โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MSTค่าฟีหดเทรดหุ้นลด บรรยากาศไม่เอื้อลงทุน

#MST #ทันหุ้น - MST มองแนวโน้มการลงทุน ส่วนที่เหลือของปียังมีความเสี่ยงสูง จากการขึ้นดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อที่ระดับสูง ประเมินตลาดหุ้นไทยผันผวนต่อถึงปลายปี ชูกลยุทธ์ บริการวางแผนการลงทุนเฉพาะบุคคล INVESTMENT MANAGEMENT ครบวงจร เเละลุยพัฒนาแอพพลิเคชั่น “Maybank Invest” เป็นตัวช่วยให้นักลงทุน หนุนลูกค้าบุคคลเพิ่มขึ้น

นางสาวอารียา กาญจนบัตร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงค์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST เปิดเผยว่า สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2565 ปรับตัวลดลง 13% จากรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด ที่มูลค่าการซื้อขายรวมตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ประมาณ 23 ล้านล้านบาท

โดยมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนบุคคลก็ลดลงเหลือ 8.4 1ล้านล้านบาท ช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 11 ล้านล้าน นอกจากนี้สัดส่วนของนักลงทุนบุคคลก็ลดลงด้วยเช่นเดียวกัน อยู่ที่ 41% จาก 48% ในปีก่อนหน้า ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทเป็นนักลงทุนบุคคลจึงส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานบ้าง

มองหุ้นไทยผัวผวนต่อ

นางสาวอภิญญา องค์คุณารักษ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายงาน Investment Management บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงค์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในระยะถัดไปของปี 2565ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และยังมีการขึ้นดอกเบี้ยที่รวดเร็ว ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จากอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่อง หากเทียบกับค่าเงินบาทจากช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจุบันปรับตัวขึ้นไปเกินกว่า 38 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทประมาณ 20%

ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมาที่ 3% ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นไทยปัจจุบัน โดยรวมค่อนข้างที่จะมีมั่นคงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศ นอกจากนี้คาดว่าความผันผวนในตลาดหุ้นยังอยู่ในระดับสูงต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้

ปัจจุบันหากมองไปถึงการลงทุนในตราสารหนี้ จะเห็นได้ว่า อัตราดอกเบี้ย มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวลดลงดังนั้นการลงทุนในปีนี้ยังมีความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ค่าเงิน หรือสินทรัพย์อื่นๆ ทำให้การลงทุนแบบดั้งเดิม ที่แบ่งสัดส่วนพอร์ต เป็นลงทุนหุ้น 60% และลงทุนในตราสารหนี้ 40%เริ่มไม่ตอบโจทย์ต่อการกระจายความเสี่ยงในปัจจุบัน

ชูบริการวางแผนการลงทุน

ทางบริษัทจึงได้จัดฝ่าย INVESTMENT MANAGEMENT บริการวางแผนการลงทุนเฉพาะบุคคลโดยหวังจะให้เป็น one stop solution ให้แก่นักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความมั่งคั่งระดับสูง ซึ่งมีหลายผลิตภัณฑ์ในการลงทุนในพอร์ตเดียว มีแพลตฟอร์มการลงทุนและการปรับพอร์ตแบบเรียวไทม์ รวมถึงการเข้าดูข้อเสนอการลงทุน

และรายงานประจำเดือน มีทีมนักวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ที่มากประสบการณ์เพื่อให้ข้อมูลการลงทุนที่ถูกต้องและแม่นยำประกอบการตัดสินใจการลงทุน และมีข้อมูลเชิงรุกเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตลงทุน โดยเป้าหมายการลงทุนทางการเงินและจัดพอร์ตการลงทุนให้แก่ลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนสไตล์ไหน

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น หุ้นทั้งในและต่างประเทศ,กองทุนรวมชั้นนำที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและจากสถาบันการเงินทั่วโลก, ตราสารหนี้ และหุ้นกู้ต่างๆรวมถึงสกุลเงิน เอเชีย อเมริกา เหนือ ยุโรป ออสเตรเลีย และมีบริการซื้อขายผลิตภัณฑ์การลงทุนในตลาดต่างประเทศได้ถึง 29 ประเทศทั่วโลก