Made in Songkhla ส่วนผสมครั้งใหม่ที่ทำให้คนสงขลารู้จักตัวเองมากกว่าที่เคย
ย่านเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครอย่าง “ย่านเมืองเก่าสงขลา” มีส่วนผสมที่น่าสนใจประกอบรวมกันอยู่อย่างเงียบๆ ไม่หวือหวา บนถนนเล็ก 3 สายที่ขนานกัน ตึกสวยงามสไตล์ชิโนยูโรเปียนน้อยใหญ่เรียงราย ถูกตกแต่งไปด้วยสตรีทอาร์ตที่มีชีวิตชีวา เชื่อมให้ใครก็ตามนึกอยากเดินเล่นไปทุกตรอก ซอก ซอย เพื่อแวะชิมอาหารจานอร่อยและไอเท็มเด็ดที่เป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องของเมืองเก่าแห่งนี้ ไปจนถึงคาเฟ่และอาร์ตแกลเลอรีที่มีไม่น้อยกว่าที่ไหน
เรื่องราวของย่านเมืองเก่าสงขลาได้ถูกนำมาเล่าใหม่ เพื่อเผยเสน่ห์และบอกเล่าเรื่องราวอันเปี่ยมอัตลักษณ์อีกครั้งผ่านโปรเจ็กต์ “Made in Songkhla” ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ทำงานร่วมกับ A.E.Y Space และผู้ประกอบการร้านค้าเก่าแก่ดั้งเดิมในย่าน เพื่อสร้างความคึกคักให้ย่านเมืองเก่าหลังจากที่ซบเซาไปในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยมาในคอนเซ็ปต์การ “Collaboration 12 รุ่นเก๋ากับ 9 นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่” เพื่อต่อยอดของดีประจำย่านที่มีตั้งแต่อาหาร ขนมหวาน เครื่องดื่ม สมุนไพรไทยจีนสูตรลับฉบับสงขลา รวมถึงทักษะงานปักอันงดงาม นับเป็นการเข้ามาพัฒนาสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่ เพิ่มเติมสีสัน นำเสนอมุมมองแปลกใหม่ และสร้างความเข้าใจเรื่องการดำเนินธุรกิจให้แก่ร้านค้าเหล่านี้ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอของตัวเองไม่เสื่อมคลาย
โปรเจ็กต์ที่ลูกหลานในพื้นที่ทำขึ้นด้วยความรัก
แม้จะมีแนวทางการทำงานมาจากโปรเจ็กต์ Made in Charoenkrung แต่ Made in Songkhla กลับมีความแตกต่างที่พิเศษอยู่ตรงที่ทีมทำงาน เพราะเป็นงานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ “ลูกหลานคนพื้นที่” ในย่านเมืองก่าสงขลาและภาคใต้ ประกอบด้วย เอ๋-ปกรณ์ รุจิระวิไล, แมว-ดวงใจ นันทวงศ์ และเลิฟ-กริยา บิลยะลา 3 ทหารเสือผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักดูแลการทำงานตั้งแต่ต้นจบจบ และด้วยความเป็นคนพื้นที่ที่เป็นลูกหลานในผืนแผ่นดินนั้น ๆ จึงย่อมมีความใกล้ชิด คุ้นเคย และถึงขั้นซี้สุด ๆ กับร้านค้ารุ่นเก๋าหลาย ๆ ร้าน ทั้งยังได้ผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่พอจะสังเกตเห็นได้จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงทำให้พวกเขามีข้อมูลมากที่จะเข้าอกเข้าใจบริบทต่าง ๆ ของธุรกิจในย่านและคนในชุมชน ซึ่งแตกต่างจากการมองเข้าไปจากมุมของคนนอกอย่างแน่นอน
3 กระบวนการทำงานของ “Made in Songkhla”
