โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ บวกเล็กน้อย 51.11 จุด รับข่าวตะวันออกกลางคลี่คลาย จับตา CPI-ไอพีโอสเปซเอ็กซ์

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 จุดในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (8 มิ.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีตอบโต้กัน ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ล่าสุดอยู่ที่ 50,917.89 จุด เพิ่มขึ้น 51.11 จุด หรือ 0.10% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 อยู่ที่ 7,435.18 จุด เพิ่มขึ้น 51.44 จุด หรือ 0.70% และดัชนีแนสแด็กอยู่ที่ 26,065.34 จุด เพิ่มขึ้น 355.91 จุด หรือ 1.38%

ดาวโจนส์

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ลดช่วงบวก หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

สื่อรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอลว่า อิสราเอลได้ยุติการโจมตีอิหร่านตามคำขอของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ได้เตือนว่าจะโจมตีทางตอนใต้ของกรุงเบรุต หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของอิสราเอล

ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงว่า กองทัพอิหร่านได้ยุติการโจมตีอิสราเอลแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านเตือนว่าจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนต่อไป

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้อิสราเอลและอิหร่านยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที โดยทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียล ระบุว่า อิสราเอลและอิหร่านจะต้องยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที และทั้งสองฝ่ายต่างต้องการหยุดยิงในเวลานี้

ทรัมป์ยังระบุว่า การเจรจาขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับสันติภาพกำลังดำเนินอยู่ ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องไม่ถูกขัดขวาง พร้อมยืนยันว่ามาตรการปิดล้อมจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย และเชื่อว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันพุธ รวมทั้งการเปิดซื้อขายหุ้นของสเปซเอ็กซ์ บริษัทของนายอีลอน มัสก์ ในวันศุกร์

ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรกของสเปซเอ็กซ์ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในการทำไอพีโอที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และอาจเป็นบททดสอบสำคัญต่อกระแสการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์

สำหรับตัวเลขเงินเฟ้อ นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไปประจำเดือนพฤษภาคมจะเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบรายปี จาก 3.8% ในเดือนเมษายน และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน จาก 0.6% ในเดือนก่อนหน้า

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี จาก 2.8% ในเดือนเมษายน และเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน จาก 0.4% ในเดือนก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐได้เข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หรือ Blackout Period ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 16-17 มิถุนายน

นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุมเป็นครั้งแรก และมีกำหนดแถลงข่าวภายหลังการประชุมเพื่อชี้แจงเหตุผลในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในปีนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนมิ.ย.

ขณะที่นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...