7 วิธีช่วยลูกจากเด็กขี้อาย ให้กลายเป็นเด็กกล้าแสดงออก

Mood of the Motherhood เผยแพร่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 13.13 น. • Features

พ่อแม่บางคนมักรู้สึกเป็นกังวลเมื่อลูกเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้ เป็นเด็กขี้อายและไม่กล้าแสดงออก แค่ให้ทักทายญาติหรือเพื่อนวัยเดียวกันยังไม่ยอมพูดด้วย พอบังคับมากๆ ก็เริ่มงอแง จึงทำให้เริ่มกังวลว่าลูกจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้หากไม่มีพ่อแม่คอยอยู่ด้วย

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เด็กทุกคนล้วนมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน ต่อให้เป็นคู่แฝดหน้าตาเหมือนกันหรือเกิดพร้อมกันก็ไม่มีทางที่จะมีลักษณะนิสัยเหมือนกันได้ทุกอย่าง จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเด็ก บางคนเรียบร้อย เด็กบางคนก็ซุกซน เด็กบางคนร่าเริงสดใส ในขณะที่เด็กบางคนชอบอยู่นิ่งๆ เพราะทั้งหมดถือเป็นธรรมชาติทั่วไปของคนเรา

แต่แม้จะเข้าใจว่าเรื่องความแตกต่างของลักษณะนิสัยของเด็กแต่ละคน แต่หากลูกเป็นเด็กขี้อายมากเกินไป จนไม่สามารถพูดคุยกับเพื่อนในวัยเดียวกันได้ ไม่สามารถปรับตัวเมื่อเจอสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ควรเริ่มให้ความช่วยเหลือลูก ด้วยการเน้นให้ลูกได้แสดงออกตามวัยของเขา

วันนี้ M.O.M เลยนำวิธีต่างๆ ที่จะช่วยให้ลูกเป็นคนมั่นใจกล้าแสดงออกมากขึ้นมาฝากกันค่ะ

1. พาลูกออกไปพบเจอผู้คน

การพาลูกออกไปเจอผู้คนภายนอกเป็นการฝึกให้ลูกได้เจอกับคนแปลกหน้า ถ้ามีการพาลูกออกไปเจอผู้คนบ่อยครั้ง ลูกจะคุ้นเคยมีความมั่นใจ ไม่หวาดกลัว และไม่เขินอาย เมื่อต้องเจอกับคนแปลกหน้า โดยคนที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเจอหรือรู้จักควรเป็นคนที่น่าไว้ใจและปลอดภัยสำหรับลูกเสมอ

2. สอนให้ลูกแนะนำตัว

คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยสอนลูกว่าเมื่อเจอกับญาติพี่น้องหรือคนที่พ่อแม่รู้จัก ให้พูดเป็นประโยคสั้นๆ เช่น “สวัสดีค่ะ หนูชื่อ… เรียนอยู่… แล้วคุณน้าชื่ออะไรคะ” เพื่อให้ลูกได้ฝึกทักษะการเข้าสังคม และพูดคุยกับคนอื่นๆ ได้ในเบื้องต้น

แต่ถ้าลูกยังทำไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลใจหรือดุว่าลูก เพราะเด็กต้องใช้เวลาในการปรับตัวและเข้าใจสิ่งใหม่ อย่าเพิ่งรีบร้อน เมื่อลูกคุ้นเคยมากขึ้นเขาจะเริ่มคุ้นเคยและทำได้เอง

3. ชื่นชมเมื่อลูกพยายาม

เมื่อลูกทำบางสิ่งสำเร็จ ข้อสำคัญสำหรับเด็กทุกคนคือการได้รับคำชม เด็กจะมีความมั่นใจและอยากจะทำซ้ำๆ หากพ่อแม่มอบความรัก คำชมและกำลังใจอยู่เสมอ แม้จะดูเป็นเรื่องง่ายๆ ในสายตาของผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเอาใจใส่เรื่องการให้คำชม เพื่อให้ลูกกล้าที่จะทำต่อไป ไม่อาย และมีความมั่นใจในตัวเอง

4. อย่าห้ามลูกทำนู่นทำนี่มากเกินไป

พ่อแม่บางคนห่วงลูกมากจนเกินไปเลยห้ามนู่นห้ามนี่เต็มไปหมด เช่น อย่าวิ่งเดี๋ยวหกล้ม อย่าทำแบบนี้เดี๋ยวอันตราย ฯลฯ การห้ามที่มากเกินพอดีจะทำให้เด็กไม่กล้าคิดตัดสินใจใดๆ ด้วยตัวเอง กลายเป็นคนไม่มั่นใจ หวาดกลัวเมื่อต้องเริ่มทำอะไรใหม่ๆ รวมถึงกลายเป็นคนต้องการที่พึ่งอยู่เสมอ ซึ่งทั้งหมดมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เด็กเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก และปรับตัวได้ยาก

5. ไม่วิพากษ์วิจารณ์การแสดงออกของลูก

ลูกจะรู้สึกท้อแท้และขาดความมั่นใจหากพ่อแม่วิพากษ์วิจารณ์การแสดงออกของเขาในเชิงลบ เช่น เมื่อลูกแสดงออกแบบนี้แล้วไม่ดี คุณพ่อคุณแม่กลับรีบต่อว่าทันที ลูกก็จะกลายเป็นเด็กไม่กล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ ไม่มั่นใจในตัวเองทันที รู้สึกกังวลกลัวทำพ่อแม่โกรธอีก

วิธีที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนการวิพากษ์วิจารณ์เป็นให้คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะแทน พ่อแม่ต้องไม่ตำหนิลูกว่าทำแบบนี้มันแย่ แต่ควรเป็นการบอกว่าทำแบบนี้จะดีกว่าไหม หรือจะมอบคำแนะนำให้ลูกได้ลองคิดไตร่ตรองด้วยตัวเองดูก็สามารถทำได้ค่ะ

6. ให้ลูกได้ลองทำงานบ้าน

ลองมอบงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกดู เมื่อลูกทำได้เขาจะรู้สึกภาคภูมิใจว่าสามารถช่วยพ่อแม่ได้เหมือนกัน ถือเป็นการสร้างความมั่นใจ ฝึกความรับผิดชอบ และทำให้กล้าที่จะยื่นมือไปช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ที่เขาเจอโดยไม่ต้องเกิดจากการสั่ง หรือบังคับให้ทำ ถือเป็นตัวช่วยในการผลักให้เด็กกล้าแสดงออก ไม่ขี้อาย

7. ไม่ให้ลูกจ้องจอมากเกินไป

การจ้องหน้าจอต่างๆ ที่มากเกินไป ไม่ว่าจะจอโทรทัศน์ จอแท็บเล็ต ล้วนทำให้เด็กไร้ปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอก ไม่สามารถเข้าหรือปรับตัวกับคนอื่นๆ ในสังคมได้ กลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก และอาจมีผลกระทบไปถึงตัวเด็กที่จะกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายได้อีกด้วย

อ้างอิง

mgronline

maerakluke

amarinbabyandkids

parentsone

ดูข่าวต้นฉบับ