7 แข้งจากบอลโลก 2002 ที่ยังโลดแล่นอยู่ในปัจจุบัน
สัปดาห์ที่ผ่านมา มี 1 ข่าวใหญ่ในวงการลูกหนัง เมื่อ ฆัวกิน ซานเชซ แนวรุกตัวเก๋าของ เรอัล เบติส ได้ประกาศว่าจะแขวนสตั๊ดหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ปิดฉาก 23 ปี ตลอดชีวิตการค้าแข้งบนวัย 42 ปี
โดยชื่อของ ฆัวกิน ซานเชซ ถือเป็น 1 ใน 23 ขุนพลของทีมชาติสเปน ชุดลุยฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งถึงแม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 20 ปี แต่เขาก็ไม่ใช่นักเตะรายเดียวจากบอลโลกครั้งนั้น ที่ยังค้าแข่งอยู่ในปัจจุบัน
โดยเว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดังอย่าง Planet Football ได้ทำการลิสต์รายชื่อนักฟุตบอลจากบอลโลก 2002 ที่ยังโลดแล่นอยู่ในปัจจุบัน มาให้ทุกคนได้รับรับรู้ ซึ่งนอกเหนือจาก ฆัวกิน ซานเชซ ก็มีแข้งอีก 7 ราย ดังต่อไปนี้
เริ่มที่ 2 นักเตะจากทีมเจ้าภาพอย่าง จุนอิจิ อินาโมโตะ และ ชินจิ โอโนะ 2 กองกลางทีมชาติญี่ปุ่น โดย อินาโมโตะ เคยเล่นให้กับหลายทีมดังในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น อาร์เซนอล, ฟูแล่ม และเวสต์บรอมวิช อัลเบียน
ก่อนโยกไปเล่นในตุรกี, เยอรมณี และฝรั่งเศส ก่อนที่ปี 2010 จะกลับมาค้าแข้งยังประเทศบ้านเกิดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ อินาโมโตะ ในวัย 44 ปี ค้าแข้งอยู่กับ นันคัตสึ เอสซี ทีมในดิวิชัน 5 ของญี่ปุ่น
ขณะที่เพื่อนของเขา ชินจิ โอโนะ ที่เคยโด่งดังสุด ๆ กับ เฟเยนูร์ด ในลีกเนเธอแลนด์ ปัจจุบันเป็นเพื่อนร่วมทีมของ สุภโชค สารชาติ นักเตะทีมชาติไทย ที่ คอนซาโดเล ซัปโปโร
ต่อมาเป็น 2 ผู้เล่นจากทวีปแอฟฟริกา คนแรกก็คือ บาร์โธโลมิว อ็อกเบเช ศูนย์หน้าทีมชาติไนจีเรีย ที่ติดทีมไปลุยบอลโลก 2002 ด้วยวัยเพียง 18 ปี เท่านั้น โดยเขาเคยเล่นให้หลายทีมในลีกฝรั่งเศส ซึ่งรวมถึงกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนจะกลายเป็นแข้งจอมพเนจร
ปัจจุบันในวัย 39 ปี เขาเป็นกัปตันทีมให้กับ ไฮเดอราบัด เอฟซี ทีมดัง ในอินเดีย ซูเปอร์ ลีก พร้อมมีดีกรีเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของลีกอินเดีย ที่จำนวน 61 ประตู จากการลงสนาม 89 นัด
ส่วนอีกคนก็คือ การ์ลอส กาเมนี่ นายทวารวัย 39 ปี ชาวแคเมอรูน โดยเขาติดทีมชาติไปฟุตบอลโลกครั้งนั้นด้วยวัย 18 ปี เช่นกัน แต่ยังไม่ได้รับโอกาสลงไปเฝ้าเสา ก่อนจะเริ่มสร้างชื่อในระดับสโมสร กับทั้ง เอสปันญอล และมาลากา ซึ่งปัจจุบัน กาเมนี ยังคงมีความสุขกับการเฝ้าเสา โดยเล่นอยู่กับ ยูอี ซานตา โคโลมา ทีมในลีกสูงสุดของอันดอร์รา
ขณะที่อีกหนึ่งผู้รักษาประตูชื่อดังอย่าง จิอันลุยจิ บุฟฟอน ก็ยังคงสวมถุงมือลงไปเฝ้าเสา บนหลักไมล์ 45 โดย บุฟฟ่อน เป็นมือ 1 ให้กับทีมชาติอิตาลีในบอลโลกครั้งนั้นด้วยวัย 24 ปี และยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมชาติยาวนานเกิน 10 ปี ลงสนามไป 176 นัด พร้อมเป็น 1 ในขุนพลชุดแชมป์โลกเมื่อปี 2006
ปัจจุบัน “น้าบุฟ” ย้ายกลับไปร่วมทีม ปาร์มา ในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 หลังจากหมดสัญญากับยูเวนตุส และก่อนหน้านี้เคยออกมาพูดว่า “ตนยังเล่นได้จนถึงอายุ 55”
ส่วนอีก 1 ชื่อที่แฟนบอลอาจลืมไปแล้ว นั่นก็คือ โรเก ซานตา ครูซ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติปารากวัย ที่บอลโลกครั้งนั้นเจ้าตัวซัดไป 1 ประตู สำหรับ ซานตา ครูซ เคยค้าแข้งกับบิ๊กทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค นานถึง 8 ฤดูกาล พร้อมกวาดแชมป์ร่วมกับ “เสือใต้” หลายรายการ ก่อนย้ายมาเล่นที่อังกฤษกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ปัจจุบัน หัวหอกวัย 41 ปี ยังไม่ยอมแขวนสตั๊ด เขาย้ายจากโอลิมเปีย สโมสรที่เขาสร้างชื่อในยุค 90 มาค้าแข้งกับ ลิเบอร์ตาด คู่แข่งร่วมลีกปารากวัย เมื่อปีที่ผ่านมา
และคนสุดท้ายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าจอมเก๋าของ เอซี มิลาน โดยบอลโลก 2002 ซลาตัน เป็นเพียงแค่ดาวรุ่งวัย 21 ปี ที่ได้ลงสัมผัสเกมแค่ 46 นาทีเท่านั้น
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น ศูนย์หน้าร่างยักษ์ ก็สถาปนากลายเป็นแข้งระดับตำนานของชาติ ขึ้นแท่นดาวซัลโลตลอดกาลของทีมชาติสวีเดน ที่จำนวน 62 ประตู จากการลงสนาม 122 นัด และปัจจุบันก็เพิ่งกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง หลังเคยประกาศเลิกเล่นไปก่อนหน้านี้
ซลาตัน ผ่านการค้าแข้งมาแล้วกับหลายทีมดัง ไล่ตั้งแต่ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม, ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลนา, เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และแมนเชส เตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งปัจจุบัน ลูกพี่ใหญ่ชาวสวีดิช กลับมาค้าแข้งยังถิ่น ซาน ซิโร่ อีกครั้งด้วยวัย 42 ปี และเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ เอซี มิลาน คว้าสคูเด็ตโต้ มาครองได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา