โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

พื้นที่จำกัด แต่อยากปลูกแก้วมังกรกินเอง แนะปลูกในกระถาง แค่ 8 เดือน เก็บผลขายได้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ก.พ. 2564 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 04.13 น.

หากใครชื่นชอบการบริโภคแก้วมังกร อยากปลูกแก้วมังกรไว้กินเอง แต่มีพื้นที่น้อย ขอแนะนำให้ปลูกแก้วมังกรในกระถาง ใช้งบประมาณไม่มาก ดูแลจัดการง่ายอีกต่างหาก

เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ได้แก่

  • ท่อน้ำทิ้งข้างในกลวงหน้ากว้าง 4 นิ้ว ยาว 1.3 เมตร (หรือเสาไม้ก็ได้)
  • กระถางหน้ากว้าง 50 เซนติเมตร
  • ค้างด้านบนอาจทำจากไม้หรือปูนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาว 30 เซนติเมตร
  • ขุยมะพร้าว
  • ดิน
  • เชือกฟาง

วิธีการปลูก

1.ใช้เสาตั้งเป็นหลักในกระถาง

2.ใส่ขุยมะพร้าวรองก้นกระถางเพื่อให้น้ำถ่ายเทได้ดี ในอัตราส่วน 1 ใน 3 ของปริมาตรกระถาง จากนั้นนำดินสำเร็จรูปผสมกับขุยมะพร้าวหรือแกลบดำใส่ลงไปในกระถางจนถึงขอบกระถาง

3.นำต้นแก้วมังกรมาปลูกให้ชิดกับเสา แล้วใช้เชือกฟางมัดต้นแก้วมังกรให้ติดกับเสา ไม่ต้องมัดให้แน่นมาก ควรผูกไว้จนกว่าต้นแก้วมังกรจะเจริญเติบโตจนพ้นหัวเสา

4.จากนั้นนำดินมากลบด้านบนของกระถางเป็นอันเสร็จ ต้นแก้วมังกรเป็นสามเหลี่ยมแต่จะมีอยู่ด้านหนึ่งที่เป็นด้านแบน ดังนั้น เวลาผูกต้นแก้วมังกรให้จับด้านแบนของต้นเข้ากับหลัก เพราะว่าด้านแบนเป็นด้านที่จะออกราก

 การดูแลแก้วมังกรในกระถาง

1.การรดน้ำให้รดน้ำเพียง 1 ครั้ง ภายใน 2-3 วัน และไม่ควรรดมากเกินไปเพราะอาจทำให้เป็นโรคโคนเน่าได้

2.การให้ปุ๋ยใส่ปุ๋ยทุก 15 วัน ใส่ครั้งละ 2-4 ช้อนโต๊ะ สูตรที่ใช้ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังจากใส่ปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน (วันละครั้ง เช้าหรือเย็นก็ได้) ถ้ามีปุ๋ยคอก เช่น มูลไก่หรือมูลวัวก็ใช้ได้และให้ใส่เดือนละ 1 ครั้ง เมื่อปลูกได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ผสมกับ 15-15-15 ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

เมื่อแก้วมังกรอายุได้ 8 เดือน ถึง 1 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิตประมาณ 30 ผล ต่อ 1 ค้าง ปีที่ 2 ประมาณ 50 ผล ต่อ 1 ค้าง ปีที่ 3 ประมาณ 100-200 ผล ต่อ 1 ค้าง ปีที่ 4-15 ประมาณ 300 ผล ต่อ 1 ค้างขึ้นไป ขนาดของผลโดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม

ประโยชน์ของแก้วมังกร

แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่มีทั้งสรรพคุณทางยา คุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพกับความงามอีกด้วย มักใช้บริโภคเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก เพราะเนื่องจากเมื่อกินแก้วมังกรแล้วจะรู้สึกอิ่ม และแก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง ประกอบกับให้แคลอรีต่ำ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ให้ข้อมูลว่า แก้วมังกรสารที่มีประโยชน์คือ มิวซิเลจ (Mucilage) ซึ่งมีในเฉพาะในตระกูลกระบองเพชร มีลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย และควบคุมระดับกลูโคสในคนที่เป็นโรคเบาหวานในชนิดที่ไม่ต้องใช้อินซูลินได้ สามารถช่วยในการบรรเทาโรคโลหิตจางช่วยเพิ่มธาตุเหล็กให้แก่ร่างกาย ช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน มะเร็งลำไส้ และต่อมลูกหมาก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของกระดูกและฟัน

ด้านกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลเสริมว่า แก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดงนั้น มีสารไลโคปีนซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

นอกจากนี้ แก้วมังกรยังมีประโยชน์อีกมากมายดังนี้ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น และมีส่วนช่วยในชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ ช่วยดับร้อนและดับกระหาย ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง เพราะมีวิตามินซีสูง ช่วยบรรเทาอาการโรคความดันโลหิตได้ ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยกระตุ้นการขับน้ำนมในสตรี ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างอย่างตะกั่ว ที่มาจากควันท่อไอเสีย หรือสารตกค้างที่มาจากยาฆ่าแมลง มีกากใยสูงช่วยในการขับถ่ายให้สะดวก แก้อาการท้องผูก ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ แก้ปัญหาการขับถ่ายต่างๆ ให้ดีขึ้น

 

cr.เฟซบุ๊ค ชาญ การ์เด้น พืชสวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...