โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตุ๊กตา กันตนา เจอวิกฤตวงการ TV ตกต่ำ รายได้หายไปกว่าครึ่ง! ส่งไม้ต่อให้ลูกสาวบริหาร

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2566 เวลา 07.35 น. • The Bangkok Insight

ตุ๊กตา กันตนา ควงลูกสาวเปิดใจหลังส่งไม้ต่อให้บริหาร เจอวิกฤตวงการทีวีตกต่ำ รายได้หายไปกว่าครึ่ง! เผยเคล็ดลับถูกลอตเตอรี่เกือบ 100 ใบ

เจ้าแม่อาณาจักรกันตนา ตุ๊กตา จิตรลดา กัลย์จาฤก ที่วันนี้ควงลูกสาว น้องสตางค์ ดิษย์ลดา ย้อนเล่าเหตุการณ์เสียน้ำตา หลังเข้ามาสานต่องานในบริษัท พร้อมเปิดใจครั้งแรกกับวิกฤตสุดตกต่ำวงการทีวีรายได้บริษัทหายไปกว่าครึ่ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร

ตุ๊กตา กันตนา ควงลูกสาวเปิดใจหลังส่งไม้ต่อให้บริหาร

ตอนนี้พี่เริ่มเฟดตัวเองจากผู้บริหารกันตนา เฟดมานานหรือยัง ?

พี่ตุ๊กตา : อยากจะเฟดทุกวันเลย นี่จะ 60 อยู่แล้ว เริ่มที่จะปล่อยแล้ว ปั้นมาก็ต้องใช้ให้คุ้มหน่อย

คนนี้ปั้นยากไหม ?

พี่ตุ๊กตา : ปั้นยาก ก็ปั้นเหนื่อย เริ่มให้เรียนอะไรต่ออะไร กว่าจะถึงวันนี้ก็ต้องถึงเวลาใช้งานแล้ว

แสดงว่าตอนนี้เราสามารถนั่งอยู่บ้านได้ แล้วปล่อยให้ลูก ๆ ดูแล ?

พี่ตุ๊กตา : ใช่ค่ะ เขาก็ลงไปทำ ต้องขอบอกนิดนึงไม่ใช่แค่ 2 ลูกของพี่นะคะ ลูกของพี่เยอะ ที่บ้านเป็นครอบครัวธุรกิจ พี่น้องก็จะมีลูก หลาน ซึ่งจะเป็นรุ่นอย่างนี้ แล้วตอนนี้พร้อมใช้ แต่ละเบอร์ก็คือเขาก็สามารถทำได้ในตำแหน่งบริษัท รันกันเองพี่น้องได้ดี รุ่นเราก็ค่อย ๆ ถอย

ตอนนี้พี่ตุ๊กตาดูแลเรื่องอะไรอยู่บ้าง ?

พี่ตุ๊กตา : ก็นั่งดูรวม ๆ ส่วนใหญ่ก็พวกละคร

ส่วนน้องสตางค์ก็ไปเป็นผู้จัดตั้งแต่เด็กน้อยเลย เริ่มตอนอายุ 22 ปี ?

สตางค์ : ประมาณนั้นค่ะ คือจริง ๆ ตางค์เองโตมาในกองถ่ายอยู่แล้ว จำความได้ก็อยู่ในกองถ่ายแล้ว แม้กระทั่งไปหาลูกค้า คุณแม่ก็จูงไปด้วย พอเราไปเรียนกลับมาก็ได้ลุยงานเลย

หลายคนมองว่าครอบครัวกันตนา พ่อ แม่ ทำมาดีแล้ว ลูกรับต่อมันง่าย มันง่ายไหม ?

สตาค์ : โอ๊ย..มันไม่ง่ายหรอกค่ะ ก็ก่อนที่มาลุยได้เต็มที่ตางค์เองก็ได้ไปนั่งอยู่ทุกแผนก

คุณแม่จับไปอยู่ทุกแผนก เริ่มแผนกไหนก่อน ?

