ชาวอาร์มีเนีย 1.2 แสนราย ในนากอร์โน-คาราบัค เตรียมอพยพออก หวั่นถูกล้างชาติพันธุ์-กดขี่
ชาวอาร์มีเนีย 1.2 แสนราย ในนากอร์โน-คาราบัค เตรียมอพยพออก หวั่นถูกล้างชาติพันธุ์-กดขี่
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประชาชนชาติพันธุ์อาร์มีเนียจำนวน 120,000 คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนนากอร์โน-คาราบัคจะย้ายออกจากดินแดนดังกล่าวและไปอาศัยในประเทศอาร์มีเนีย เพราะพวกเขาไม่ต้องการที่จะอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของประเทศอาเซอร์ไบจาน ทั้งยังกังวลว่าจะมีการล้างชาติพันธุ์ ตามรายงานจากผู้นำดินแดนพิพาทนากอร์โน-คาราบัค
นายนิโคล ปาชินยาน นายกรัฐมนตรีอาร์มีเนีย กล่าวเช่นกันว่า ชาวอาร์มีเนียในภูมิภาคคาราบัคอาจย้ายออกจากดินแดนดังกล่าวเช่นกัน และทางการพร้อมที่จะต้อนรับพวกเขา หลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอาเซอร์ไบจานได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารโจมตีใส่ชาวอาร์มีเนียในคาราบัค ซึ่งเป็นดินแดนที่นานาชาติให้การรับรองว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอาเซอร์ไบจานแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของชาวอาร์มีเนียในพื้นที่ ซึ่งถูกบังคับให้มีการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา
แม้อาเซอร์ไบจานจะรับประกันว่า พวกเขาจะได้รับสิทธิและการบูรณาการในภูมิภาคดังกล่าว แต่ชาวอาร์มีเนียยังคงกังวลว่าตนเองจะถูกกดขี่ นายเดวิด บาบายัน ที่ปรึกษาของนายซัมเวล ชาห์รามานยัน ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐอาร์ตซัค ซึ่งเป็นชื่อที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนใช้เรียกดินแดนนากอร์โน-คาราบัค กล่าวว่า “คนของเราไม่ต้องการที่จะอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน ประชาชน 99.9% ต้องการที่จะออกจากดินแดนประวัติศาสตร์ของเรา”
บาบายันกล่าวอีกว่า “ชะตากรรมของประชาชนผู้น่าสงสารของเราจะถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นความอับอายและความอัปยศของชาวอาร์มีเนียและโลกที่เจริญแล้วทั้งหมด วันหนึ่งคนที่ต้องรับผิดชอบกับชะตากรรมของเราจะต้องตอบคำถามต่อหน้าพระเจ้าถึงบาปที่พวกเขาได้ทำ” โดยตอนนี้นักรบกลุ่มชาติพันธุ์อาร์มีเนียได้เริ่มวางอาวุธแล้ว อย่างไรก็ตาม บาบายันไม่ได้ให้ข้อมูลว่าประชากรที่อาศัยอยู่ในดินแดนดังกล่าวจะเริ่มอพยพออกมาเมื่อใด
ด้านนายกรัฐมนตรีปาชินยานของอาร์มีเนียกล่าวว่า ตอนนี้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมบางส่วนได้ไปถึงดินแดนนากอร์โน-คาราบัคแล้ว แต่ชาวอาร์มีเนียในพื้นที่ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงของการล้างชาติพันธุ์ ซึ่งหากไม่มีการสร้างสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงแก่ชาวอาร์มีเนียในนากอร์โน-คาราบัคและไม่มีกลไกที่มีประสิทธิภาพต่อการป้องกันไม่ให้เกิดการล้างชาติพันธุ์ ก็จะมีความเป็นไปได้สูงที่ชาวอาร์มีเนียในดินแดนดังกล่าวจะออกจากดินแดนบ้านเกิด