‘ไอซ์ รักชนก’ ดักคออินฟลูฯ-บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ฟอกขาวโครงการ TH-AI Passport
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตอนนี้มีความพยายามจะใช้คนจากวงการไอที อินฟลูฯ ที่มีชื่อเสียง รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ มาสร้างความชอบธรรม/ฟอกขาว โครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้าน อย่างเป็นระบบ
วันนี้มี 3 ประเด็น 1) กลุ่มคนที่มีชื่อเสียง มีต้นทุนทางสังคม ถ้าไม่ระวังตัว สุดท้ายเสียงของคุณอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ ช่วยปกป้องโครงการนี้ 2) บริษัทระดับโลก ที่ตอบรับไปร่วมงาน ตระหนักหรือไม่ว่ากำลังจะถูกใช้แอบอ้าง เป็นตรายางเพื่อให้โครงการที่เสี่ยงผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศ ของสหรัฐ FCPA ได้เดินหน้าต่ออย่างใสสะอาด 3) งาน Forum รับฟังความเห็น ตั้งใจรับฟังจริงหรือไม่ ? ทำไมเลือกวันที่คนทำงานส่วนใหญ่ทำงาน แทนที่จะเลือกวันหยุดที่คนส่วนใหญ่มีโอกาสไปร่วมได้ และตรงกับวันประชุมสภา ซึ่ง สส. ต้องอยู่สภา? จะคุยแต่กับคนที่ควบคุมคอนเทนต์ได้เท่านั้นหรือ ?
น.ส.รักชนก ระบุว่า 1) กลุ่มคนที่มีชื่อเสียง ที่สุดท้ายจะถูกใช้เป็นเครื่องมือมาช่วยดีเฟนด์โครงการ แผนการฟอกขาว คือ ขณะนี้งบประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นส่วนนึงของเงิน 1,600 ล้าน สามารถเบิกใช้ได้แล้ว จากเดิมที่เป็นการโปรโมตให้คนลงทะเบียนผ่านจอทั่วประเทศตามที่ล็อกสเปกไว้ อาจจะมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อย โดยจะแบ่งเงินมาจัดงานอีเวนต์ ที่เรียกให้ดูดีว่าเป็น “งานเปิดรับฟังความเห็น” โดยเชิญคนจากทุกวงการมาพูดคุยและทำทีรับฟัง แน่นอนว่าอินฟลูฯ ที่ถูกเชิญไปทุกคนไปด้วยความตั้งใจอันดี แต่ผู้จัดงานถูกเค้าจ้างมาเท่าไรลองโทรถามดู
แน่นอนว่าผู้ที่ไปร่วมงานจะได้พื้นที่เพื่อพูดถึงข้อถกเถียงในสื่อ ได้พูดถึงข้อเสียของโครงการ ได้ตำหนิติเตียนความไม่รอบคอบ ได้วิจารณ์รุนแรง อาจมีการพูดถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ของ ai แต่สุดท้ายทุกอย่างจะถูกเชฟไปในทิศทาง “ปรับปรุงเพื่อเดินหน้าต่อ” อะไรที่ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ เสนอแนะ ทุกอย่างจะถูกนำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเมื่อปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทุกท่านแล้ว ต่อจากนี้ก็มีความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการต่อได้
และทุกคนที่ไปร่วมงานจะกลับบ้านด้วยความรู้สึกฟิน เนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญที่ได้ช่วยให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อการปรับปรุงโครงการระดับพันล้านให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ความรู้ความสามารถที่เราสั่งสมมานี่มันมีประโยชน์จริงๆ และคุณไชยชนกเค้าก็นิสัยดีนี่หน่าพูดอะไรไปก็รับฟังทุกอย่าง ดีไม่ดีต่อจากนี้ไป ทุกคนก็จะกลายเป็นคนที่ออกมาดีเฟนด์ให้โครงการนี้แทนข้าราชการ ด้วยเหตุผลที่ว่า โครงการนี้เป็นโครงการมันดีเพราะเค้าปรับแก้ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไปหมดแล้ว ดังนั้นเดินหน้าต่อได้
น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ทุกคนต้องตั้งสติ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ใช่เรื่องอนาคตของ ai แต่ประเด็นคือ งบประมาณไอที คือ บ่อเงินบ่อทองบ่อใหม่ ที่จะมาคู่กับงบประมาณทำถนนสร้างตึก เมื่อก่อนกินอิฐหินดินปูน แต่คนกลุ่มนี้เค้าเรียนรู้ที่จะพัฒนาต่อยอด ปัจจุบันมันเลยกลายมาเป็นโครงการเกี่ยวกับไอที เทคโนโลยี ai แพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่ง คลาวด์ เพราะนอกจากจะดูทันโลกทันสมัยแล้ว บัญชีราคามาฐานก็ยังไม่มีความชัดเจน ช่องโหว่เยอะและโกยได้เป็นกอบเป็นกำ แถมของมันลอยอยู่ในอากาศ ตึกร้างสร้างไม่เสร็จ ถนนไม่มีคนใช้ มันยังเห็นกับตา แต่งบไอทีเททิ้งไปไม่มีแล้วไม่มีคนใช้ มันลอยอยู่ในคลาวด์แล้วเดี๋ยวคนก็ลืม
น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ต้องพยายามไปปรับปรุง เพราะมันคือความพยายามในการล้วงเงินแผ่นดินจากทุกท่องบ แล้วยักย้ายถ่ายออกไปให้มากที่สุด ทำโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งโครงการนี้เกือบจะเนียนแล้ว แต่มันโป๊ะที่มีการส่อล็อกสเปก โครงการ ai แต่คนได้งานต้องมีจอดิจิทัลและบิลบอร์ดทั่วประเทศ มันโป๊ะ
ดังนั้นสิ่งที่ผู้มีต้นทุนทางสังคม มีชื่อเสียง มีพลังของตัวเอง ต้องช่วยกัน คือ ต้องรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติมากกว่าคอนเนกชันความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์อื่นๆ ที่จะได้รับ ต้องส่งเสียงว่าโครงการนี้ต้องหยุดไว้แค่นี้ และ เอาเงิน 1,600 ล้าน ไปทำอย่างอื่นๆ!
