โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เข้าสู่เทศกาลลดหย่อนภาษี ส่อง 5 อันดับ SSF-RMF ยีลด์สูง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ย 2566 เวลา 23.49 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2566 เวลา 23.49 น.

ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีปลายปีอีกแล้ว โดยเฉพาะกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ช่วงที่ผ่านมาอาจจะได้รับความสนใจไม่มากนัก โดยเฉพาะ SSF เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนรวมระยะยาว (LTF) ในอดีต

“ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย กล่าวว่า การลงทุน 2 กองทุนนี้ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ โดย RMF เป็นการลงทุนเพื่อการเกษียณ สามารถลงทุนไปจนกว่าจะได้เม็ดเงินคืนมา หรือรอตอนเกษียณ จะมีลักษณะการลงทุนแบบ life path คือถ้ายังอายุน้อย ๆ อยู่ ก็ใส่เม็ดเงินเข้าไป

ซึ่งสัดส่วนลงทุนอาจจะเน้นหุ้นค่อนข้างมาก แต่พออายุเพิ่มขึ้นก็ต้องคำนึงเรื่องการรักษาเงินต้น และลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นลง

ส่วน SSF เน้นเรื่องการเติบโตในเชิง capital เป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้น ก็อาจจะเป็นธีมการลงทุนที่เน้นตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม การจัดพอร์ตจำเป็นที่จะต้องกระจายความเสี่ยงไปหลาย ๆ จุด และสำหรับสัดส่วนการลงทุน ง่าย ๆ ก็ควรมีตราสารหนี้กับหุ้นในสัดส่วนเหมาะสมกับอายุในส่วนของ RMF ด้าน SSF ก็ต้องดูตามจังหวะ

“ปีหน้าก็ยังเป็นปีที่ยังต้องระมัดระวังต่อเนื่อง แม้วันนี้เราอาจจะคิดว่าเศรษฐกิจค่อย ๆ ชะลอลง เงินเฟ้อค่อย ๆ ลดลง รวมถึงตัวดอกเบี้ยค่อย ๆ ลดลง อาจจะเรียกว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุด แต่ถ้ามีเหตุฉุกเฉินใด ๆ เกิดขึ้น จนทำให้ดอกเบี้ยจะต้องลงเร็ว ก็อาจต้องระวังสินทรัพย์เสี่ยง

ทั้งนี้ เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ต่อ แต่ความแตกต่างของแต่ละภูมิภาคน่าจะสูง ซึ่ง SSF และ RMF ที่แนะนำจะเป็นเวียดนาม ส่วนของไทยอาจจะเลือกกลุ่มที่ยังมีความปลอดภัย คือกลุ่มหุ้นที่จ่ายปันผลดี”

ตาราง 5 อันดับกองทุน

“บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การลงทุน บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ธีมการลงทุน SSF-RMF แนะนำแบ่งเป็น 4 ธีม ธีมแรก มาจากการที่เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะชะลอตัว แต่ไม่ถึงขั้นถดถอย ดังนั้น กองทุนหุ้นทั่วโลกน่าจะต้องมีติดพอร์ตเอาไว้ สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้

ธีมที่ 2 หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นช่วงปลายวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นแล้ว ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หรืออาจจะไม่ขึ้น ดังนั้น กลุ่มเทคโนโลยีน่าจะได้ประโยชน์และมองไปในระยะข้างหน้า ก็ยังมียอดขายและกำไรที่ยังเติบโตได้

ธีมที่ 3 หุ้นไทย จากดัชนีที่ปรับลดลงมาระดับ 1,500 จุด จึงเป็นจังหวะที่น่าเก็บ และถือไว้ได้ในระยะยาว ขณะที่ปีหน้าคาดว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะมีอัพไซด์ในส่วนของกำไร (earning) ได้ถึง 10%
ธีมสุดท้าย เเนะนำกลุ่มตราสารหนี้โลกคุณภาพดี (investment grade) ซึ่งความน่าสนใจคือ ผลตอบแทนปัจจุบันค่อนข้างสูงและผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยค่อนข้างจำกัดแล้ว

“ปีนี้ภาพตลาดอาจจะดูเหมือนยังผันผวน แต่จริง ๆ แล้วฟื้นตัวขึ้นมาได้ค่อนข้างดี จากสิ้นปี 2565 โดยเฉพาะในสหรัฐ ยุโรป หรือญี่ปุ่น หรือแม้แต่เวียดนามปรับตัวขึ้นกันหมด มีแต่ไทยกับจีนที่ดูไม่ดี และเป็นสัดส่วนในพอร์ตของคนไทยที่ค่อนข้างเยอะ ทำให้คนมองว่าตลาดดูไม่ดี แต่ความจริงแล้วไม่ใช่

ฉะนั้น หากผลตอบแทนยังมีแนวโน้มที่ดีไปจนถึงสิ้นปี เราเชื่อว่าคนน่าจะทยอยลงทุนกันอยู่ หรือบางคนก็อาจจะมีการบาลานซ์พอร์ตเอาไว้ ไม่ได้ลงทุนมาก เพราะพอร์ตอาจจะยังติดลบอยู่”

ด้าน “ธารินี ศิริชยาพร” Head of Business Development and Operations บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน SSF มีทรัพย์สินสุทธิ 5.3 หมื่นล้านบาท(ณ 31 ส.ค.66) เพิ่มขึ้น 4.30% จากสิ้นไตรมาส 1 ปี 2566

โดย 5 อันดับกองทุนที่มีผลตอบแทนดีที่สุด ได้แก่ กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกผลตอบแทนอยู่ที่ 34.84% ตามด้วยกองทุนหุ้นญี่ปุ่น 22.06% และกองทุนหุ้นสหรัฐ 21.78% กองทุนหุ้นเวียดนาม 15.90% และกองทุนหุ้นยุโรปผลตอบแทน 11.59%

ขณะที่ RMF มีทรัพย์สินสุทธิ 4.1 แสนล้านบาท แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากสิ้นปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นเพียง 1%จากสิ้นไตรมาส 1 โดย 5 อันดับกองทุนที่มีผลตอบแทนดีที่สุด ได้แก่กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ผลตอบแทน38.60% ตามด้วยกองทุนหุ้นสหรัฐ 25.53% กองทุนหุ้นญี่ปุ่น 20.66% กองทุนหุ้นเวียดนาม 15.90% และกองทุนหุ้นทั่วโลกผลตอบแทน 11.65%

“จะเห็นได้ว่า ทั้งกองทุน SSF และ RMF ที่มีผลตอบแทนสูงสุด เป็นกลุ่มที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งมาจากกองทุนเดียวกันคือ ASP-DIGIBLOC-SSF และ ASP-DIGIBLOCRMF จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซทพลัส ผลตอบแทนอยู่ที่ 69.21% และ 63.13% รองลงมาเป็นกองทุน MEGA10-SSF และกองทุน MEGA10RMF จาก บลจ.ทาลิส ผลตอบแทน 45.43% และ 46.59%” (ดูตาราง)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...