โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กองปราบคุมตัว "อาจารย์แก้กรรม" ฝากขังศาลอาญา ข้อหาข่มขืน-พรากผู้เยาว์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 04.28 น. • RS PCL
กองปราบคุมตัว “อาจารย์แก้กรรม” ฝากขังศาลอาญา ข้อหาข่มขืน-พรากผู้เยาว์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุโทษสูง-หวั่นเผ่นหนี-ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

วันที่ 21 พ.ค. 69 เวลา 10.20 น. พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามคุมตัวนายไพศาล อายุ 67 ปี อาจารย์นิมิตพิสดาร แก้กรรมรักษาโรคชื่อดังจากจังหวัดลำพูน ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา และ พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีเพื่อการอนาจาร หลังมีผู้เสียหาย 2 คนเข้าแจ้งความว่าไปรักษาโรคกับนายไพศาล แต่กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศ สุดท้ายไม่รอดถูกตำรวจจับกุมคาสำนักแก้กรรม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมหลักฐานแชตสนทนา คลิป และภาพถ่ายอนาจารและล่วงละเมิดเหยื่อจำนวนมากในแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญยังพบหนังสือรุ่นจากหลากหลายสถาบัน ที่ภายในมีรายชื่อ ที่อยู่ของนักเรียนและนักศึกษา มีการทำเครื่องหมาย และหลายคนก็เป็นคนที่นายไพศาลนำมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเหยื่อ ให้เหยื่อไปอโหสิกรรม จนกลายเป็นพยานหลักฐานชัดเจนว่าคือเรื่องลวงโลก

อย่างไรก็ตามระหว่างคุมตัวนายไพศาลขึ้นรถเพื่อนำตัวไปฝากขังนั้น สื่อมวลชนพยายามสอบถามอยากจะชี้แจงอะไรหรือไม่ เรื่องที่ตำรวจแจ้งข้อหาเป็นความจริงหรือไม่ และได้ดูนิมิตกรรมตนหรือไม่ว่าต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้ และต้องไปแก้กรรมกับใคร แต่นายไพศาลใส่หน้ากากอนามัย ก้มหน้า และตอบเพียงว่ายังไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ และขอไปให้การในชั้นศาล

ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามถึงประเด็นภาพอนาจารกับสุนัขว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายไพศาลก็รีบขึ้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทันที โดยไม่ตอบคำถามใดๆ เพิ่มเติม

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ระบุท้ายคำร้องฝากขัง คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากกลัวว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และเกรงว่าจะหลบหนี รวมถึงยังเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และเป็นที่สนใจของสังคม

ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้มีนายแบบหนุ่มหน้าตาดี เข้าร้องทุกข์กับเพจสายไหมต้องรอด ว่าถูกอาจารย์ทักว่ามีกรรม ต้องอมอวัยวะเพศแก้กรรม ซึ่งถือเป็นผู้เสียหายคนที่ 4 อย่างไรก็ตามผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ และทางตำรวจก็ยืนยันว่ายังไม่มีการประสานข้อมูลเข้ามา แต่หากผู้เสียหายประสงค์แจ้งความก็สามารถเข้าพบตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...