พี่ตุ๊กตา : เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว เอาง่าย ๆ เล่นละครก็เล่น ตั้งแต่เป็นตัวประกอบ เป็นอะไรก็เล่น ไปฝึกงาน แต่ก่อนฝึกงานเขาต้องเรียนก่อน จะมีการจัดอบรมสัมนาเป็นทีม มีผู้เชี่ยวชาญมาสอนทุกอย่าง เรื่องการเงิน เรื่องภาษี เรื่องบริษัททุกอย่างเลย สอนกันเป็นปี ๆ

สตางค์ได้สัมผัสทุกแผนกของกันตาไหม ?

สตางค์ : ได้ค่ะ ก่อนที่จะมาเป็นผู้จัดเต็มตัวไปมาหมด ตั้งแต่การตลาด ฝ่ายขาย ตัดต่อ ทุกอย่าง

แผนกไหนที่เราไม่ชอบที่สุด ?

สตางค์ : พวกบัญชี

พี่ตุ๊กตา : เหมือนแม่ แม่ก็ไม่ทำเลย

ตุ๊กตา กันตนา ควงลูกสาวเปิดใจหลังส่งไม้ต่อให้บริหาร

แล้วเวลล์ทำไหม ?

พี่ตุ๊กตา : เวลล์ยังพอรู้เรื่องการดูแลบัญชี แต่พวกนี่พวกไม่เก่งเลขไง ทำงาน ผลิต ทำยังไงให้ละครสนุก ละครดีได้ แต่ถ้าให้คิดเรื่องเงิน คิดไม่ออก ปวดหัว เลยไม่รวยสักที

จำเป็นต้องให้เขาไปทุกฝ่าย ทุกแผนก เพราะอะไร ให้เขาเป็นผู้จัดดูข้างบนไม่ได้เหรอ ?

พี่ตุ๊กตา : ถ้าเหมือนเราจะทำอะไรสักอย่าง เราจะต้องทำเองเป็นด้วย ถ้าวันนึงคนนี้ คนนั้นไม่อยู่ ไม่มา เราก็ต้องทำเองได้ งานโปรดักชั่นอย่างพี่ก็ต้องดูหมด ตั้งแต่หาเรื่อง เขียนบท แก้บทเอง สมมติถ่ายตัดต่อมาเป็นยังไงก็ต้องนั่งดูทั้งหมด ทุกอย่างต้องรู้หมด

อย่างนี้พี่เอาอะไรมาวัดว่าสตางค์พร้อมแล้ว ?

พี่ตุ๊กตา : ไม่วัดเลย อย่างที่เขาบอก เขาไปกับพี่มาตลอด ไปทุกขั้นตอน อยู่กับเราทุกเวลาที่เราไปทำงาน เพราะฉะนั้นเขารู้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว พอถึงวันที่มันจะต้องทำก็ต้องทำเลย

แล้ววันนั้นมาถึง เราพร้อมไหม ?

สตางค์ : ตอนนั้นมั่นใจมาก เรียนจบมา แต่พอไปลุยจริง ๆ ปุ๊บ ทุกอย่างที่เรียนไปมันต่างกัน มันไม่เหมือนเวลาเราเจอปัญหาจริง ๆ เราได้ไปเรียนรู้การใช้ชีวิตในกอง เจอปัญหาแล้วแก้เลย

แม่ลูก 2 คนเหมือนกันไหม ?

พี่ตุ๊กตา : ไม่เหมือน น้องเวลล์เขาจะอีกแบบ เขาจะไม่ถามอะไรเลย เขาไม่อยากให้มาบอกด้วย ทำเอง จัดการเอง พอบอกให้ทำก็ทำเลยนะ แล้วไปเลย ไม่ถาม ไม่อะไร อยากแก้ปัญหาด้วยตัวเอง อยากทำด้วยตัวเอง

ความเป็นลูกของแม่น่าจะต้องกดดันสุด ๆ เพราะคุณแม่ทำไว้ดี เรากดดันแค่ไหน ?

