โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[End]1940 ข้ามเวลามาพาสามีหนีแล้ง มี e-book

นิยาย Dek-D

อัพเดต 30 ธ.ค. 2566 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2566 เวลา 10.25 น. • จิ่วตัวน้อย
เฉียวซีข้ามเวลาจากวันสิ้นโลกมาในปี 1940 ต้องมาพาสามีเจ็บหนักและลูกสาวสองคนหนีภัยแล้งภัยสงคราม โชคดีมีพลังพิเศษพ่วงน้องชายจากชาติก่อนติดมาด้วย เพื่อทุกคนในครอบครัว หล่อนมีแต่ต้องฮึดสู้เท่านั้น!

ข้อมูลเบื้องต้น

********

จากวันสิ้นโลก ถึงปี 1940
เฉียวซีเด็กสาววัย 16 ในปีสิ้นโลกถูกฝูงซอมบี้ขย้ำตาย

หล่อนข้ามเวลามาเข้าร่างเฉียวซี วัย 22 ที่ใช้ชีวิตอยู่ในมณฑลซวางซีในปี 1940
ต้องมาเผชิญกับความอดอยากและภัยสงคราม
กัดฟันลากสามีที่บาดเจ็บหนักเสี่ยงพิการและหอบหิ้วลูกสาวสองคนหนีหัวซุกหัวซุน
โชคยังดีที่สวรรค์เมตตา…
ให้พลังพิเศษจากวันสิ้นโลกพ่วงน้องชายแท้ๆ ติดมาในยุคนี้ด้วย
ต่อให้หนทางหนีภัยแล้งภัยสงครามจะทุลักทุเล
เพื่อคนในครอบครัว(ทั้งในยุคใหม่และยุคก่อน) เฉียวซีคนนี้จะขอฮึดสู้ดูสักตั้ง!

*******

# e book ไม่เกิน 5 เล่มจบค่ะ

*******

>>> 1940 ข้ามเวลามาพาสามีหนีแล้ง เล่ม 1 <<<

>>> 1940 ข้ามเวลามาพาสามีหนีแล้ง เล่ม 2 <<<

>>> ข้ามเวลามาพาสามีหนีแล้ง เล่ม 3 <<<

>>> ข้ามเวลามาพาสามีหนีแล้ง เล่ม 4 <<<

>>> ข้ามเวลามาพาสามีหนีแล้ง เล่ม 5 <<<

“นิยายเรื่องนี้อ้างอิงเหตุการณ์จากประวัติศาสตร์มาบางส่วน

นำมาแต่งเติมผ่านจินตนาการของคนเขียนเพื่ออรรถรสในการอ่าน

ไม่มีเจตนาบิดเบือนความจริงแต่ประการใด

ประเทศและตัวละครในเรื่องไม่มีอยู่จริง

หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมาณ.ที่นี้ด้วยค่ะ”

จากวันสิ้นโลกถึงปี 1940

ที่ไหน?

เฉียวซีกะพริบตาอยู่หลายครั้งกว่าจะปรับสายตาให้เคยชินกับความมืดรอบกาย จากนั้นหล่อนก็ตกอยู่ในความสับสนงุนงงไม่รู้จบ

หล่อนพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย กำลังนอนอยู่บนเกวียนหลังหนึ่ง เขย่าอยู่บนถนนขรุขระเต็มไปด้วยหลุมบ่อ จมูกได้กลิ่นดิน ผิวกายสัมผัสสายลมบริสุทธิ์ไร้สิ่งปนเปื้อน

ที่นี่ไม่มีตึกสูงเสียดฟ้า…

ไม่มีถนนคอนกรีตราบเรียบ ระเกะระกะไปด้วยรถยนต์จอดนิ่งสนิทเรียงรายสุดสายตา…

ที่สำคัญกว่านั้นคือไร้หมอกพิษปนเปื้อนในอากาศ ไม่คล้ายวันสิ้นโลกที่หล่อนพยายามเอาชีวิตรอดมานานนับปี

ดังนั้นเฉียวซีจึงมีความคิดเหลวไหลหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว

หล่อนอาจจะทะลุมิติมาเกิดใหม่?

