โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Bvlgari เจ้าของแบรนด์หรู ผู้สร้างคอลเลกชัน ‘งู’ ที่เซเลบทั่วโลกเลิฟ

TODAY Bizview

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 17.11 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 10.10 น. • workpointTODAY

หลายคนคงเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างกับเครื่องประดับที่มีลักษณะคล้าย ‘งู’ หรือที่รู้จักกันในชื่อคอลเลกชัน Serpenti ที่มักจะอยู่บนข้อมือเหล่าเซเลบริตี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lisa Blackpink, Anne Hathaway และคนอื่นๆ

ซึ่งแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังเครื่องประดับสุดคลาสสิคนี้ก็คือ ‘Bvlgari’ (อ่านว่าบุลการี) แบรนด์เครื่องประดับที่มาอายุยาวนานกว่า 147 ปีจากเครือแบรนด์หรู LVMH

แน่นอนว่าแม้ ‘Bvlgari’ จะเป็นเครื่องประดับที่มีอายุยาวนานนับ 100 ปีแล้ว แบรนด์ยังก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์เครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ยุคกรีก-โรมัน’ ไว้อีกด้วย

และที่น่าสนใจคือ ภาพจำในอดีตจนถึงปัจจุบันของแบรนด์คือเครื่องประดับที่มีราคาสูงเริ่มตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลักล้านบาท

แต่ล่าสุดแบรนด์ได้ออกสินค้าในคอลเลกชันที่ช่วยเหลือมูลนิธิเด็กในราคาหลักหมื่น ทำให้หลายๆ กลุ่มลูกค้าเข้าถึงได้ คอลเลกชันชื่อ ‘Save the Children necklace’ ได้ ซึ่งคอลเลกชั่นนี้กำลังเป็นที่นิยมมากในโลกโซเชี่ยลมีเดีย

บทความนี้ TODAY Bizview มาชวนอ่านเรื่องราวของ ‘Bvlgari’ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำไมแบรนด์ยังคงรักษาเอกลักณ์ไว้ได้นับร้อยปี พร้อมทั้งยังสามารถขยายกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

[ จุดเริ่มต้นจากชายเชื้อชาวกรีกผู้หลงใหลในเครื่องประดับเงิน สู่การสร้าง ‘Bulgari’ ตัวอักษร U ไม่ใช่ V ]

ต้องเกริ่นก่อนว่าจุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจาก ‘Sotirio Voulgaris’ ชายเชื้อสายกรีกที่หลงใหลในการออกแบบเครื่องประดับเงิน และเขายังถือเป็นช่างมากฝีมือที่มีความประณีตในการประดิษฐ์

และได้เปิดร้านเครื่องประดับขึ้นในปี 1877 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลีในชื่อ ‘Bulgari’ ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากนามสกุลภาษากรีกของเขานั่นก็คือ ‘Voulgaris’

นอกจากที่ ‘Sotirio Voulgaris’ จะหลงใหลในการออกแบบแล้วเขายังหลงใหลในศิลปะยุคกรีก-โรมันอีกด้วย ทำให้เมื่อความหลงใหลของทั้ง 2 อย่างมารวมกันจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Bulgari ขึ้นมาด้วยภาพจำที่ว่าเครื่องประดับกรีกที่มีลูกเล่นแบบอิตาลีรังสรรค์เครื่องประดับแต่ละชิ้นด้วยฝีมือของเขาเอง

[ เปลี่ยนทายาท เปลี่ยนตัวอักษร สร้างภาพจำที่ดีกว่าเดิม ]

ถัดมาในปี 1904 ดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของ Bulgari (ตอนนั้นยังสะกดด้วยตัว U) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่คนชนชั้นสูง ขณะที่ภายหลังจากนั้นเพียง 28 ปี (ปี 1932) แบรนด์ก็ได้เข้าสู่การสืบทอดให้กับทายาทรุ่นที่ 2 อย่างรวดเร็ว

โดย 2 ลูกชายของผู้ก่อตั้งที่มีชื่อว่า ‘Constantino’ และ ‘Giorgio’ ได้เข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจของ ‘Bulgari’ ให้มีภาพจำใหม่ๆ ด้วยการเปลี่ยนตัวอักษร ‘U’ เป็น ‘V’ หรือกลายมาเป็น ‘Bvlgari’ ที่เขียนแบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะเป็นดีเทลเล็กๆ แต่ก็สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ไม่น้อย

นอกจากนี้ 2 ทายาทยังออกแบบตกแต่งร้านให้มีภายในที่หรูหรา แต่ก็ดูลึกลับซับซ้อนตามชื่อเสียงที่แบรนด์ รวมถึงเปิดตัวหินอ่อนอิตาลีสีชมพูและสีเบจซึ่งกลายมาเป็นจุดเด่นของ Bvlgari อีกด้วย‍

[ สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำแบรนด์สะดุดแต่เมื่อสิ้นสุดก็กลับมารุ่งอีกครั้ง ]

การดำเนินธุรกิจของแบรนด์ก็ดูเหมือนจะไปได้ดีและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งช่วงปี 1939 ที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 Bvlgari ได้ถอดอัญมณีล้ำค่าต่างๆ อาทิ เพชร พลอย ทับทิม ออกจากการออกแบบเครื่องประดับ เนื่องจากข้อจำกัดในช่วงสงครามทำให้ยากต่อการนำข้ามา

โดยช่วงเวลานั้แบรนด์แก้ปัญหาด้วยการมุ่งสร้างแต่เครื่องประดับที่ทำจากทองคำแทน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่ายิ่งในช่วงสงครามแล้วทองคำจะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่วิกฤตก็อยู่ได้ไม่นานเท่าไรนัก

และเมื่อ 6 ปีผ่านไป (ปี 1945) สงครามจบลง Bvlgari ก็เริ่มออกแบบเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณีอีกครั้ง ซึ่งด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้แบรนด์โด่งดังมากในหมู่ขุนนางหรือกลุ่มคนชนชั้นสูง

[ ขึ้นผู้สู่นำเทรนด์ ขยายธุรกิจไปทั่วโลก เปิดตัวข้อมือรูปงู ]

ถัดมาในปี 1960 ถือเป็นปีสำคัญของ Bvlgari เลยก็ว่าได้เพราะจากที่แบรนด์ได้ดีไซน์สินค้าตามแฟชั่น ก็เปลี่ยนมาเป็นตัวเองมากขึ้น โดยการเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นแทน

โดยกลยุทธ์ของแบรนด์ในตอนนั้นคือการหยิบอัญมณีสีสันสดใส มาเจียระไนเครื่องประดับให้เป็นเครื่องประดับที่มีดีไซน์แปลกตาดูล้ำหน้าและน่าทึ่งแทน

นั่นก็คือคอลเลกชัน Serpenti ที่เลือกใช้ ‘งู’ เป็นสัญลักษณ์จนทำให้กลายเป็นเปลี่ยนจุดสำคัญและภาพจำให้กับแบรนด์จนถึงทุกวันนี้ โดยคอลเลกชันนี้เริ่มต้นมาจากตระกูลผู้ก่อตั้งที่มีเชื้อสายกรีก ทำให้มีความเชื่อเรื่องตำนานกรีก-โรมันและศาสนาคริสต์

ซึ่ง ‘งู’ ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญเพราะสะท้อนถึงตัวแทนของการมีพลัง ภูมิปัญญา การเกิดใหม่ ความมีชีวิตชีวา ความรอบรู้และชั่วนิรันดร์ และด้วยความนิยม ความหมาย ดีไซน์คอลเลคชั่นนี้ทำให้ งู กลายมาเป็นภาพจำของ Bvlgari ไปชั่วกาล

ถัดจากนั้นมาในปี 1970 แบรนด์ได้เริ่มขยายธุรกิจไปในระดับสากลมากขึ้น โดยการเปิดร้านในนิวยอร์ก เจนีวา และปารีส ซึ่ง Bvlgari ยังได้เริ่มออกแบบนาฬิกาสร้อยข้อมืองูอย่าง ‘tubogas’ ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่เปิดตัว รวมถึงต่อยอดคอลเลกชัน Serpenti ที่เด่นในสร้อยข้อมือรูปงูจนถึงปัจจุบันอีกด้วย

[ ปี 2011 เข้าสู่เครือ LVMH อย่างเป็นทางการ ]

ต่อมาในปี 2011 LVMH เครือแบรนด์หรูจากฝรั่งเศส ได้เข้าซื้อ Bvlgari มาอยู่ภายใต้พอร์ตธุรกิจแฟชั่นมาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งในปี 2023 Bvlgari มียอดขายเพิ่มขึ้น 13% มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ และปัจจุบัน LVMH มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 15 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

เริ่มต้นจากความหลงใหล สู่ผู้นำเทรนด์แฟชั่น คงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ไม่เปลี่ยนนับ 100 ปี จึงไม่แปลกเลยที่ ‘Bvlgari’ จะแบรนด์เครื่องประดับที่มีชื่อเสียงระดับโลกจนวันนี้…

ที่มา :

https://www.richdiamonds.com/inspiration/the-history-of-bvlgari

https://www.bulgari.com/en-int/

https://www.bulgari.com/en-int/jewellery/necklaces/save-the-children-necklace-silver-ceramic-black-349634

https://www.lvmh.com/news-documents/press-releases/excellent-start-to-the-year-for-lvmh/

https://www.prestigeonline.com/hk/jewellery/bvlgari-serpenti-history/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...