“โฆษก ตร.” ตรวจเยี่ยม สภ.พนมทวน กำชับ 3 ข้อ วินัย-รับฟังร้องเรียน-ทำงานโปร่งใส
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกำชับ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การรักษาวินัยและความสุจริต การรับฟังข้อร้องเรียนจากประชาชน และการปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ สภ.พนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี, พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี, พ.ต.อ.ธวัชชัย นรสิงห์ ผู้กำกับการ สภ.พนมทวน และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบาย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง แม้ภารกิจของตำรวจในปัจจุบันจะมีความท้าทายและอยู่ภายใต้ความคาดหวังของสังคมที่สูงขึ้น แต่เชื่อมั่นว่าตำรวจทุกนายสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากยึดมั่นในหลักกฎหมาย ความถูกต้อง และจริยธรรม
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. วินัยและความสุจริต ตำรวจทุกนายต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ วินัย และจริยธรรมอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเครื่องแบบตำรวจเป็นสัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ ความผิดพลาดของบุคคลเพียงคนเดียวอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจทั่วประเทศ
2. การรับฟังเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนของประชาชน โดยไม่รีบปฏิเสธ ไม่รีบเชื่อ และไม่รีบสรุปข้อเท็จจริงก่อนการตรวจสอบ แต่ต้องเร่งค้นหาความจริงอย่างเป็นธรรมและตรงไปตรงมา
“อย่ารีบปฏิเสธ อย่ารีบเชื่อ แต่จงรีบหาความจริง” คือหลักสำคัญที่ต้องยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่
3. การรักษาภาพลักษณ์องค์กร ประชาชนไม่ได้ตัดสินสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากคำชี้แจงหรือการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินจากพฤติกรรมและการปฏิบัติงานของตำรวจที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ดังนั้นตำรวจทุกนายจึงถือเป็นตัวแทนขององค์กร ไม่ว่าจะอยู่ในเวลาราชการหรือไม่ก็ตาม
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังเน้นย้ำว่า การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรตำรวจ ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ แต่คือการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และมีหัวใจในการบริการประชาชน
ในตอนท้าย รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้ฝากถึงข้าราชการตำรวจทุกนายให้ภาคภูมิใจในวิชาชีพ ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ รักษาวินัย และปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเชื่อว่าหากตำรวจยืนหยัดอยู่บนความถูกต้อง ความยุติธรรม และความจริง จะสามารถรักษาความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนได้อย่างยั่งยืน