อย่าเห็นว่าหลังวันสิ้นโลก วันๆ หล่อนต้องวิ่งวุ่นเอาตัวรอดจากซอมบี้ หลบหนีจากคนที่ปล้นเสบียงด้วยกันเอง ยากจะมีเวลาได้พักหายใจ

ยิ่งพบเจอสถานการณ์บีบคั้นหัวใจ ทำให้คนกดดันแทบเป็นบ้าตาย หล่อนยิ่งโหยหาช่วงเวลาอันสงบสุข ที่ที่จะผ่อนคลายจิตใจแม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง

นิยายจึงกลายเป็น ‘ที่พักใจ’ เพียงหนึ่งเดียวซึ่งหล่อนสามารถเลือกหามาหลบมุมอ่าน ในเวลาที่ไม่ต้องวิ่งวุ่นสู้กับซอมบี้หรือผู้คน

ช่วงเวลาที่หล่อนกับน้องชายถูกคนในทีมผลักเข้าไปกลางคลื่นซอมบี้นับร้อย หล่อนไม่มั่นใจสักนิดว่าจะสามารถรอดชีวิตอยู่รอจนถึงตอนที่หัวหน้าฝ่าฝูงซอมบี้มาช่วยเหมือนครั้งก่อนๆ

แม้จะพยายามดื่มยาฟื้นพลังชีวิตที่หัวหน้ามอบให้ แต่คลื่นซอมบี้มีมากเกินไป ไม่ทันไรหล่อนกับน้องชายก็อ่อนแรง ถูกซอมบี้รุมกัดทึ้งฉีกร่างตายอย่างอนาถ

หล่อนน่าจะสิ้นลมตั้งแต่ตอนนั้น แล้วทะลุมิติมาเกิดใหม่เหมือนที่เคยอ่านในนิยาย…ใช่ไหมนะ?

เพราะถ้ารอดมาได้จริงก็ควรต้องอยู่ในสถานที่หลบภัยอย่างในตึกสูงหรือห้องพักที่เต็มไปด้วยเครื่องใช้ทันสมัย ไม่ใช่บนเกวียนเทียมลาที่ผู้คนในเมืองเลิกใช้ไปหลายทศวรรษแล้ว

แต่นอกจากความทรงจำในวันสิ้นโลก ในหัวเฉียวซีกลับไม่มีความทรงจำอื่นอยู่อีก

หล่อนจึงลังเลไม่แน่ใจว่าตนทะลุมิติมายังสถานที่อื่น ที่ไม่ใช่หลังวันสิ้นโลกอย่างที่คาดเดาไว้จริงหรือกำลังอยู่ในห้วงฝันก่อนจะสิ้นลม

“พี่ใหญ่ ผมเก็บเธอไว้เป็นภรรยาไม่ได้จริงๆ เหรอ?”

ขณะคนด้านหลังจมอยู่ในความสงสัย เกวียนลาก็เริ่มลดความเร็วลง ชายร่างผอมที่บังคับเกวียนเอ่ยปากถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผ่านความมืดขึ้นมาเป็นประโยคแรก

“ไม่ได้ หล่อนมีสามีมีลูกแล้ว ต่อให้จะสวยกว่าสะใภ้บ้านอื่นที่พวกเราเคยลักไปขาย แต่ทั้งตัวก็ผอมแห้งมีแต่กระดูก กอดหล่อนนอนนอกจากไม่อุ่นแล้ว ยังเปลืองเสบียงอาหารที่ฉันหามาด้วยความยากลำบากอีก

ขายหล่อนกับลูกๆ ให้บ้านเศรษฐีตามแผนเดิมน่ะดีแล้ว ได้เงินได้ข้าวมาเก็บเป็นเสบียงเพิ่มอีกครึ่งถังก็ยังดี อย่างน้อยก็พอกินไปได้อีกเป็นเดือน” ชายตัวอ้วนตบศีรษะเจ้าผอมปฏิเสธเสียงแข็ง

