โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาประชุมอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย กสทช. หลังทรูร่อนจดหมาย คัดค้าน นพ.ประวิทย์

Thairath Money

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 11.19 น.
ภาพไฮไลต์

คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. ซึ่งมีอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุลเป็นประธานมีกำหนดจะประชุมกันอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคมนี้ เพื่อหาข้อสรุปว่า ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ จะสามารถเข้าร่วมพิจารณาในวาระเกี่ยวกับ บริษัทในเครือทรู ได้หรือไม่

หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญาในข้อหาประพฤติมิชอบจากการฟ้องของบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกล่องโทรทัศน์อินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี โดยกล่าวหาว่า กสทช.พิรงรอง กลั่นแกล้งตน จากการออกหนังสือของสำนักงาน กสทช. ถึงผู้รับใบอนุญาตโทรทัศน์ 127 รายซึ่งระบุถึงบริการของทรูไอดีว่ายังไม่ได้เป็นผู้รับใบอนุญาตจาก กสทช.

หลังมีคำพิพากษา ทุกครั้งที่มีการประชุมและมีวาระเกี่ยวกับบริษัทในเครือทรูในการพิจารณา ทางประธานกสทช. ศ.คลินิก นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ จะทักท้วงว่า กสทช. พิรงรองไม่ควรร่วมประชุมเพราะเป็นคู่กรณีกัน แม้ทางบริษัททรูฯ จะยังไม่ได้ทำหนังสือเข้ามาคัดค้านก็ตาม ทางที่ประชุมกสทช.จึงมีมติให้นำประเด็นดังกล่าวเข้าไปหารือในคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช.

คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์สูงมาก ทั้งราชบัณฑิต อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีศาล อัยการสูงสุด อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ และศาสตราจารย์ทางกฎหมายซึ่งต่างก็เป็นตัวแทนของกรรมการกสทช.รวม 14 คน

โดยในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ทรูต้องร้องคัดค้าน กสทช.พิรงรอง เป็นรายกรณี ไม่ใช่ร้องเหมารวม และบริษัทที่จะร้องคัดค้านต้องเป็นคู่กรณี คือบริษัททรู ดิจิทัล แต่บริษัทในเครือทรู อย่าง ทรูมูฟ เอช และทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ใช่คู่กรณี เพราะเป็นคนละนิติบุคคล

แต่มีเสียงข้างน้อยซึ่งเป็นตัวแทนจากประธานกสทช. เห็นว่า จำเป็นต้องมีการวินิจฉัยตามกระบวนการของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กล่าวคือ การจะพิจารณาว่ากสทช. พิรงรอง มีสภาวะความไม่เป็นกลางอย่างร้ายแรงหรือไม่ ต้องให้กสทช. พิรงรองชี้แจงตนเองและออกจากห้องประชุมไป และให้กรรมการที่เหลือในที่ประชุมลงมติลับ หากมีเสียง 2 ใน 3 ที่เห็นว่าไม่มีสภาพดังกล่าว กสทช. พิรงรอง ก็จะสามารถกลับเข้ามาทำหน้าที่ได้ต่อไปในการประชุม หากเสียงไม่ถึง ก็ไม่สามารถมาร่วมพิจารณาและลงมติได้ ซึ่งจากการแบ่งขั้วของกรรมการ กสทช.ในปัจจุบัน ก็น่าจะไม่สามารถได้เสียงถึง 2 ใน 3

นอกจากนี้ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 แหล่งข่าวได้รับรายงานว่า มีการยื่นหนังสือถึงประธานอนุที่ปรึกษา กฎหมายของ กสทช. คือ ศ. พิเศษ จรัญ เพื่อ คัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของนายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ว่ามีพฤติกรรมและพฤติการณ์ที่ไม่เป็นกลางโดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการควบรวมกิจการทรู – ดีแทค โดยกล่าวหาว่า นพ. ประวิทย์ มีจุดยืนที่คัดค้านการควบรวมธุรกิจอย่างชัดเจน อนึ่ง นพ. ประวิทย์ เป็น อดีต กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และเป็นผู้ที่มีผลงานด้านนี้มาอย่างเข้มข้นตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง

หากที่ประชุมเห็นว่า การคัดค้านดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องใช้กระบวนการเดียวกันกับ กสทช.พิรงรอง ว่า นายแพทย์ประวิทย์ จะสามารถเข้าร่วมการประชุมอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายในวาระเรื่องความไม่เป็นกลางของ กสทช.พิรงรอง ได้หรือไม่ แต่ตาม พรบ. วิธีปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ. 2539 ผู้ที่จะถูกคัดค้านเป็นคู่กรณีได้จะต้องเป็นผู้ใช้อำนาจทางปกครองเท่านั้น ซึ่งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช.เป็นเพียงคณะที่ทำหน้าที่กลั่นกรองและให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ไม่ได้ใช้อำนาจทางปกครองใดๆ

จึงเป็นที่น่าจับตาดูว่าผู้เชี่ยวชาญในคณะอนุกรรมการดังกล่าวจะมีการพิจารณาไปนทิศทางใด

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...