สตางค์ : ตรงนั้นเป็นส่วนกดดันหนึ่งส่วน แต่อย่าลืมว่าตอนที่ตางค์เข้ามาทำงานตอนแรก ๆ บางคนเห็นตางค์ตั้งแต่เกิด มันก็ต้องไปทีละสเต็ป แล้วต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นทุก ๆ ไอเดีย ทำงานด้วยกันเป็นทีมเวิร์ก

จริงไหมตอนแรกร้องไห้แทบทุกวัน โทรหาแม่ทุกวัน ?

สตางค์ : ตอนนั้นใช่ค่ะ เรื่องแรกตางค์ทำห้องหุ่น แล้วเรื่องที่สอง ดาวหลงฟ้าคือต้องไปถ่ายทำที่อินเดียเลย ตอนที่โทรหาแม่อยู่อินเดียมั้ง

พี่ตุ๊กตา : เหมือนเขาไปถึงมีปัญหา เขาวางงานไว้แล้ว เริ่มตั้งแต่เข้าประเทศเลย ไปถึงติดอยู่ที่ ตม.

สตางค์ : มันก็จะมีปัญหาทุกวัน ที่เราคิดว่ามันไม่เกิดมันก็เกิด แล้วเราต้องดูแล 30-40 คน เราก็เครียดมาก ทุกวัน

ตุ๊กตา กันตนา ควงลูกสาวเปิดใจหลังส่งไม้ต่อให้บริหาร

คุณแม่ตกใจไหมปัญหาเกิดตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน ?

พี่ตุ๊กตา : ปัญหาเกิดตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ

เชื่อไหมเขาไม่สามารถคุยกับนักแสดงบางคนได้ แผงฤทธิ์ใส่ ?

สตางค์ : ส่วนใหญ่ดาราผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยสตางค์ไม่มีปัญหา น่ารักทุกคน

อายุมากกว่าเราขนาดไหนที่กล้าแผลงฤทธิ์ใส่ ?

พี่ตุ๊กตา : เรื่องปกติทำงานตรงนี้ เจอดารา นักแสดงที่ฤทธิ์เยอะ แต่ก็แก้ปัญหาไป แม่เจอมาหมด แบบกราบเถอะมาเล่นนะคะ เล่น ๆ อยู่ ไม่เล่นแล้วก็มี

คนที่แผลงฤทธิ์ใส่สตางค์เขาบ่นเรื่องอะไร สคริปต์ เสื้อผ้า ?

สตางค์ : ทุกแบบ มีทุกรูปแบบ

ตอนนั้นเราจัดการยังไง เราเด็ก ?

สตางค์ : ก็แรก ๆ จะเครียดมาก ตอนนี้มีอะไรก็พูดกันตรง ๆ เคลียร์ไปเลยประมาณนี้

คุณแม่รู้สึกยังไง พอวันนึงลูกสาวเราทำได้ ?

พี่ตุ๊กตา : รอดแล้ว ดีเลย สบาย ฉันก็ไม่ต้องยุ่งแล้ว ก็ดีนะ

สตางค์ : ตางค์ยังไม่ได้มองว่าตัวเองประสบความสำเร็จขนาดนั้น เพราะทุกเรื่อง ทุกโปรเจ็กต์มันมีอะไรให้ตางค์ต้องเรียนรู้อีกมากมาย แต่โกลของตางค์อยากทำให้เรตติ้งมันโอเคในบัตเจทที่ให้มา แต่ก็ยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ มันไม่มีโปรเจ็กต์ที่เพอร์เฟคท์ 100% อยู่แล้ว

เคยบอกกับพวกเราว่าสงสารลูก ลูกมารับช่วงต่อในช่วงที่เป็นวิกฤตของวงการทีวีเหมือนกัน ?

พี่ตุ๊กตา : กำลังเริงร่าดีงามมาปีนี้แหละค่ะ มันก็มีแววมาตั้งแต่โควิด เราก็ผ่านมาได้

พี่ตุ๊กตาบอกว่าโควิดโอเค ?