“แต่ครั้งนี้ผมถูกใจเธอจริงๆ นี่”

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำเหมือนที่แล้วมา ให้หล่อนอยู่ปรนนิบัติพวกเราพี่น้องนานหน่อย เล่นกับหล่อนเบื่อเมื่อไหร่ค่อยเอาไปขายทิ้ง

อย่าคิดจะเก็บหล่อนไว้ให้เปลืองเสบียงอาหาร ภัยแล้งกับภัยสงครามครั้งนี้ยังไม่แน่จะจบลงเมื่อไหร่ ขืนยังคิดเก็บคนไว้ล้างผลาญเสบียง แกก็ไสหัวไปหาข้าวกินเองซะ”

“ทะ…ทำอย่างพี่ว่าก็ได้”

เจ้าผอมเถียงสู้ไม่ไหว สุดท้ายก็จำใจก้มหน้ารับคำ

เพราะความมืดมิด ทั้งสองจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าตลอดการสนทนา คนที่กล่าวถึงฟื้นตื่นลืมตาขึ้นมาเงี่ยหูฟังอยู่นานแล้ว

นี่มันเรื่องบ้าอะไร!

หล่อนทะลุมิติมาไม่ทันไรก็จะถูกพาตัวไปขายให้พ่อค้าทาสแลกข้าวครึ่งถัง นี่จะต่างกับโลกก่อนที่อาหารกระป๋องเดียวก็แลกผู้หญิงไปนอนด้วยตรงไหน

ใจเฉียวซีขมฝาดเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม

ถ้าเพียงแต่พลังธาตุและช่องเก็บมิติหลังวันสิ้นโลกติดตัวมาในโลกแห่งนี้ด้วย หล่อนจะเรียกหน้าไม้คู่ใจที่หัวหน้ามอบไว้ให้ป้องกันตัวจากช่องมิติออกมา สร้างลูกศรจากพลังธาตุไม้ยิงเดรัจฉานทั้งสองคนนี่ทิ้งซะ

กึก!

นึกถึงหน้าไม้…หน้าไม้ในช่องมิติก็ปรากฏขึ้นในมือ

หัวใจเฉียวซีเต้นตึกตักเกือบโลดออกมานอกอก

หญิงสาวไม่ได้รีบร้อนกวาดจิตสำรวจช่องมิติที่ซ่อนตัวอยู่ในสัญลักษณ์ธาตุไม้ใต้ข้อมือตน ด้วยคาดเดาได้ว่าหากหน้าไม้ติดมากับช่องมิติ ของสำคัญอย่างอื่นของหล่อนในโลกก่อนก็น่าจะติดมาด้วย

ไม่ว่าจะเรื่องพลังในชาติก่อน…

เรื่องสามีกับลูกในชาตินี้ที่เพิ่งได้ยินได้ฟัง…

ขอเพียงเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือเดรัจฉานทั้งสองไปให้ได้ก่อน เรื่องอื่นสามารถคิดหาทางได้ในภายหลัง

ดังนั้นเมื่อได้หน้าไม้มาอยู่ในมือ สิ่งแรกที่เฉียวซีทำคือเร่งรวบรวมพลังธาตุไม้สร้างลูกศรไม้ขึ้นมาตามกรรมวิธีที่หัวหน้าเคยสอน

ใช้เวลาอึดใจเดียว ลูกศรไม้แหลมคมก็ก่อรูปร่างขึ้นหน้าไม้ ยิงออกไปอย่างรวดเร็ว

เฟี้ยว!

ฉึก!

ลูกศรไม้พุ่งเข้าปักหลังชายร่างอ้วน เจาะหัวใจแทงทะลุอกซ้ายอย่างแม่นยำ มันไม่ทันร้องสักแอะก็ล้มคว่ำตกจากเกวียน

ร่างมันกระตุก สิ้นใจตายไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว!

“พี่ใหญ่!”

