โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาวอาร์มีเนีย 1.2 แสนราย ในนากอร์โน-คาราบัค เตรียมอพยพออก หวั่นถูกล้างชาติพันธุ์-กดขี่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ย 2566 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2566 เวลา 10.30 น.
FILE PHOTO PAN Photo via REUTERS

ชาวอาร์มีเนีย 1.2 แสนราย ในนากอร์โน-คาราบัค เตรียมอพยพออก หวั่นถูกล้างชาติพันธุ์-กดขี่

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประชาชนชาติพันธุ์อาร์มีเนียจำนวน 120,000 คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนนากอร์โน-คาราบัคจะย้ายออกจากดินแดนดังกล่าวและไปอาศัยในประเทศอาร์มีเนีย เพราะพวกเขาไม่ต้องการที่จะอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของประเทศอาเซอร์ไบจาน ทั้งยังกังวลว่าจะมีการล้างชาติพันธุ์ ตามรายงานจากผู้นำดินแดนพิพาทนากอร์โน-คาราบัค

นายนิโคล ปาชินยาน นายกรัฐมนตรีอาร์มีเนีย กล่าวเช่นกันว่า ชาวอาร์มีเนียในภูมิภาคคาราบัคอาจย้ายออกจากดินแดนดังกล่าวเช่นกัน และทางการพร้อมที่จะต้อนรับพวกเขา หลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอาเซอร์ไบจานได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารโจมตีใส่ชาวอาร์มีเนียในคาราบัค ซึ่งเป็นดินแดนที่นานาชาติให้การรับรองว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอาเซอร์ไบจานแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของชาวอาร์มีเนียในพื้นที่ ซึ่งถูกบังคับให้มีการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

แม้อาเซอร์ไบจานจะรับประกันว่า พวกเขาจะได้รับสิทธิและการบูรณาการในภูมิภาคดังกล่าว แต่ชาวอาร์มีเนียยังคงกังวลว่าตนเองจะถูกกดขี่ นายเดวิด บาบายัน ที่ปรึกษาของนายซัมเวล ชาห์รามานยัน ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐอาร์ตซัค ซึ่งเป็นชื่อที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนใช้เรียกดินแดนนากอร์โน-คาราบัค กล่าวว่า “คนของเราไม่ต้องการที่จะอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน ประชาชน 99.9% ต้องการที่จะออกจากดินแดนประวัติศาสตร์ของเรา”

บาบายันกล่าวอีกว่า “ชะตากรรมของประชาชนผู้น่าสงสารของเราจะถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นความอับอายและความอัปยศของชาวอาร์มีเนียและโลกที่เจริญแล้วทั้งหมด วันหนึ่งคนที่ต้องรับผิดชอบกับชะตากรรมของเราจะต้องตอบคำถามต่อหน้าพระเจ้าถึงบาปที่พวกเขาได้ทำ” โดยตอนนี้นักรบกลุ่มชาติพันธุ์อาร์มีเนียได้เริ่มวางอาวุธแล้ว อย่างไรก็ตาม บาบายันไม่ได้ให้ข้อมูลว่าประชากรที่อาศัยอยู่ในดินแดนดังกล่าวจะเริ่มอพยพออกมาเมื่อใด

ด้านนายกรัฐมนตรีปาชินยานของอาร์มีเนียกล่าวว่า ตอนนี้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมบางส่วนได้ไปถึงดินแดนนากอร์โน-คาราบัคแล้ว แต่ชาวอาร์มีเนียในพื้นที่ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงของการล้างชาติพันธุ์ ซึ่งหากไม่มีการสร้างสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงแก่ชาวอาร์มีเนียในนากอร์โน-คาราบัคและไม่มีกลไกที่มีประสิทธิภาพต่อการป้องกันไม่ให้เกิดการล้างชาติพันธุ์ ก็จะมีความเป็นไปได้สูงที่ชาวอาร์มีเนียในดินแดนดังกล่าวจะออกจากดินแดนบ้านเกิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...