พี่ตุ๊กตา : โอเค โควิดหรืออะไรก็ตามที่ผ่านมา ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับพี่ พี่สามารถรอดได้ดีงามแบบงานก็ยังดีอยู่ แต่เพิ่งมาปีนี้แหละที่มันเกิดขึ้นที่ไม่เคยเจอมาก่อน อยู่ดี ๆ ทุกอย่างหดหายไปหมดแล้ว งานอาจจะด้วยภาวะเศรษฐกิจที่มันต่อเนื่องมา ทำให้มีผลกระทบต่อวงการทีวีเรา ทางผู้จ้างทั้งหลายเขาก็ลดรายการลง เห็นไหมมีข่าวละครหายไปครึ่งนึงแล้ว หรือลดเวลาลง คือเรารับจ้างผลิต งานส่วนตรงนี้มันก็หายไป น้องก็จะเหนื่อยหน่อย เพราะว่ากว่าจะได้งานแต่ละชิ้นก็จะต้องทำเต็มมากขึ้น แต่โชคดีที่รุ่นนี้เขาจะไปทางแฟลตฟอร์มอื่น

ในฐานะผู้บริหาร พวกยูทูบเข้ามาแชร์ตรงนี้เยอะไหม ?

พี่ตุ๊กตา : เยอะ ถามว่ามาดึงลูกค้าไหม คือสปอนเซอร์เขาจะไปลงในโซเชียล เป็นพวกอีกแบบนึงมากกว่า

ตุ๊กตา กันตนา ควงลูกสาวเปิดใจหลังส่งไม้ต่อให้บริหาร

สมมติ 100% ที่ได้มาตลอด หายไปเท่าไหร่ ?

พี่ตุ๊กตา : เอาส่วนของละครดีกว่า เพราะอย่างอื่นไม่หาย อย่างอื่นยังดี ละครก็จะหายไปประมาณ 50% จะเห็นว่าตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีใครเปิดกล้องอะไรกันเท่าไหร่ ดาราก็จะตกงาน

ตอนที่เราทำ เราเห็นไหมว่าทุกอย่างมันด้อยลง ?

สตางค์ : ก็เห็นค่ะ แต่ว่าตอนนี้ตางค์ว่าพฤติกรรมคนดูมันเปลี่ยนมาก ๆ แต่ว่าคอนเทนต์ยังเป็นสิ่งที่คนยังต้องการอยู่ เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่การปรับตัว เหมือนเราผ่านมาทุกยุค แต่ตอนนี้เป็นยุคของการที่ต้องพัฒนาคอนเทนต์ในแนวสตรีมมิ่งได้ด้วย เราก็ต้องปรับให้ทัน ด้วยการอัปเดตตัวเองตลอดเวลา ตางค์เองก็เดินทางไปเทศกาลทั่วโลกจะคอยอัปเดตเรื่องคอนเทนต์ แล้วพยายามผุดคอนเทนต์เราออกไปด้วยก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะ แล้วก็คิดว่ามันไม่น่ามีปัญหาหรอก น่าจะปรับตัวได้

ตอนนี้หลายคนกำลังคิดว่าวงการทีวีกำลังจะตายไปแล้ว มันจะจริงไหม ?

พี่ตุ๊กตา : เราก็อย่ายอมให้มันตายสิ เราต้องไม่ยอมนะ เพราะพี่ว่าคนก็ยังต้องการคอนเทนต์ มันอาจจะไม่ได้อยู่บนจอทีวี มันอาจจะไปอยู่ตรงแฟลตฟอร์มอื่น แต่เราคิดว่ายังไงคนก็ยังตัองการคอนเทนต์

ในฐานะคนดูและผู้บริหาร เราแก้ตรงกลางยังไง ?

พี่ตุ๊กตา : ปรับตัวเอง ทำให้ครบเลย ปรับตัวเองเท่านั้นเอง เราก็ต้องปรับตัวเองไปให้ได้ทุกที่ ไปอยู่ทุกที่ที่เขาต้องการ

พี่ตุ๊กตาดูแบบนี้เป็นหญิงแกร่งดูแลคนอื่นมากมาย ชีวิตจริงขี้อ้อนมาก ?

