โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"สีหศักดิ์" เตือน "กัมพูชา" หยุดดึงเวทีโลกโจมตี-ใส่ร้ายไทย

PostToday

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นาย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวแสดงความไม่สบายใจต่อท่าทีของกัมพูชาหลังผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำองค์การสหประชาชาติ นำประเด็นข้อพิพาทไทย-กัมพูชาไปกล่าวในเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ทั้งที่ทั้งสองประเทศเคยตกลงร่วมกันแล้วว่าจะไม่ยกระดับประเด็นทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศ

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนฝรั่งเศสว่า ตนจะเดินทางต่อไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของ นาย หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมพิเศษของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจีนทำหน้าที่ประธาน

ในการประชุมดังกล่าว นายสีหศักดิ์ได้พบหารือกับ นาย ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อสานต่อแนวทางที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ สมเด็จ ฮุน มาเนต ได้หารือร่วมกันระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีเป้าหมายสร้างบรรยากาศเชิงบวก ฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจ และร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั้งเขตแดนทางบกและทางทะเล

อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลคือกรณีที่ นายแก้ว เจีย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุม UNSC เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ในวาระ “การคุ้มครองพลเรือนจากภัยสู้รบ” โดยกล่าวหาว่าไทยรุกล้ำและก่อผลกระทบจากสงคราม ซึ่งขัดกับแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันไว้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568

“เราเคยตกลงกันแล้วว่าจะไม่นำประเด็นทวิภาคีไทย-กัมพูชาไปสู่เวทีระหว่างประเทศ แต่จะใช้การพูดคุยโดยตรงระหว่างสองฝ่าย การย้อนกลับไปใช้เวทีโลกกล่าวหาและใส่ร้ายประเทศไทย ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ” นายสีหศักดิ์ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ ย้ำว่า ไทยต้องการเดินหน้าด้วยความจริงใจตามที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกัน พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาปรับท่าที หันมามองไปข้างหน้า และร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ เพราะปัญหาชายแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงประเด็นเขตแดนทางทะเลว่า หลังไทยยกเลิก MOU44 แล้ว ไทยเห็นว่าทั้งสองประเทศต่างเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOSจึงควรใช้กรอบดังกล่าวเป็นพื้นฐานในการหารือร่วมกันก่อน หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ ก็อาจพิจารณากลไกอื่นเพิ่มเติม ทั้งการประนีประนอมโดยสมัครใจหรือกลไกภาคบังคับในอนาคต

เมื่อถูกถามว่า หากกัมพูชายังคงใช้ท่าทีเดิม ไทยจะดำเนินการอย่างไร นายสีหศักดิ์ ระบุว่า หากกัมพูชายังเดินหน้าแนวทางดังกล่าว สิ่งที่ผู้นำทั้งสองประเทศตกลงกันไว้ที่เซบูอาจไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ และทั้งสองฝ่ายจะสูญเสียโอกาสในการฟื้นฟูความสัมพันธ์และคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนร่วมกัน โดยย้ำว่า“ทั้งหมดขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...