โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดงานวิจัยใหม่ ไขปริศนาเหตุปัญหาทางจิต "แวนโก๊ะ" ตัดหูตัวเอง ฤๅเกี่ยวกับขาดสุรา?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ต.ค. 2565 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2565 เวลา 06.58 น.
ผู้เข้าชมงานศิลปะดูภาพวาดที่วินเซนต์ แวนโก๊ะ วาดภาพเสมือนจริงของตัวเอง จัดแสดงในนิทรรศการ

เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตช่วงบั้นปลายของจิตรกรระดับตำนานของโลกอย่าง วินเซนต์ แวน โก๊ะ (Vincent van Gogh) ยังเป็นข้อถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์และนักวิจัยจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องราวที่เป็นผลทำให้เขาตัดสินใจตัดหูของตัวเองในคืนวันก่อนหน้าคริสต์มาสอีฟ เมื่อค.ศ. 1888 กระทั่งรายงานผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านสุขภาพจิตแห่งหนึ่งเสนอคำอธิบายอีกชุดเกี่ยวกับพฤติกรรมของเขาก่อนหน้าที่ศิลปินรายนี้จะอัตวินิบาตกรรมในปี 1890

เหตุการณ์ครั้งแวนโก๊ะเฉือนหูซ้ายของตัวเองก่อนจะถึงวันคริสต์มาสอีฟในปี 1888 ยังมีปมปริศนาซึ่งนักประวัติศาสตร์และนักวิจัยหลายรายยังไม่สามารถไขข้อเท็จจริงออกมาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเรื่องการตัดหูของแวนโก๊ะ แท้จริงแล้วตัดออกไปมากน้อยแค่ไหนกัน เขาตัดแค่บางส่วนของหู หรือตัดทั้งใบหูออกไปเลยกันแน่ (แม้ว่าพิพิธภัณฑ์เยอรมันเคยจัดแสดงใบหูจำลองที่ถูกเฉือนในสภาพเป็นทั้งใบหู)

หรือแม้แต่สาเหตุซึ่งนำมาสู่การกระทำอันน่าฉงนนี้ว่า ที่มาของการกระทำนั้น เป็นเพราะแวนโก๊ะ รับทราบเรื่องการหมั้นหมายของธีโอ (Theo) น้องชายของเขาหรือไม่ แต่นักประวัติศาสตร์บางรายก็โต้แย้งว่า แวนโก๊ะรับรู้เรื่องการหมั้นหมายของน้องชายก่อนหน้าวันที่เขาก่อเหตุตัดหูมานานแล้ว หรืออาจเป็นเพราะเรื่องการทะเลาะกันระหว่างเพื่อนศิลปินอย่าง Paul Gauguin ไปจนถึงทฤษฎีเรื่องแก้ความทุกข์ทรมานอันเนื่องมาจากอาการจิตหลอน

หากถามว่า แล้วปากคำของเจ้าตัวเองบอกถึงเรื่องนี้อย่างไรบ้าง พิพิธภัณธ์แวนโก๊ะในอัมสเตอร์ดัม ระบุรายละเอียดไว้ว่า “ภายหลังเกิดเหตุ เขาไม่สามารถจำอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นได้”

ล่าสุด รายงานผลการศึกษาเรื่อง“มุมมองใหม่เกี่ยวกับปัญหาทางจิตของวินเซนต์ แวนโก๊ะ : ผลการศึกษาผ่านกระบวนการสำรวจจากชั้นล่างสู่บนโดยใช้บทสัมภาษณ์กึ่งวินิจฉัยเชิงโครงสร้าง” (New vision on the mental problems of Vincent van Gogh; results from a bottom-up approach using (semi-)structured diagnostic interviews) เผยแพร่ในวารสารภาวะไบโพลาร์ระดับนานาชาติ (International Journal of Bipolar Disorders) เสนอคำอธิบายอีกชุดที่มองว่าปัญหาติดแอลกอฮอล์ ภาวะขาดสารอาหาร และความตึงเครียดจากสภาวะทางสังคมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยซึ่งทำให้อาการทางจิตของศิลปินรายนี้ทรุดหนักลงจนนำไปสู่พฤติกรรมเฉือนอวัยวะตัวเอง

ผลการศึกษาเผยว่า แวนโก๊ะประสบภาวะปัญหาจิตเวชหลายข้อ เป็นที่รับรู้ในนิยามว่า โรคที่เกิดขึ้นร่วมกัน (ภาวะโรคหลายโรคที่เกิดกับผู้ป่วยรายเดียวกัน) แต่งานวิจัยระบุว่า พวกเขาไม่สามารถแยกแยะแบบระบุโรคโดยชัดเจนได้ แต่ยังพอสามารถสันนิษฐานถึงความน่าจะเป็นซึ่งอาจเป็นข้อยืนยันทฤษฎีต่างๆ ที่เคยเสนอมาได้

