โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทีวีแชมป์สื่อโฆษณาสะเทือน “ดิจิทัล” มาแรงจ่อแซงใน 2 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ย 2566 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2566 เวลา 05.24 น.
ภวัต เรืองเดชวรชัย

“มีเดีย อินเทลลิเจนซ์” คาดการณ์ทีวีเสี่ยงเสียแชมป์เม็ดเงินโฆษณาใน 1-2 ปี หลังดีมานด์สื่อออนไลน์แรงต่อเนื่องทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูบ ส่วนติ๊กต๊อกชูวันสต็อปโซลูชั่นการตลาดดึงเม็ดเงิน เชื่อแม้ปีนี้รายการข่าวทีวีมาแรง ยังทำได้แค่ชะลอการหดตัว

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันแม้ภาพรวมทิศทางเม็ดเงินโฆษณาจะยังมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 2.5% เป็น 83,031 ล้านบาท จากปี 2565 ที่มีมูลค่า 80,988 ล้านบาท แต่ทิศทางของสื่อโทรทัศน์ซึ่งเป็นสื่อที่มีสัดส่วนใหญ่ถึง 45.3% ของตลาด หรือ 36,726 ล้านบาท กลับไม่ดีนัก เนื่องจากถูกระทบจากกระแสความนิยมสื่อดิจิทัล เช่น โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มวิดีโอ บริการสตรีมมิ่ง ฯลฯ ซึ่งปี 2565 มีสัดส่วน 31.8% ของตลาด หรือเท่ากับ 25,729 ล้านบาท

นายภวัตยังระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ว่าในอีก 1-2 ปี หรือประมาณปี 2567 หรือ 2568 เม็ดเงินในสื่อดิจิทัลจะพลิกแซงสื่อโทรทัศน์ได้เป็นครั้งแรก โดยบริษัทคาดว่าปี 2566 นี้ เม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์และดิจิทัลจะขยับเข้าใกล้กันยิ่งขึ้น หลังเม็ดเงินในสื่อโทรทัศน์หดตัว 1% เหลือ 36,199 ล้านบาท สวนทางกับเม็ดเงินในสื่อดิจิทัลที่เติบโต 7% เป็น 27,481 ล้านบาท ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สื่อโทรทัศน์มีสัดส่วนลดลงเป็น 43.6% ของตลาด ในขณะที่สื่อดิจิทัลมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 33.1% ของตลาด

ทั้งนี้ การเติบโตรวดเร็วของสื่อดิจิทัลเป็นผลจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ แพลตฟอร์มโซเชียลที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะกลุ่มเมต้า เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ ของแอลฟาเบต (กูเกิล) รวมถึงติ๊กต๊อกที่เม็ดเงินโฆษณาเริ่มไหลเข้าหาอย่างต่อเนื่อง หลังการปรับตัวเป็นออลอินวันโซลูชั่นด้านการตลาดที่สามารถสื่อสารและปิดการขายได้ในตัว เมื่อรวมกับฐานผู้ใช้ชาวไทย ซึ่งบริษัทคาดว่าสูงถึง 30 ล้านคน ทำให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาได้

อีกปัจจัยคือ ความร้อนแรงของคอนเทนต์จากเหล่าครีเอเตอร์ที่ทำให้ e-Commerce economy เติบโตขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้สื่อดิจิทัลคึกคักและเติบโตตามไปด้วย โดยไม่เพียงครีเอเตอร์อิสระ แต่รายการโทรทัศน์ยังหันมาทำรายการบนออนไลน์เองด้วย เช่น รายการแนวเล่าข่าวของช่องหนึ่งที่ขยายเวลารายการไปต่อบนออนไลน์เพื่อตรึงผู้ชมเอาไว้ ช่วยให้ได้เปรียบในการแข่งขันกับช่องอื่น

ส่วนสื่อโทรทัศน์ได้แรงหนุนจากความนิยมรายการแนวข่าวทั้งรายงานข่าว เล่าข่าว วิเคราะห์ข่าว ที่เกิดจากกระแสความสนใจติดตามการเลือกตั้ง และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม ส่งผลให้แบรนด์ลงโฆษณาในช่วงรายการข่าวมากขึ้นตามไปด้วย เช่นเดียวกับละครที่ยังได้รับความนิยม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มาช่วยชะลอการหดตัวของเม็ดเงินในสื่อโทรทัศน์

อย่างไรก็ตาม รายการอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ตัวอย่างเช่น รายการวาไรตี้ ที่ลดปริมาณลงเพราะผู้ชมถูกดึงไปบนออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการลงโฆษณาลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกันค่าโฆษณาบนสื่อทีวีมีแนวโน้มลดลงมาตั้งแต่ปี 2560 โดยแม้ราคาเวลาโฆษณาในช่วงไพรมไทม์จะยังคงอยู่ที่ 4 แสนบาท/นาที แต่ในทางปฏิบัติอาจถูกกว่านี้ เนื่องจากแต่ละช่องมีการจูงใจด้วยการแถม แทนการลดราคาโดยตรง

“ยืนยันว่าแม้สื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากดิจิทัลจะมีบทบาทน้อยลงเรื่อย ๆ แต่จะไม่หายไปแน่นอน เพราะจะยังมีบทบาทในการสื่อสารและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มเป้าหมายของผู้ลงโฆษณาและตัวสื่อเอง” นายภวัตกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...