เริ่มต้นดีชวนร้านค้าให้เปิดใจ ทีมงาน “Made in Songkhla” เริ่มต้นจากการสำรวจข้อมูลที่ดำเนินการโดยทีมงานนักเปิดใจลูกหลานคนท้องถิ่น โดยหลังการสำรวจข้อมูลเพื่อเฟ้นหาธุรกิจร้านค้าและทักษะเก่าแก่ดั้งเดิมที่นับว่าสุดเจ๋ง ไม่ว่าจะเป็น ร้านเจ้าแรก ร้านหนึ่งเดียวของย่าน ร้านต้นตำรับและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไปจนถึงร้านที่ไม่มีทายาทสืบทอด เรียบร้อยแล้ว จึงตามด้วยการกระเทาะหาอินไซต์ความต้องการหรือแม้แต่ปัญหาของร้านออกมาให้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือกระบวนการตั้งต้นที่เรียกว่าขั้นตอนของการเปิดใจ
การหยิบจับอย่างเข้าใจคือหัวใจที่สำคัญ หลังจากได้ข้อมูลการสำรวจอินไซต์แล้ว ทีมงานต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อวิเคราะห์ว่าจะแก้ไขหรือต่อยอดให้กับร้านค้าได้อย่างไร ด้วยวิธีไหนบ้าง พร้อมกับต้องคิดต่อไปอีกด้วยว่าแล้วจะเป็นนักสร้างสรรค์กลุ่มไหนที่จะเข้ามาตอบโจทย์ครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่ “นักสร้างสรรค์ในพื้นที่” เป็นหลักเพราะเชื่อว่าความเข้าใจในบริบทคือสิ่งสำคัญ แล้วจึงเพิ่มเติมส่วนผสมของนักออกสร้างสรรค์จากกรุงเทพฯ เข้ามาเพื่อสร้างความหลากหลาย บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความยืดหยุ่น และการเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ทดลองทำจริง ขายจริง ถ้าขายได้ ก็ไปต่อ ขั้นตอนใหญ่ที่นับว่าต้องใช้ระยะเวลามากที่สุดก็คือ การนำเสนอไอเดียกันไปมาระหว่างทีมนักออกแบบและร้านดั้งเดิมเพื่อให้ได้สิ่งที่ตรงใจที่สุด โดยร้านค้าดั้งเดิมต้องสามารถทำสิ่งเหล่านั้นต่อได้อย่างยั่งยืน ตอบโจทย์สมมติฐานตั้งต้นของนักออกแบบ และเป็นไปได้ในการผลิตเพื่อทดลองขายจริง
ผลประกอบการใหม่จาก 12 ร้านดั้งเดิมในย่านเมืองเก่าสงขลา
1. ฮับเซ่ง X Eden’s
“สภากาแฟยามเช้าของชาวเมืองเก่า กับ คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสแห่งย่านหลานหลวง”
ร้านฮับเซ่ง คือสภากาแฟที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา พ่อกับแม่ของป้าบ่วย-ยุพิน เกียรติโชติชัย เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ย้ายถิ่นฐานมาที่สงขลา ตั้งร้านขายชา กาแฟ ขนมปังสังขยา มาตั้งแต่ 90 ปีที่แล้ว จุดเด่นคือขนมปังสังขยาสูตรไหหลำที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ใช้ไข่ น้ำตาล กะทิ ผสมกันและเคี่ยวจนงวด ได้เป็นสังขยารสหวานมันสีน้ำตาลทาบนขนมปังแผ่นเล็กสูตรโฮมเมดที่สั่งจากร้านเจ้าประจำ หรือจะใช้จิ้มกับขนมปังชุบไข่ก็อร่อย กินกับชากาแฟรสเข้มกลิ่นหอมก็เข้ากันอย่างลงตัว
การระบาดของโควิด-19 ทำให้ร้านต้องปิดตัวไปนานและไม่มีสินค้าที่เดลิเวอรีได้เพราะส่วนใหญ่เป็นเมนูที่ต้องนั่งกินที่ร้าน เพื่อแก้ปัญหานี้ เด่น-นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ แห่ง Eden’s ร้านน่านั่งย่านหลานหลวง ซึ่งคลุกคลีอยู่ในธุรกิจอาหารเช้า จึงหยิบสังขยาไหหลำมาเป็นส่วนสำคัญ แปลงร่างเป็น new menu ทั้งขนมปังกดลาย เครื่องดื่มร้อนและเย็นแบบทานง่ายเบลนด์ผสมสังขยาไปกับทุกเมนูให้สามารถ grab & go ได้สะดวกว่องไว จะทานที่ไหนก็ให้รสชาติฉบับฮับเซ่ง
