กรมควบคุมโรค เตรียมหารือกระทรวงต่างประเทศ เร่งวางมาตรการเดินทาง–กักกัน รับมืออีโบลาจากพื้นที่เสี่ยง
กรมควบคุมโรค เตรียมหารือกระทรวงต่างประเทศ กำหนดแนวทางการเดินทาง แยกกัก กักกัน ผู้เดินทางจากประเทศพื้นที่เสี่ยงไวรัสอีโบลา หลัง WHO ประกาศให้การระบาดของโรคในคองโก ยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ
วันที่ 24 พฤษภาคม 2569นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO)ได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo ebolavirus (BVD) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 โดยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และสถานการณ์การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง
สำหรับการคัดกรองผู้เดินทางของประเทศไทยที่มาจากเขตติดโรคอีโบลา ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พบผู้เดินทางจากเขตติดโรคอีโบลาเข้าประเทศไทยจำนวน 10 คน โดยเดินทางจากสาธารณรัฐยูกันดา 8 คน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 2 คน ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดกรองอาการป่วยแล้ว ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งคุมไว้สังเกต ทั้งหมด โดยต้องรายงานอาการป่วยต่อเนื่องจนครบ 21 วัน
กรมควบคุมโรคขอเตือนประชาชนชาวไทยที่มีแผนเดินทางไปยังประเทศเขตติดโรคติดต่ออันตราย โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่มีความจำเป็น หากจำเป็นต้องเดินทางควรปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และหากเดินทางกลับประเทศไทยแล้วมีไข้หรืออาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง
นายแพทย์มณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้นำเสนอแนวทางการแยกกัก กักกัน และคุมไว้สังเกตผู้เดินทางมาจากหรือผ่านประเทศที่ประกาศให้เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ต่อคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติเห็นควรให้กำหนดแนวทางสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่
1) ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา ที่ไม่มีอาการป่วย จะถูกคุมไว้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ อย่างน้อย 21 วัน
2) ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แม้ไม่มีอาการป่วย จะต้องเข้ารับการกักกันในสถานที่ที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดและมีความเสี่ยงสูง
3) ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่มีอาการเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จะถูกแยกกักในสถานพยาบาลที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน และ
4) กรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป
ขณะนี้กรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างเตรียมการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพิจารณาข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในมิติด้านการต่างประเทศ เพื่อให้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคของประเทศไทยมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ และสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และจะปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยด้านสุขภาพแก่ประชาชนต่อไป