พี่ตุ๊กตา : เป็นมุมสำหรับอ้อนลูก ไม่งั้นจะไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายกับเรา จะต้องทำอันนู้นไม่ได้ อันนี้ไม่ได้ ลูกจะได้ทำให้

สตางค์ : ช่วงนี้เรายุ่ง ๆ กันมาก ลุยงานกันเกือบ 7 วัน เลยไม่ค่อยได้ใช้เวลากับคุณแม่เท่าไหร่ช่วงนี้ เขาก็เลยจะอ้อนเป็นพิเศษ

พี่ตุ๊กตา : เรียกร้องความสนใจ

แต่คุณแม่ก็มีความบ่นเบา ๆ ?

สตางค์ : เบาไหม ก็ไม่ค่อยเบาเท่าไหร่

คุณแม่บอกว่าเวลาที่น้องสตางค์อยู่เมืองไทย เจอน้องสตางค์น้อยกว่าที่อยู่เมืองนอก ?

พี่ตุ๊กตา : ถูก อันนี้จริง เพราะว่าเขาไปเรียนหนังสือตั้งแต่เด็กใช่ไหม พี่จะเกาะติดเขาแทบจะ 24 ชม. สมัยก่อนแค่ติดกล้องแล้วผ่านสไกป์ เหมือนจะแค่นั้นแต่ต้องตลอดเวลานะ แม้นางจะเดินไปโรงเรียนก็ต้องโทรศัพท์ด้วย ลูกนอนก็จะต้องดู แล้วเวลาก็จะกลับกัน พี่ไม่ได้ดูคนเดียวนะ ให้คุณยายดูด้วย แต่ไม่ถึงกับเข้าห้องเรียนนะ เวลาเดินไปโรงเรียน จะข้ามถนน คุยกับเพื่อนก็อยู่จนถึงโรงเรียน

ช่วงนั้นมีเวลาส่วนตัวไหม ?

พี่ตุ๊กตา : กลับมาเลยไม่ให้เจอเลยไง

ตุ๊กตา กันตนา ควงลูกสาวเปิดใจหลังส่งไม้ต่อให้บริหาร

กลายเป็นว่าอยู่ที่นี่เจอน้อยกว่าเพราะทำงาน ?

พี่ตุ๊กตา : ค่ะ พอกลับมาเมืองไทยมันคงอัดอั้น

สตางค์เป็นนางแบบที่อเมริกามาก่อน ?

สตางค์ : ตอนนั้นไปเที่ยว LA กับคุณแม่ ตอนนั้น 13-14 อยู่เลย บอกแม่ลองเข้าเอเจนซี่ที่ LA ดูเผื่อมีใครอยากเซ็นเรา พอไปถึงปุ๊บ พอเข้า 4-5 เอเจนซี่เขาก็เหมือนรับหมดเลย ก็เลย อุ้ย..แม่ไปลุยที่นิวยอร์กดีกว่า ลองบินไปดูสิ ไปเที่ยวเฉย ๆ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ปรากฏว่าตอนนั้นเราก็ไปด้วยกัน ไปวอร์กอินเอเจนซี่ต่าง ๆ ได้เซ็นสัญญากับ 1 เอเจนซี่ เขาบอกว่ายูต้องย้ายมาเลยนะภายใน 2 อาทิตย์ ตอนนั้นกำลังจะเปิดเทอม แต่เราก็ย้ายเลย

แม่ไม่ห้าม ?

พี่ตุ๊กตา : ห้ามยังไงล่ะ นางจะเป็น แล้วเอเจนซี่ก็เดินมาขอลูกสาว แล้วพาไป เราแค่ไปเที่ยว แค่ไปลองดู เราไม่ได้ตั้งใจไป เราไปแค่นิวยอร์ก 3 วัน แล้วเขาให้อยู่เลย แล้วเขาพาไปเดี๋ยวนั้น ไปแคสแฟชั่นวีคเลย ก็ได้งานเลยตรงนั้น แล้วเขาเหมือนกับว่าคุณต้องเซ็นนะถ้าจะอยู่

สตางค์เป็นนางแบบนานเท่าไหร่ ?

สตางค์ : ช่วงนั้นจนถึงอายุ 18 ตอนเข้ามหาวิทยาลัย อยากเป็นเด็กมหาวิทยาลัยเต็มตัว

แสดงว่าตอนนั้นเป็นนางแบบอาชีพ 3-4 ปีเลย ?