เจ้าผอมร้องเสียงหลง ชักบังเหียนหยุดลาไม่ให้เดินต่อ

เมื่อภัยมาถึงตัว มันไม่มีใจคิดป้องกันล้อเกวียนทับร่างของพี่ชายที่นั่งอยู่ดีๆ ก็ร่วงตกจากเกวียนลงไปนอนนิ่งไม่ไหวติงห่างจากล้อเกวียนไม่มาก แต่หยุดเกวียนเพราะรักตัวกลัวตาย วิ่งกระโจนลงไปหาที่หลบใกล้ที่สุดแทน

ภายใต้ความมืดมิด มันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แค่ได้ยินเสียงแหวกอากาศมาจากด้านหลังก็เลือกวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไว้ก่อน

ฝากนิยายด้วยค่ะ

- นิยายเรื่องนี้จะอัพวันละ 1 ตอนจนกว่าจะจบ -

- เสาร์-อาทิตย์อัพเพิ่ม 2-3 ตอน -

และเผื่อจะมีนักอ่านที่เปย์เล่ม 1 เรื่องนี้ไปแล้วแวะเข้ามา…เล่ม 2 วางวันที่ 31 นี้ค่ะ ขอโทษที่ต้องให้รอนานค่ะ

พี่น้องข้ามเวลามาพบกัน

ฟิ้ว!

หวืด!

ฉึก!

ความระแวดระวังของเจ้าผอมช่วยให้มันรอดพ้นจากลูกศรดอกที่สองของเฉียวซีไปได้อย่างหวุดหวิด

แต่มันก็ยังหนีไม่พ้นลูกศรดอกที่สามที่พุ่งตามมาติดๆ เจาะทะลุหัวไหล่ซ้าย ซวนเซล้มคะมำลงไปกองกับพื้น

“อา…อา”

เฉียวซีที่ถูกสัญลักษณ์ธาตุรูปหยดน้ำเรืองแสงจางๆ ตรงข้อมือของเด็กน้อยข้างตัวที่อยู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมายิงลูกศรดอกที่สามใส่เจ้าผอมทำไขว้เขวไปชั่วขณะ ลูกศรดอกที่สองจึงพลาดเป้า

แต่หล่อนจะมีแก่ใจสนลูกดอกพลาดเป้าที่ไหน เหลียวไปมองเด็กหนุ่มคนนั้นได้ก็อ้าปากค้าง เอ่ยวาจาออกมาได้เป็นคำ

“ฮือออออ พี่ใหญ่…ผมเอง…ผมอาหย่วนของพี่เอง”

หลิวหย่วนปล่อยหน้าไม้ในมือทิ้ง โผเข้ากอดคนเป็นพี่สะอื้นไห้เสียงดังลั่น

เขาไม่เคยกล้าคิดฝันว่าถูกฝูงซอมบี้รุมกัดทึ้งร่างจนตัวตาย แล้วจะยังได้มีโอกาสทะลุมิติมาฟื้นในร่างคนอื่น ได้หวนคืนกลับมาพบพี่สาวแท้ๆ จากโลกเดิมอยู่ในเกวียนหลังเดียวกัน

ต้องขอบคุณสัญญาลักษณ์ธาตุบนข้อมือที่มักเรืองแสงทุกครั้งที่ใช้พลัง แม้จะเป็นแค่การเรืองแสงจางๆ แต่เพราะแสงนี้ปรากฏขึ้นในตอนที่เฉียวซีเรียกหน้าไม้ออกมา และยิ่งชัดเจนในตอนที่หล่อนใช้พลังธาตุสร้างลูกศรยิงออกไป เขาจึงจดจำหล่อนได้ตั้งแต่แรก

“อาหย่วน!”

“พี่ใหญ่!”

สองพี่น้องที่พลัดพรากจากกันในชาติก่อนผวาเข้ากอดกันกลม ตะเบ็งเสียงร่ำไห้สะเทือนฟ้าดิน ทั่วทั้งบริเวณอื้ออึงราวภูตผีหลุดจากอเวจีออกมากรีดร้องข่มขวัญคน

เจ้าผอมผู้ถูกลูกศรปักคาหัวไหล่ “…”

มันจะเอาความกล้าที่ไหน มากรีดร้องแสดงความเจ็บปวด ทำลายบรรยากาศอันดีงามในการพบกันระหว่างพี่น้องทั้งสองลง

ถุย! มันตกใจจนฉี่ราด ไม่กล้าส่งเสียงต่างหาก!

