เคล็ดลับ... เช็ค “ผลตอบแทน” และผลงานกองทุนรวมแบบง่ายๆ
ทันข่าว Today
อัพเดต 04 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว ChannelHighlight
ก่อนลงทุนก็ต้องรู้จักวิธีหาผลตอบแทนก่อนว่าการลงทุนนั้น มีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน
ซึ่งและแน่นอนว่าสิ่งที่นักลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ทุกคนให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ นั่นคือเรื่อง “ผลตอบแทน” ของกองทุนนั่นเอง
“ผลตอบแทน” ของกองทุนที่มักแสดงในรูปแบของตารางนั้น เป็น ‘ผลตอบแทนในอดีต (Past Performance)’
กองทุนรวมในประเทศไทย มักจะแสดงผลตอบแทนของ ‘กองทุน’ เทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’ ย้อนหลังไป ณ วันที่ประกาศข้อมูล เช่น ข้อมูล ณ วันที่ 30 ส.ค. 19 ย้อนหลัง 3 เดือน, ย้อนหลัง 6 เดือน, ย้อนหลัง 1 ปี, ย้อนหลัง 3 ปี,ย้อนหลัง 10 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ในบางแห่งอาจจะมีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ด้วย)
ซึ่งอาจจะแบ่งแยกย่อย เป็น 2 แบบคือ
- เปรียบเทียบกับตลาด โดยให้ผลตอบแทนเป็นไปตามตลาด ซึ่งเรียกว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนเชิงรับ หรือ ‘Passive Management’
- เปรียบเทียบกับตลาด โดยมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้ชนะตลาด โดยถ้าตลาดผลตอบแทนเป็นบวก กองทุนจะมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้บวกมากกว่าตลาด และหากตลาดโดยรวมติดลบกองทุนจะมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้ลบน้อยกว่าตลาด หรือเป็นบวกหากทำได้ แบบนี้เรียกว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก หรือ ‘Active Management’
‘ผลตอบแทน’ ในรูปแบบไหน? ที่ส่วนใหญ่เค้าใช้ประเมินผลงานกองทุนรวมกัน
ตารางผลตอบแทนแบบปักหมุด
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเลือกกองทุนรวมจากผลการดำเนินงาน สามารถพิจารณาได้จากตารางผลตอบแทน โดยในช่อง Year to Date เป็นผลการดำเนินงานย้อนหลังโดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ที่รายงาน เช่น หาก Fund Fact Sheet เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย.60 ผลการดำเนินงานช่อง Year to Date จะนับตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. – 30 มิย.60 เป็นต้น
ในช่อง 3 เดือนหรือ 6 เดือน เป็นผลการดำเนินงานย้อนหลังแบบช่วงเวลา คือ นับย้อนหลังจากวันที่ออกเอกสารเป็นระยะเวลา 3 เดือนหรือ 6 เดือนตามลำดับ เช่น หากลงทุนตั้งแต่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย.60 จะได้รับผลตอบแทนเท่ากับ 7.21%
ในช่อง 1ปี, 3ปี, 5 ปี,10ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนรวม จะเป็นผลการดำเนินงานย้อนหลังแบบเฉลี่ยต่อปี ยกตัวอย่างเช่น หากลงทุนในกองทุนนี้เป็นระยะเวลา 5 ปี ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 11.43% โดยในบางปีอาจจะได้รับผลตอบแทนมากกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนี้ก็ได้ แต่หากกองทุนจัดตั้งมาไม่ถึง 1 ปี ผลการดำเนินงานจะแสดงแบบช่วงเวลา
เราสามารถดูได้เลยว่าผลงานกองทุนเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดในช่วงเวลาต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร ‘ชนะ’ หรือ ‘แพ้’ ที่ชนะๆ มากหรือน้อย ที่แพ้ๆ มากหรือน้อย ในระยะสั้นเป็นไง ระยะกลางเป็นยังไง ระยะยาวเป็นยังไง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาเป็นยังไง‼️
‘ผลตอบแทน’ กับ ‘ความเสี่ยง’ เป็นของคู่กันเสมอ แล้วเราดูความเสี่ยงของกองทุน จากอะไรได้บ้าง?
ความผันผวนของผลการดำเนินงาน (Standard Deviation : S.D.) จะบอกถึง ‘ความเสี่ยง’ ของกองทุนผ่านค่า S.D. ที่จะเคลื่อนไหวออกไปจากค่า ‘ผลตอบแทนคาดหวัง (Expected Return)’ ของกองทุนได้ทั้งทาง ‘บวก’ และ ‘ลบ’
ค่าความผันผวนเป็นช่วงการแกว่งตัวของผลตอบแทน ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยควรเลือกช่วงการเปลี่ยนแปลงแคบหรือค่าความผันผวนต่ำเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดผลขาดทุน
ผลตอบแทน-แบบ Percentile
เพื่อดูเปรียบเทียบกับ ‘กองทุนประเภทเดียวกันในกลุ่ม’ เพื่อดูว่ากองทุนที่คุณลงทุนอยู่นั้นอยู่ตรงไหนของกลุ่ม ทั้งในแง่ของ ‘ผลตอบแทน/ความเสี่ยง’
โดยจะแสดงค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ 5 25 50 75 และ 100 เท่านั้น นั่นคือ กองทุนที่สามารถทำผลการดำเนินงานสูง รวมถึงมีค่าความผันผวนต่ำ เมื่อเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน จะมีค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ อยู่ในลำดับต้นๆ เช่น 5 25 หรือ 50 เป็นต้น
ตัวชี้วัดนี้ไม่ได้บอกว่ากองทุนนั้น ‘ดี’ หรือ ‘ไม่ดี’ เพียงแค่สะท้อสให้รู้ว่าในกลุ่มนั้น กองทุนนี้อยู่ตรงไหนของกลุ่ม
แม้ว่าข้อมูลผลการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นข้อมูลในอดีต
แต่การเห็นการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาย่อมช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินสถานการณ์ และเลือกหากองทุนที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด
และระหว่างทางของการลงทุน เราควรตรวจสอบอยู่เสมอว่ากองทุนที่เราลงทุนไปนั้นสร้างผลตอบแทนได้ดี ตาม “ความคาดหวัง” ของเราหรือไม่.. เพราะเงินของเรา เราต้องดูแล นะครับ