ณเดชน์ รับดาราพากย์หนังไม่ง่าย ท้าทายกดดัน เตือนคนวิจารณ์เกินขอบเขตระวัง
ไม่มีใครไม่เครียดหรอกโดนคนมาด่า ณเดชน์ รับดาราพากย์หนังไม่ง่าย ท้าทายกดดัน ควรให้โอกาสกัน เตือนคนวิจารณ์เกินขอบเขตระวังมันจะติดตัวไปจนแก่
จากกรณีที่ดารานักแสดง มาพากย์เสียงภาพยนตร์ แล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกับคาแร็กเตอร์ตัวละครในเรื่อง ควรใช้นักพากย์มืออาชีพมากกว่านั้น โดยมีโอกาสเจอ พระเอกชื่อดัง ณเดชณ์ คูกิมิยะ ที่มาร่วมงานเปิดจักรวาล “ใจขังเจ้า Fin Meeting” ที่ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นนี้ ในฐานะที่เจ้าตัวผ่านประสบการณ์การพากย์เสียงภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่อง และได้รับคำชมจากแฟนหนังว่าสอบผ่าน
ถามถึงประเด็น นักแสดงกับการพากย์เสียง ในฐานะที่เรามีประสบการณ์พากย์เสียง ?
“ผมว่าเป็นโอกาสที่ดีนะครับ ที่นักแสดงได้มีโอกาสทำงานพากย์ มันเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ มันเป็นศาสตร์ใหม่ๆ ที่เราได้เรียนรู้ ถึงแม้ว่าจะมีดราม่าอะไรก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าอย่าหยุดเถอะครับ อย่าหยุด เราคือคนบันเทิงด้วยกัน เพราะฉะนั้นในการให้โอกาส ให้พื้นที่ในการทำงาน มันเป็นสิ่งที่เราก็ควรจะให้โอกาสกันและกัน ในการที่จะได้ทดลองทำมีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิต ผมว่ามันไม่ได้มีอะไรที่เสียหายกับการได้มีโอกาสได้ทำ”
มองว่าเป็นศาสตร์ที่เพิ่มศักยภาพให้กับเราได้ในการทำงาน?
“ใช่ครับ การแสดงด้วยน้ำเสียง หรือว่าน้ำเสียงที่เราใช้ แม้กระทั่งการเล่นละคร แต่ละตัวละครเราสามารถที่จะดีไซน์เสียงให้มันแตกต่างกันได้ เพราะฉะนั้นเรื่องการวอยซ์โปรเจ็กต์ การโปรเจ็กต์เสียง การใช้ช่องเสียง มันเป็นศาสตร์หนึ่งเราในฐานะนักแสดงเราก็เรียนรู้มันได้เหมือนกัน แล้วยิ่งเราได้เรียนรู้งานพากย์ เรื่องของวิธีการพูดหรือการใช้เสียง มันก็จะอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว มันเป็นไอเท็มที่ดีมากๆ มาใช้ในการปรับการแสดงได้”
เราได้รับคำชมในเรื่องของการพากย์เสียง สอบผ่าน?
“ถ้าสมมติว่าผมมาพากย์จูราสสิคเรื่องแรก ผมว่าผมก็ไม่รอดเหมือนกัน เราเองก็มีประสบการณ์ แล้วเราก็มีวอยซ์ ไดเร็กเตอร์ด้วย นักพากย์กันเองก็ยังต้องมีคนคุมอยู่ เช่นเดียวกันก็จะเป็นไดเร็กเตอร์ที่คอยกำกับควบคุมโทนหรือวิธีการใช้เสียง แม้กระทั่งมืออาชีพเอง เขาก็ยังต้องมีวอยซ์ ไดเร็กเตอร์ นักแสดงพวกเราก็ต้องการเหมือนกัน บุคคลเหล่านี้ช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านอะไรตรงนี้ไปได้”
การเป็นนักแสดงทำให้เรากดดันมากขึ้นมั้ยอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดที่สุด?
“ผมว่าเราได้เปรียบนะครับถ้าเราเป็นนักแสดง แล้วเรามีโอกาสได้พากย์เสียง ถึงแม้ว่าเสียงอาจจะไม่ได้มีเสน่ห์หรือมีลักษณะคล้ายกับนักพากย์ แต่เรื่องอารมณ์ ผมว่าลึก ๆ แล้วความเป็นนักแสดงเราเข้าใจอารมณ์ของตัวละคร เพราะฉะนั้นมันก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าพี่ๆ นักพากย์ไม่ได้เข้าใจเรื่องของอารมณ์ เขาคือมืออาชีพอยู่แล้วเขาจะเข้าใจวิธีการทำน้ำเสียงแบบนี้จะเป็นอารมณ์ประมาณนี้ แต่ว่ารสชาติใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการพากย์เสียงของนักแสดง มันก็เป็นอีกรสชาติหนึ่งเหมือนกัน”
นักแสดงเก่งเรื่องอินเนอร์ช่วยได้ในเรื่องของการพากย์มั้ย?
“ผมว่าก็มีส่วน แต่เข้าใจว่าการพากย์เสียงมันมีศาสตร์ของมันอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกครับ เรารับงานใหม่ ๆ มันก็มีความท้าทาย ความกดดันอยู่แล้ว”
ตอนพากย์ครั้งแรก เคยได้รับฟีดแบ็กเสียงวิจารณ์มั้ย?
“ผมก็คงมี แต่ผมคงไม่ได้ยินหรือว่ายังไม่รู้(หัวเราะ) เป็นกำลังใจให้ทุกคน”
ถ้าสมมติเจอสถานการณ์แบบนี้ จะรับมือยังไง?
“มันไม่มีใครไม่เครียดหรอกครับ เวลาที่เราโดนกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะใครก็ตามจะเป็นศิลปินนักแสดง แม้กระทั่งคนธรรมดาที่เล่นโซเชียลมีเดียโดนคนในโซเชียลมีเดียด่าถูกวิพากษ์วิจารณ์เขาก็เก็บมาคิดมาเครียดเหมือนกัน”
“เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องมองในมุมมองของคนที่เป็นอีกคนนึงด้วย ว่าการที่เราไปพูดหรือใส่ร้ายอะไรที่มันเกินความเป็นจริง โดยที่เรายังไม่รู้ลึกตื้นหนาบาง มันก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควร เพราะฉะนั้นการที่เราจะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ตามไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงาน ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึง เพราะมันจะติดเป็นนิสัย”
“พอติดเป็นนิสัยแล้วจะรู้สึกว่ามันส์ คันปาก คันไม้คันมือ อยากที่จะขอให้ได้พูด ซึ่งจริง ๆ แล้วเราต้องกลับมาดูตัวเองว่าทำไมถึงไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรที่มันเกินขอบเขต อันนี้ต้องระวังไว้ เดี๋ยวมันจะติดตัวไปจนแก่”
“แล้วมันเป็นเนกาทีฟเอ็นเนอร์จี้ มันจะทำให้เราจมไปอยู่ในห้วงความรู้สึกนั้น แล้วเมื่อไหร่ที่มันไม่มีเราจะกระหาย แล้วจะกลายเป็นคนที่อาจจะมองคนในแง่ร้ายหรือเป็นคนที่อยากจะสบถกับความรู้สึกของตัวเองลึกๆ มากกว่า”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ณเดชน์ รับดาราพากย์หนังไม่ง่าย ท้าทายกดดัน เตือนคนวิจารณ์เกินขอบเขตระวัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th