ตลอดครึ่งปีที่พวกมันพี่น้องทำงานลักสะใภ้และลูกบ้านอื่นไปขาย มักเลือกบ้านที่ไม่มีผู้ชายหรือหากมีก็เป็นชายแก่พิการยากจะสู้กลับ

เพื่อที่หากผงยาสลบที่เจาะรูกำแพงเป่าเข้าไปในบ้านไม่ออกฤทธิ์ จะได้รุมซ้อมจนฝ่ายนั้นหมดสติสามารถลักตัวคนไปได้โดยง่าย

ดังนั้นพวกมันจึงไม่เคยพบเข้ากับคนเหี้ยมโหดอย่างสองพี่น้องคู่นี้มาก่อน

มีอย่างที่ไหน ไม่เจรจาต่อรองก็ยิงลูกดอกฆ่ากันซึ่งๆ หน้า!

คิดถึงพี่ใหญ่ของมันที่อยู่ๆ ก็ล้มลงจากเกวียนจนถึงตอนนี้ยังนอนนิ่งไม่ลุก เจ้าผอมก็หนังศีรษะชาหนึบ ขนลุกชันทั่วร่าง เกรงว่าฝ่ายนั้นคงถูกลูกดอกยิงตายไปแล้ว

หนี…มันต้องหนีก่อนที่สองพี่น้องนี่จะรู้ตัว!

คิดได้แล้วก็รีบยอบตัวหมอบคลาน หลบเงียบไปอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ หาลู่ทางหนีไปอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณสวรรค์ พวกเราตายแล้วยังได้เกิดใหม่มาพบกันอีกครั้ง ถึงจะไม่ได้เกิดเป็นพี่น้องกันก็เถอะ”

หลิวหย่วนกอดพี่สาวแน่น สะอึกสะอื้นคร่ำครวญความในใจออกมาไม่ขาดปาก

ในตอนที่ฟื้นคืนสติขึ้นมาในร่างนี้ เขาเศร้าแทบตายเพราะคิดว่าจะไม่ได้เจอพี่สาวอีก

จนเห็นสัญญาลักษณ์รูปใบไม้ตรงข้อมือหญิงสาวที่นอนหมดสติข้างกายสว่างวาบขึ้น ตอนที่หล่อนสร้างลูกศรจากพลังธาตุ เขาจึงได้ใจชื้นขึ้นมา

คนข้างๆ เป็นพี่สาวที่มาเกิดในร่างใหม่เหมือนเขาไม่ผิดแน่!

“ยะ…อย่าบอกนะว่าพวกเราเกิดใหม่เป็น…แม่ลูกกัน?”

นึกถึงสิ่งที่ชายสองคนสนทนาก่อนหน้า ความตื่นเต้นยินดีที่ได้เกิดใหม่มาเจอหลิวหย่วนก็หายวับไปกับตา

หล่อนผละถอยออกห่าง ดึงไฟฉายในช่องมิติออกมาส่องดูหน้าน้องชายตัวเองชัดๆ

เด็กหนุ่มตรงหน้ามีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับชาติก่อนถึงเจ็ดส่วน แค่ดูอายุน้อยลงกว่าเดิมหลายปี ดูแล้วอย่างมากก็อายุราวๆ 12 ปี

ถ้าอีกฝ่ายเกิดมาเป็นลูกชายของหล่อนในชาตินี้จริง…

สวรรค์! แทบไม่กล้าคิดเลยว่าหล่อนจะอายุมากขึ้นสักแค่ไหน!