งานศึกษาชิ้นนี้ค้นคว้าจากบทสัมภาษณ์นักประวัติศาสตร์ศิลปะ 3 ราย ประกอบกับการวิเคราะห์จดหมายของแวนโก๊ะกว่า 900 ฉบับ (มี 820 ฉบับที่เขาเขียนถึงธีโอ) และข้อมูลจากแพทย์ที่รักษาแวนโก๊ะ

ประการแรกคือ ตั้งแต่ช่วงวัยหนุ่มตอนต้น แวนโก๊ะเอ่ยถึงอาการบางอย่างในจดหมาย อย่างหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้คืออาการไบโพลาร์ (bipolar) และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นร่วมกับภาวะความผิดปกติทางบุคลิกภาพ (Personality Disorder) โดยภาวะเหล่านี้มีอาการรุนแรงหนักข้อขึ้นเนื่องมาจากอาการติดแอลกอฮอล์และภาวะขาดสารอาหาร เมื่อผนวกรวมกับความตึงเครียดทางจิตที่เพิ่มขึ้น (รวมถึงเรื่องความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานคือ Paul Gauguin) งานวิจัยระบุว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่นำมาสู่การตัดหูของตัวเองในวันที่ 23 ธันวาคม 1888

แถลงการณ์ของผู้ศึกษายังระบุผลการวิเคราะห์ว่า แวนโก๊ะมีแนวโน้มมีอาการเพ้อคลั่ง 2 ครั้งอันเป็นผลมาจากการขาดสุรา (alcohol withdrawal) ภายหลังจากที่เขาลงมือตัดหูตัวเองไป

แวนโก๊ะเสียชีวิตในวันที่ 29 กรกฎาคม 1890 อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการพยายามฆ่าตัวตายเมื่อ 2 วันก่อนหน้านั้น นับตั้งแต่เขาเสียชีวิต หลายฝ่ายพยายามนำเสนอทฤษฎีทางการแพทย์และทางจิตวิทยาหลายข้อเพื่ออธิบายอาการเจ็บป่วยทางจิตของศิลปินรายนี้

ทฤษฎีต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นมักมาจากการศึกษาแบบบนลงล่าง โดยที่คาดการณ์อาการจากข้อมูลระดับพื้นฐานซึ่งยังมีข้อจำกัด และไม่ได้ศึกษาลงลึกไปถึงข้อมูลอื่นๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในกรอบเหล่านั้น

งานวิจัยล่าสุดโต้แย้งบางทฤษฎีที่เคยถูกยกมาเสนอก่อนหน้านี้อย่างข้อเสนอแนะที่มองว่าแวนโก๊ะ ป่วยเป็นโรคจิตเภท (schizophrenia) และภาวะโรคพอร์ฟิเรีย (porphyria) โดยมองว่า มีแนวโน้มเป็นไปได้ยาก แต่ทฤษฎีเรื่องแวนโก๊ะมีอาการลมบ้าหมู (epilepsy) งานวิจัยระบุว่า ยังไม่สามารถชี้ชัดได้และยังต้องศึกษากันต่อไป

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้วิจัยชี้ว่า พวกเขาไม่สามารถวินิจฉัยหรือสอบถามจากแวนโก๊ะโดยตรง ขณะเดียวกัน จดหมายที่เขาเขียนขึ้นก็ไม่ได้เขียนเพื่อสื่อสารไปถึงแพทย์ที่รักษาเขาโดยตรงทำให้พวกเขาต้องวิเคราะห์อย่างระมัดระวัง

โดยรวมแล้ว การศึกษาหลักฐานผ่านกระบวนการที่เอ่ยถึงข้างต้น อย่างน้อยก็ช่วยให้ตัดทฤษฎีบางข้อที่เคยมีการเสนอขึ้นมาแล้วออกไปได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มผู้วิจัยไม่อาจชี้ชัดถึงอาการของแวนโก๊ะได้แบบเจาะจงชัดเจนอยู่ดี และแน่นอนว่า งานศึกษาชิ้นนี้ก็คงไม่ใช่ชิ้นสุดท้ายที่วิเคราะห์อาการทางจิตของแวนโก๊ะ

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Cascone, Sarah. “Vincent van Gogh Cut Off His Ear to Silence Hallucinations and 10 Other Things We Learned in a New Book About Him”. Artnet News. Online. Published 27 SEPT 2018. Access 6 NOV 2020.

Isis Davis-Marks. “New Research Links Vincent van Gogh’s Delirium to Alcohol Withdrawal”. Smithsonian. Online. Published 5 NOV 2020. Access 6 NOV 2020.

Pequenino, Karla. “The real reason Van Gogh sliced off his ear”. CNN. Online. Published 1 NOV 2016. Access 6 NOV 2020.

Research provides new and deeper insights into Vincent van Gogh’s psychiatric illnesses. UMCG. Online. Published 2 NOV 2020. Access 6 NOV 2020.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...