2.แต้เฮี้ยงอิ้ว X Trang Koe
“ร้านรับแขกบ้านแขกเมืองประจำย่าน กับ เชฟชื่อดังจังหวัดเพื่อนบ้าน”
ต่อกันที่ ร้านแต้เฮียงอิ้ว ร้านที่มีที่มาจากวัฒนธรรมอาหารจีนแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นที่เชิดหน้าชูตาของเมืองมานานกว่า 80 ปี โดยเมนูปลาและอาหารทะเลจะโดดเด่นเป็นพิเศษ เน้นใช้วัตถุดิบสดใหม่จากทะเลสาบสงขลา และยังใช้วัตถุดิบที่มาจากร้านค้าในย่าน ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ยี้จากร้านเต้าหู้ยี้เสวย หรือน้ำพริกเผาจากร้านสิน อดุลยพันธ์ สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบในการทำอาหารจานเด็ดหลากหลาย อาทิ พะโล้เป็ด พะโล้หมูแดง ผัดผักบุ้ง ยำเต้าหู้ยี้ ยำมะม่วง ปลากระบอกทอด ปลากระพงทอด ต้มยำแห้ง ที่ใครได้ชิมก็ล้วนติดใจทุกคน
การ Collab กันในครั้งนี้ได้ เชฟอุ้ม-คณพร จันทร์เจิดศักดิ์ จาก Trang Koe ที่มีความรู้สึกศรัทธาในการใช้วัตถุดิบของร้านแต้เฮี้ยงอิ้วที่สืบทอดมายาวนาน จึงอยากส่งต่อวัตถุดิบพร้อมปรุงให้กับใครที่ติดใจเอาไปทำเมนูตามใจได้ที่บ้าน ออกมาเป็น “ซอสอเนกประสงค์ 2” สูตรสำหรับซื้อกลับไปทำที่บ้าน “ซอสเต้าหู้ยี้” กับ “ซอสต้มยำแห้ง” ที่มาจากส่วนประกอบที่สำคัญของเมนูจานเด็ดประจำร้าน ซึ่งยังคงชูรสชาติการปรุงอย่างเชี่ยวชาญตามแบบฉบับแต้เฮี้ยงอิ้ว
3.เกียดฟั่ง X Yala Icon
“ร้านข้าวสตูและซาลาเปาเลื่องชื่อคู่ถนนนางงาม กับ ทีมนักออกแบบไฟแรงแห่งภาคใต้”
เกียดฟั่ง คือ ร้านข้าวสตูที่อยู่คู่ถนนนางงามมากว่า 80 ปี มีต้นตำรับมาจาก โกลัก ญาติรุ่นก๋งที่เคยเป็นพ่อครัวในเรือฝรั่งช่วงสงครามโลก เมื่อมาที่สงขลาจึงนำสตูมาปรับสูตร ใช้กะทิแทนเนย ใช้เครื่องสมุนไพรจีนเพิ่มความหอม กลายเป็นข้าวสตูที่ผสมผสานวัฒนธรรมอังกฤษ-จีน-ไทย อย่างลงตัว จุดเด่นคือน้ำซุปที่เข้มข้นหอมมันรสกลมกล่อม ใส่เนื้อหมู เครื่องใน กุนเชียง และหมูกรอบ กินกับข้าวสวยร้อนๆ ตัดรสด้วยน้ำจิ้มน้ำส้มโตนด อร่อยจนยากจะลืม นอกจากนี้ยังมีซาลาเปาลูกใหญ่ไส้แน่น ทั้งไส้หมูสับ ไส้ถั่วดำ ไส้สังขยา ปัจจุบันทางร้านมี พี่หล่าน-ธนธร ศิริคติธรรม เป็นผู้ดูแล
เมื่อได้จับคู่กับนักออกแบบจากทีมYala Icon ก็พบว่า ปัญหาคือทางร้านไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่มานาน นักออกแบบจึงชวนมาสร้างสรรค์เป็นซาลาเปาไส้ใหม่ “ไส้สตูไก่” ซึ่งรวม 2 ความอร่อยเอาใจคนที่อยากกินทั้งข้าวสตูและซาลาเปามาไว้ด้วยกัน และยังมาพร้อมกับ “ไส้ม่อฉี” ที่หยิบเอาขนมพื้นบ้านดั้งเดิมของสงขลามาชุบชีวิตใหม่ พร้อมเติมเต็มด้านดีไซน์ด้วยป้ายหน้าร้าน ชุดพนักงาน ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยให้สามารถซื้อไปเป็นของฝากแสนอร่อยจากสงขลาในคราวเดียว
4.ขนมไทยจงดี X Yala Icon
“ร้านขนมพื้นถิ่นสไตล์สงขลา กับ ทีมนักออกแบบไฟแรงแห่งภาคใต้”