สตางค์ : ประมาณนั้นค่ะ ถามว่างตางค์ซีเรียสกับมันไหม ตางค์ซีเรียสระดับนึง แต่ว่าใจไม่อยากทิ้งเรื่องเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็พักงานเดินแบบไปเลย แต่พอกลับมาเมืองไทยก็มีเดิน ๆ อยู่บ้าง แต่พอมาจัดละครเต็มตัวไม่ได้มีเวลาไปเดิน

พี่ตุ๊กตาบอกว่าในใจลึก ๆ คิดว่าถ้าลูกฉันไม่กลับมาจะทำยังไง ?

พี่ตุ๊กตา : ตอนนั้นก็กังวล อยู่นานไปหน่อย แล้วไปตั้งแต่เด็ก ก็กลัวเหมือนกันว่าจะเหมือนหลาย ๆ คนที่ไม่อยากกลับเมืองไทย แต่เขาก็กลับมา

พี่ตุ๊กตาซื้อลอตเตอรี่ยังไงถึงถูกครั้งนึงเกือบ 100 ใบ ?

พี่ตุ๊กตา : ก็ซื้อในแอพเป๋าตังค์

พี่กดมั่วหรือมีตัวเลขในใจ ?

พี่ตุ๊กตา : มีตัวเลขในใจ แต่ไม่ได้ฝัน ไม่ได้เห็นจิ้งจกสามขา นกสองหัวอย่างนี้ไม่มี ต้องบอกก่อนนะไม่ใช่มนุษย์ซื้อลอตเตอรี่นะ เพิ่งมาซื้อเป็นเมื่อปีที่แล้วที่เขามีแอพ แล้ววันนั้นอยู่ในงานแต่งเฮียเวียร์ แต่งหน้าทำผม แล้วช่างเขาสอนว่าซื้อยังไง เลยเป็นที่มา ซื้อใหญ่เลย จิ้ม ๆ ซื้อปุ๊บมันก็ถูกไป 89 ใบ

จาก 89 ใบที่ถูก ซื้อทั้งหมดกี่ใบ ?

พี่ตุ๊กตา : ไม่ได้ซื้อเยอะนะ เพราะมันใบละ 80 บาทเอง หมายถึงว่าพอซื้อเป็น ซื้อทีนึงก็ประมาณไม่เกิน 20-30 เบอร์ 1 เบอร์นี้อาจจะ 5 ใบ แต่ไม่ใช่ใบเดียว ใบเดียวไม่ซื้อ เพราะกลัวถูกรางวัลที่ 1 แล้วอารมณ์เสีย ก็ซื้อรวม ๆ ครั้งนึงเป็น 100 คุณต้องดูว่าถ้าคุณถูกคุณจะคุ้มไหมด้วย เราต้องมีลิมิตของเรา

ที่พูดนี่ไม่ได้ถูกงวดเดียวนะ ถูกมา 20 งวดติดแล้ว ?

พี่ตุ๊กตา : ใช่ ตั้งแต่มีแอพ ความสนุกมันอยู่ตรงที่ฉันถูก

ล่าสุดเพิ่งถูกเลยเนี่ย 10 ใบ ?

พี่ตุ๊กตา : จะถูก 3 งวดติดกัน 4 งวดติดกันจะอยู่อย่างนี้

พี่ตุ๊กตาสารภาพความจริงมาเลย เอาเลขมาจากไหน ?

พี่ตุ๊กตา : จริง ๆ คือเลขที่ชอบ ชอบเลขวันเกิดแม่ วันเกิดพ่อ วันเกิดลูก อะไรที่มันพัวพันอยู่กับเรา ไม่มีไปถูอะไรที่ไหน เลยลำบากใจ เพราะมีแต่คนมาถาม แต่พี่ก็มีวิธีของพี่อยู่ พี่ใช้สถิติ

ตุ๊กตา กันตนา ควงลูกสาวเปิดใจหลังส่งไม้ต่อให้บริหาร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...