยโอกาสหาคะแนนนิยม จงจำไว้ว่าวันหนึ่งเมื่อตัวเองต้องไปบริหารประเทศก็ต้องเจอดรามาเรื่องน้ำมันแบบนี้เช่นกัน

หนีไม่พ้นหรอกครับ

ถึงวันนั้นโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์

เพราะครั้งหนึ่งตัวเองก็ใช้วิธีเดียวกันในการโจมตีรัฐบาลอื่น

ไม่เชื่อจดใส่บัญชีหนังหมารอพิสูจน์กันได้เลย

ถ้าไม่วิกลจริตก็คงจำการกระทำในอดีตของตนเองได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...