“ใช่ที่ไหน ผมในชาตินี้เป็นเด็กกำพร้าถูกพรานเฒ่าหลิวบ้านตีนเขาเก็บกลับมาเลี้ยง เหลือน้องชายขี้โรคอายุแปดขวบเป็นญาติแค่คนเดียว พี่ใหญ่…พี่จำไม่ได้จริงๆ เหรอว่าตัวเองเป็นใครในชาตินี้”

หลิวหย่วนเบี่ยงทิศทางของไฟฉายหันไปส่องดูหน้าพี่สาวที่ถึงจะสวยกว่าชาติก่อนเป็นเท่าตัว แต่ก็ดูอายุมากกว่าเดิมหลายสิบ แฮ่ม…หลายปี ส่องดูไปพลางก็พยายามนึกไปพลางว่าหล่อนเป็นสะใภ้บ้านไหน

นึกอยู่นานก็ยังนึกไม่ออก…

พูดตามจริงแล้ว การที่เจ้าของร่างเดิมจะไม่รู้จักผู้หญิงตรงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เพราะหลังครอบครัวถูกโจรปล้นฆ่าระหว่างเดินทางย้ายถิ่นฐาน เขาก็พาน้องชายเร่ร่อนขอข้าวกินประทังชีวิตไปวันๆ จนพรานเฒ่าหลิวที่ไร้ญาติขาดมิตรพบ แล้วเกิดสงสารรับกลับมาเลี้ยงดูที่หมู่บ้านตงซานแห่งนี้

พรานเฒ่าหลิวนั้น มักใช้ชีวิตสันโดษไม่สุงสิงกับใคร

เขากับน้องชายที่เปลี่ยนมาใช้แซ่หลิวก็ใช้ชีวิตตามอีกฝ่าย วันๆ ยุ่งง่วนกับการขึ้นเขา ล่าสัตว์ ปลูกผัก เลี้ยงไก่

นานๆ ครั้งจึงจะเข้าหมู่บ้าน นำสัตว์ที่พรานเฒ่าล่าได้ไปแลกข้าวแลกเกลือ

นอกจากบ้านลุงเอ้อร์หูที่ลากเกวียนพาคนพาของจากในอำเภอกลับมาแลกของที่หมู่บ้านแล้ว หลิวหย่วนแทบไม่เคยได้สนทนากับคนอื่น เขาเลยไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้าอยู่ในหัว

“ฉัน…”

ถูกถาม เฉียวซีก็ขมวดคิ้วเป็นปม พยายามเค้นหาความทรงจำของร่างที่มาเกิดใหม่จนหัวแทบแตก แต่ความทรงจำทั้งหมดกลับว่างเปล่า

เกิดใหม่แถมฟรีสามีกับลูกสาว

เมื่อคิดไม่ออก เฉียวซีก็หันไฟฉายไปส่องดูเด็กหญิงสองคนที่นอนสลบไสลไม่ได้สติถัดจากหลิวหย่วน

ไล่สำรวจตั้งแต่เด็กหญิงวัยห้าขวบตัวผอมแห้ง ไปหยุดมองจ้องเกี๊ยวแป้งตัวผอมวัยสามขวบแล้วส่ายหน้าจนใจ

นึกให้ตายก็ยังนึกไม่ออก!

“พี่ใหญ่ ชาตินี้พี่มีลูกสาวตั้งสองคนเชียว!?”

ตอนเพิ่งฟื้น หลิวหย่วนเองก็ได้ยินการสนทนาระหว่างเจ้าอ้วนกับเจ้าผอมที่ว่าหญิงสาวข้างกายมีสามีและลูกแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะมีคราวเดียวตั้งสองคน

“ใครจะไปจำได้ นายล่ะ…ในหัวไม่มีเรื่องของฉันอยู่ในนั้นบ้างเลยเหรอ”

เฉียวซีเบี่ยงไฟฉายหันมาส่องหน้าตัวเองถามปากคอสั่น

ชาติก่อนหล่อนยังเป็นแค่เด็กสาวอายุ 16 ปี ก่อนวันสิ้นโลกอย่าว่าแต่คนรักที่ไม่เคยมี หล่อนยังไม่เคยได้รู้จักว่าการชอบใครสักคนเป็นยังไงด้วยซ้ำ

เกิดใหม่ทั้งทีอยู่ๆ กลับมีทั้งสามีและลูกสาวเพิ่มมาตั้งสองคน

นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!