ร้านขนมทองเอก สัมปันนี สไตล์สงขลาร้านจงดี เริ่มต้นจากป้าจงดี อ่องไพบูลย์ ที่ปรับปรุงสูตรขนมด้วยตนเองจนหอมอร่อยและตัดสินใจเปิดร้าน ขนมทองเอกของร้านจะเหนียว นุ่ม ไม่หวานเลี่ยน หอมกลิ่นไข่แดง ส่วนขนมสัมปันนีจะกรอบนอกนุ่มใน หวานอร่อย ไม่ใส่สีและกลิ่นสังเคราะห์ นอกจากนี้ยังมีขนมขี้มอดรสหวานมันที่เด็กๆ ชอบ จากการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีและการทำอย่างใส่ใจจนกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อ
ถึงขนมจะอร่อย ใครชิมก็ติดใจใน แต่บรรจุภัณฑ์ที่ไม่แตกต่าง ทั้งยังต้องใช้เวลามากกับการตระเตรียม ตัด ห่อ บิดกระดาษว่าวสำหรับขนมทองเอก ทีมนักออกแบบจาก Yala Icon นำโดย บอล-เอกรัตน์ สุวรรณรัตน์ นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจึงพยายามแก้โจทย์บรรจุภัณฑ์ร่วมกับทางร้านจนลงตัว ด้วยการนำขนมขึ้นชื่อทั้ง 3 มาเปลี่ยนเป็นการโชว์เนื้อขนม เพิ่มแถบคาดที่บอกเล่าตั้งแต่ชื่อ วัตถุดิบสำคัญ จนถึงเคล็ดลับหลังครัวที่ชวนให้ขนมอร่อยขึ้น และยังจัดเรียงเป็นเซ็ตส่งไปจำหน่ายยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสบายๆ อีกด้วย
5.สิน อดุลยพันธ์ X พลอย จริยะเวช
“ร้านของฝากขึ้นชื่อคู่ย่านเมืองเก่ามากว่าศตวรรษ กับ นักออกแบบคอนเซ็ปต์ผู้เป็นทั้งนักเขียนและนักแปล”
ก่อนกลับจากสงขลา อย่าลืมแวะ สิน อดุลยพันธ์ ร้านของฝากขึ้นชื่อคู่เมืองเก่ามานานเกือบร้อยปี เดิมร้านแห่งนี้ขายผ้า รองเท้า และของชำ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาขายอาหารเมื่อปี 2466 โดยชื่อ สิน อดุลยพันธ์ มาจากชื่อนามสกุลบิดาของป้าแอ๊ด-ฉววรนา อดุลยพันธ์ ทายาทรุ่นที่ 3 โดยสินค้าเด่นของที่นี่มีทั้งลูกหยี น้ำบูดู น้ำพริกเผา น้ำจิ้ม น้ำซีอิ๊ว กุ้งแก้ว มังคุดกวน และของที่พลาดไม่ได้เลย คือ ‘ข้าวเกรียบ’ ที่เคยคว้ารางวัลของฝากอันดับ 1 ของประเทศในยุคนั้นมาแล้ว
ในครั้งนี้ได้จับมือกับ พลอย จริยะเวช ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูกค้าและยังคงติดใจในรสชาติซีอิ๊วหวานและน้ำพริกเผาของร้านสิน อดุลยพันธ์ จึงนำมาชูเป็นฮีโร่โปรดักต์ในบรรจุภัณฑ์เซ็ตพิเศษ Limited edition ขนาดพอเหมาะสำหรับตั้งบนโต๊ะอาหาร และเพิ่มเติมด้วยการจับมือกับนักปั้นอย่าง อ.ผดุงเกียรติ รัตนศรี ในการรังสรรค์ชุดถ้วยจากดินสงขลาเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับประทาน สำหรับนักชิมยังมีชุด Catch of the day bag ที่แบ่งเป็น Fruit of the sea บรรจุข้าวเกรียบกุ้ง ปลา ซองเล็กคู่กับน้ำพริกเผา และ ชุด Fruit of the tree บรรจุลูกหยีทรงเครื่อง มังคุดกวนให้อิ่มอร่อยได้ตลอดวันพร้อมอ่านเพลินคู่ไปกับ Storybook เล่มพิเศษอีกด้วย
6.ขนมไข่ป้ามล X SouthSon Design
“ร้านขนมไข่ไส้เนยอบเตาถ่านสูตรดั้งเดิม กับ สตูดิโอออกแบบชื่อดังจากหาดใหญ่”