2) บริษัทระดับโลกที่ตอบรับมาร่วมงาน สุดท้ายทุกบริษัทจะถูกใช้แอบอ้างและกลายเป็นตรายางชั้นดีเพื่อการันตีให้เดินหน้าต่อ ดิฉันได้ทราบจากแหล่งข่าวว่า บริษัทใหญ่ เช่น Google Microsoft Anthropic ตอบรับมาร่วมงานด้วย ซึ่งในงาน Forum รับฟังความเห็นที่กระทรวงดีอีจะจัดในวันที่ 11 มิถุนา จะมีการเชิญทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่และยักษ์เล็ก เอางี้นะ คุณคาดหวังจะให้บริษัทอย่างเช่น Google Microsoft Anthropic มาพูดเรื่องอะไร ? คาดหวังจะได้ยินอะไรจากตัวแทนบริษัท ? เพราะถึงอย่างไรตัวแทนบริษัทระดับโลกเหล่านี้ไม่มีทางมาวิจารณ์ถึงโครงการภาครัฐในทางเสียหายอยู่แล้ว
ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ บริษัทยักษ์ใหญ่จะมาพูดถึงโอกาสทางด้านเทคโนโลยี พูดถึงความสำคัญของ ai ชวนให้มองอนาคต พูดเรื่องทางบวก ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับความเสี่ยงคอร์รัปชันของโครงการนี้เลย
ส่วนบริษัทกลาง/เล็ก แม้มาร่วมงาน แต่ใครจะกล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา ทุกคนก็ยังต้องอาศัยโครงการภาครัฐเพื่อเติบโตทั้งนั้น และรัฐบาลก็ไม่ได้ใจกว้างมากพอที่จะเปิดรับความเห็นต่างๆ
น.ส.รักชนก ระบุต่อไปว่า ดิฉันขอส่งเสียงถึงตัวแทนจากบริษัทระดับโลก อย่าง Google, Microsoft ที่จะมาร่วมในงาน ท่านกำลังจะเอาชื่อเสียงของแบรนด์ระดับโลก มาใช้เป็นตรายางประทับเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการที่ส่อล็อกสเปก เสี่ยงคอร์รัปชัน และ อาจจะเข้าข่ายเสี่ยงต่อความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศ (Foreign Corrupt Practices Act หรือ FCPA) ของสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้องค์ประกอบอาจจะยังไม่ครบถ้วน แต่ถ้าบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาตอบรับร่วมงานนี้เมื่อไรล่ะก็ ความเข้มข้นของความเสี่ยงผิดยังมากขึ้น
ดิฉันขอตั้งคำถามถึงบริษัทระดับโลก อย่าง Google, Microsoft ที่จะส่งตัวแทนมาร่วมงานนี้ ได้ตระหนักหรือไม่ว่ากำลังจะเป็นส่วนหนึ่งในการฟอกขาวโครงการที่ส่อคอร์รัปชัน ? ท่านได้รับทราบถึงความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้าน ที่ถูกนำเสนอผ่านมาสื่อสาธารณะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหรือไม่ ? ท่านจะใช้เครดิตของบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกมารับประกันโครงการเช่นนี้จริงๆ หรือ ?
น.ส.รักชนก ระบุอีกว่า 3) ถ้าตั้งใจจะรับฟังเสียงของทุกฝ่ายจริงๆ ทำไมเลือกจัดงานวันพฤหัสตอนเช้า? ซึ่งเป็นวันทำงานแถมยังเป็นช่วงเช้า ประชาชนคนธรรมดาที่สนใจอยากเข้าร่วม ใครจะว่างมาร่วม ? เพราะวันธรรมดาทุกคนมีการมีงานทำกันหมด แถมยังเป็นช่วงเช้าที่ทุกคนมักมีภาระรอคอยอยู่ ที่สำคัญ คือ ข้าราชการทั้งกระทรวงรวมถึงรัฐมนตรีต้องรู้สิ ว่าวันพฤหัสมีประชุมสภา มีประชุมกรรมาธิการ จะเป็นวันที่ผู้แทนราษฎรไปไหนไม่ได้ เพราะ สส. ไม่ควรทิ้งสภา หรือจริงๆ แล้วตั้งใจเลือกวันและเวลาแบบนี้ เพราะต้องการจะคุยกันแค่ในบับเบิ้ลของตัวเองเท่านั้น ?