“ไอ้หยา ร่างเดิมของผมเร่ร่อนมาจากที่อื่น ถูกพรานเฒ่าหลิวรับมาดูแลที่หมู่บ้านตงซานได้ไม่ถึงสองปี

เมื่อปีก่อนหลังเขาป่วยตาย ผมก็ยุ่งอยู่กับการหาเลี้ยงน้อง จะเอาเวลาที่ไหนไปจำหน้าคน พี่ลองนึกดูดีๆ อีกครั้งสิ เผื่อบางทีความทรงจำอาจจะซ่อนอยู่ลึกเกินไปสักหน่อย”

“จำไม่ได้จริงๆ” เฉียวซีส่ายหน้าถอนใจยาว

“หรือไม่ก็ลองถามเจ้าผอมที่ลักตัวพวกเรามากันเถอะ บางทีมันอาจจะรู้”

หลิวหย่วนเกิดฉุกใจคิดได้ว่ายังมีอีกคนที่อาจรู้ความเป็นมาของพี่สาวตน เขาเหลียวไปมองรอบๆ ตัว

แต่คนหายไปแล้ว!

“หาให้เจอ!”

การค้นหาใครสักคนท่ามกลางความมืดมิดในปี 1942 ที่มีแต่คบเพลิงกับแต่ตะเกียงน้ำมันอาจเป็นเรื่องยาก

แต่ก็ไม่ยากเกินกำลังของสองพี่น้องที่ถือกระบอกไฟฉายยืนเหยียบอยู่บนเกวียนลา สาดแสงส่องสว่างไปไกลถึงร้อยเมตร

พริบตาเดียว ร่างเจ้าผอมที่กุมไหล่ข้างที่บาดเจ็บวิ่งหนีตายอยู่กลางทุ่งก็ถูกส่องเจอห่างออกไปจากเกวียนไม่มากนัก

สองพี่น้องไม่เสียเวลาพูดจาให้มากความก็กระโจนลงจากเกวียน วิ่งแข่งกันพุ่งตรงไปหาเจ้าผอมที่ถูกแสงจากไฟฉายส่องหน้าพาให้หวาดกลัวแข้งขาอ่อน นอนกองอยู่กลางทุ่งไปไหนไม่ได้ไกล

“นายน้อยนายหญิงทั้งสอง ผมมีตาแต่ไร้แวว ล่วงเกินคุณสองคนเข้าแล้ว พวกคุณเมตตาปล่อยผมไปสักครั้งเถอะ”

อยู่ต่อหน้าสองพี่น้องที่จะฆ่าก็ฆ่าไม่เตือนสักแอะ ซ้ำในมือยังมีหน้าไม้กับข้าวของจากต่างประเทศอย่างไฟฉายที่เป็นของหายาก เจ้าผอมจะเอาความกล้าที่ไหนมาต่อกรด้วย

มันพึมพำสะอื้นไห้ ร้องขอชีวิตปากคอสั่นก่อนคนจะทันพุ่งเข้าถึงตัวด้วยซ้ำ

“ใครใช้แกมาจับพวกเรา”

เฉียวซีส่องไฟใส่หน้ามัน ตวาดถามเสียงเข้ม

“ปะ…เป็นสะใภ้ใหญ่บ้านตง หล่อนส่งข่าวเรื่องพวกคุณแม่ลูกให้พี่ใหญ่กับผมรู้ แลกกับแป้งครึ่งถัง หล่อนยังบอกอีกว่าบ้านคุณมีแต่เด็ก ผู้หญิงกับสามีที่ป่วยเป็นง่อย พาตัวไปได้ไม่ยาก”

ไฟฉายของทั้งสองส่องสว่างซะจนตามันแทบบอด เจ้าผอมลนลานยกแขนขึ้นป้องตา ร้องไห้โฮบอกความจริงออกมาจนหมด

“แล้วเขาเกี่ยวอะไรด้วย?”