ร้านขนมไข่เตาถ่านอบอุ่นหอมกรุ่นด้วยกลิ่นเนยที่มีสูตรตกทอดมากว่า 30 ปีแห่งนี้ เดิมทีคือร้านรถเข็นดั้งเดิมที่อบขนมโดยใช้ถ่าน เพื่อให้ได้ขนมสดใหม่ กรอบนอกนุ่มใน ชุ่มเนย แม้จะย้ายมาขายที่จุดใหม่ถึง 3 ปีแล้ว แต่ลูกค้ายังคงสับสนเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของร้าน บ้างโทรสั่งทิ้งไว้ ไม่มารับ หรือขับรถเลยไปยังร้านอื่นๆ ก็มีให้พบเห็นอยู่ประจำ
จากโจทย์ที่ความยากไม่ใช่เรื่องของรสชาติ แต่เป็นการหลงทิศทาง กลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่แห่ง SouthSon Design จึงแปลงโฉมให้กับรถเข็นคันเดิมด้วยการเพิ่มจุดจดจำแบบตรงไปตรงมาของที่ตั้งแห่งแรกของร้านด้วยสีของธนาคาร เพิ่มกิมมิกด้วยแพทเทิร์นจากยุคซิกส์ตี้ที่มีกลิ่นอายเรโทรด้วยกราฟิกที่สนุกสนาน พร้อมบรรจุภัณฑ์ใหม่แบบถุงกระดาษสกรีนลายป้ามล เจ้าของร้าน มาคู่กับไม้จิ้มเพื่อให้คนจดจำและจอดแวะซื้อกลับแบบไม่ต้องหลงทางอีกต่อไป
7.ไอติมบันหลีเฮง X Lunaray
“ร้านไอศกรีมกะทิถั่วเขียวหนึ่งเดียวในย่าน กับ นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่เจ้าของร้าน Lunaray สุดฮิต”
ร้านไอศครีมบันหลีเฮง ที่มีทีเด็ดตรงการนำถั่วเขียวต้มมาราดลงในไอศกรีมจนลูกค้าติดใจและกลายเป็นของขึ้นชื่อของร้านแห่งนี้ เกิดจากการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นอย่างเมล็ดถั่วเขียวคัดสรรอย่างดี ถั่วลิสงนำมาตากแห้งและคั่วเอง เครื่องเคียงที่มีคุณภาพ และไอศกรีมที่ทำสดใหม่วันต่อวัน ทำให้ได้รสชาติหวานหอม กินแล้วสดชื่น แถมราคาไม่แพง และยังได้พัฒนาเพิ่มรสชาติใหม่ ๆ ทั้งรสวานิลลา และหวานเย็นลิ้นจี่ จนมีลูกค้ามาอุดหนุนสม่ำเสมอถึงเจเนอเรชันที่ 5 ของหมี-ศุภวิชญ์ อัครวิเนค ที่กำลังเรียนวิชาในการรับช่วงต่อ
สำหรับร้านที่เปิดมายาวนาน การจะซื้อใจลูกค้าทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย การทำงานร่วมกันและลงพื้นที่บ่อยครั้งของ ปุ่น-ธัญจิรา วงศ์หิรัญเดชา จาก Lunaray นักสร้างสรรค์และเชฟรุ่นใหม่ด้านขนมหวานจึงทำให้เข้าใจร้านค้า และการขยายกลุ่มลูกค้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องคงความคลาสสิกแบบเดิมไว้ โดยได้ทดลองนำไอศกรีม 2 รสชาติหลัก มาปรับลูกเล่นใหม่เป็นแบบแท่ง และแบบโฟลตเกิดเป็นเมนูใหม่ที่ยังคงใช้วัตถุดิบท้องถิ่นสงขลา แต่มาในบรรจุภัณฑ์แบบซื้อกลับได้ พร้อมเติมกิมมิกสติกเกอร์ตกแต่งแก้วเพื่อให้เข้าถึงลูกค้ารุ่นใหม่ได้มากขึ้น
8.เต้าหู้ยี้เสวย X SouthSon Design
“ร้านเต้าหู้ยี้เสวยอายุนับ 100 ปี กับ สตูดิโอออกแบบชื่อดังแห่งหาดใหญ่”
โรงผลิตเต้าหู้ยี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาการถนอมอาหารแบบท้องถิ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยนำขึ้นทูลฯ ถวายแก่ในหลวงฯ รัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประพาส จึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านว่า “เต้าหู้ยี้เสวย” ที่มีจุดเด่นจากวัตถุดิบถั่วเหลืองแท้ 100% ใช้วิธีการต้ม บด บีบอัดแบบธรรมชาติ หมักดองเกลือในโอ่งด้วยแสงแดดธรรมชาติฉบับโฮมเมด สืบต่อสู่รุ่นที่ 5 จนถึงรุ่นของรชต อุตตโรพร จึงได้นำกระบวนการพาสเจอร์ไรส์เข้ามาปรับปรุงการผลิตให้สามารถเก็บรักษาคุณภาพไว้ได้นานยิ่งขึ้น