เฉียวซีจำตัวเองยังไม่ได้ ไม่มีทางนึกออกว่าสะใภ้ใหญ่บ้านตงเป็นใคร หล่อนขมวดคิ้วชี้ไปทางหลิวหย่วน ถามถึงที่ไปที่มาของอีกฝ่าย

เมื่อครู่มัวแต่ยินดีที่ได้พบน้องชาย จนลืมถามว่าเขาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตน ทำไมจึงถูกพาตัวขึ้นเกวียนมาด้วย

“เขาบังเอิญผ่านมาพบตอนพวกผมลักตัวคุณกับลูกๆ ขึ้นเกวียน ผม…ไม่ๆ พี่ใหญ่ของผมเป็นคนทุบเขาจนสลบ แล้วพาขึ้นเกวียน ตั้งใจจะส่งเขากับพวกคุณแม่ลูกไปขายให้บ้านเศรษฐีในตัวอำเภอที่กำลังขาดแรงงานช่วยขนของลี้ภัย”

เจ้าผอมไม่มีทางคาดถึง ว่าเพราะร่างเดิมของสะใภ้สามบ้านตงขาดสารอาหารมานาน ดมผงยาสลบไม่มากก็สิ้นใจตายก่อนจะทันได้แบกขึ้นเกวียนด้วยซ้ำ

ส่วนหลิวหย่วนก็ตายตั้งแต่ถูกทุบหัวในคราวแรก…

วิญญาณสองพี่น้องจึงได้ทะลุมิติมาสวมอยู่ในร่างไร้วิญญาณที่พวกมันแบกโยนขึ้นหลังเกวียนลา

“พี่ใหญ่”

ฟังถึงตรงนี้ หลิวหย่วนก็คล้ายจะเริ่มนึกบางอย่างออก เขายื่นมือไปกระตุกแขนเสื้อพี่สาว ส่งสัญญาณให้เอียงหูมาใกล้ๆ

“ว่า?”

เฉียวซีเอียงหูเข้าใกล้ ลดเสียงกระซิบถาม ตายังจ้องเจ้าผอมเขม็ง

“ผมจำได้แล้ว พี่น่าจะเป็นเฉียวซีสะใภ้สามบ้านตง พี่สามตงชื่อตงเยี่ยนซาน เคยทำงานอยู่โรงสีบ้านเศรษฐีหม่าในอำเภอ เมื่อหลายวันก่อนผมได้ยินคนในหมู่บ้านลือกันว่าเศรษฐีหม่าถูกปล้นจนหมดตัว ลูกจ้างโรงสีโดนโจรบุกเข้าไปทุบตีแย่งข้าวจนบาดเจ็บล้มตายกันไปหลายคน

พี่สามตงเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเคราะห์ร้ายที่ถูกโจรทุบตีเจ็บหนักปางตายกลับมา คนบ้านตงกลัวต้องเสียเงินค่ารักษาเขาเลยรีบตัดความสัมพันธ์ ไล่พวกพี่สี่คนพ่อแม่ลูกออกจากบ้าน มาอยู่ที่กระท่อมร้างตรงเชิงเขาใกล้กับบ้านผม”

หลิวหย่วนยังจำได้อีกว่าร่างนี้ตายเพราะได้ยินเสียงเกวียนผ่านหน้าบ้านจึงออกมาดูด้วยความสงสัย

โชคร้ายถูกหินทุบหัวตาย โจรสองคนพี่น้องคิดว่าร่างนี้เพียงสลบไป เลยแบกขึ้นเกวียนหวังนำไปขายแลกเสบียงเพิ่ม

“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้จำผิดคน?”

ได้ฟังความเป็นมาของตนจากปากน้องชาย เฉียวซีก็นึกอยากจะหยิบกระจกพกพาออกจากช่องมิติมาส่องดูหน้าร่างนี้ให้ชัดๆ

หล่อนจะได้ตื่นตกใจพร้อมกันซะทีเดียวให้แล้วๆ ไป

แต่ที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่หล่อนกับหลิวหย่วนลำพัง ยังมีเจ้าผอมนั่งจมกองปัสสาวะอยู่อีกทั้งคน หล่อนจึงไม่ได้ทำอย่างที่คิด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...