โจทย์หลักของร้านนี้คือ ความไม่คุ้นเคยกับวัตถุดิบโบราณอย่างเต้าหู้ยี้ของคนรุ่นใหม่ นักสร้างสรรค์อย่างSouthSon Design จึงเริ่มจากการปรับส่วนชั้นวางใหม่เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่มาที่ไปของเต้าหู้ยี้ พร้อมบอกเล่าวิธีการรับประทานตั้งแต่แบบง่ายประจำวันไปจนถึงเมนูพิเศษ แถมด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบถุงบีบขนาดเล็กเพื่อเป็นขนาดทดลองที่ซื้อไปรับประทานทานครั้งเดียวหมด เพื่อเปลี่ยนคำว่า “ยี้” มาเป็น “ของมันต้องมี” ไว้ติดตู้เย็นอย่างแน่นอน
9.ยินดี X NA STUDIO
“ร้านสินค้าแปรรูปจากวัตถุดิบท้องถิ่น กับ สตูดิโอออกแบบ Multidiscipline สุดเจ๋ง”
ร้านยินดี คือร้านจำหน่ายสินค้าแปรรูปจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ยืนยันด้วยคุณภาพมายาวนานกว่า 70 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณย่าทวดยินดี รัตนปราการ ที่พร้อมบริการลูกค้าให้รู้สึกยินดีเมื่อได้รับสินค้าส่งตรงถึงมือ โดยสินค้าที่ขาดไม่ได้ถ้ามาที่นี่คือ ข้าวเกรียบชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะข้าวเกรียบจากกุ้งแชบ๊วย น้ำบูดูเค็ม น้ำบูดูหวานจากปลาไส้ตันคัดพิเศษ และลูกหยีอย่างดีรสหวานอมเปรี้ยว อร่อยละมุนลิ้น
ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ จึงเป็นโอกาสในการค้นหาตัวตนที่ชัดเจนของร้านยินดี ซึ่งหนนี้ได้ทำงานร่วมกับ NA STUDIO สตูดิโอออกแบบรุ่นใหม่ที่ช่วยออกแบบอัตลักษณ์ของแบรนด์ทั้งหมดโดยอิงจากรากฐานเดิม พร้อมบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกร้าน เติมเต็มด้วยมุมมองด้านงานออกแบบที่เข้าใจบริบทเชิงธุรกิจ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลดีให้กับร้านดั้งเดิมในแบบองค์รวม
10.ยาจีนงี่เทียนถ่อง X Eden’s
“ร้านยาแผนจีนอายุ 100 ปีคู่ย่านเมืองเก่า กับ คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสแห่งย่านหลานหลวง”
เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่ร้านยาจีนยุคบุกเบิก งี่เทียนถ่อง เป็นที่พึ่งของคนสงขลายามเจ็บไข้ และยังรักษาอัตลักษณ์ของชาวจีนแคะไว้ภายใต้บรรยากาศเสมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต ข้าวของต่างๆ เช่น ตาชั่งหรือลิ้นชักยาล้วนตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นทวด ที่สำคัญที่นี่ยังเป็นร้านยาจีนแห่งเดียวที่เหลืออยู่ในย่านเมืองเก่า ตี๋-เตชธร ตันรัตนพงศ์ ทายาทรุ่นที่ 4 บอกว่า ร้านอยู่ได้ด้วยศรัทธาของลูกค้าที่นำยาจีนไปรักษาแล้วได้ผล ในอนาคตมีแผนจัดทำตำรายาเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงง่ายขึ้น โดยหวังให้ร้านอยู่คู่กับเมืองสงขลาไปอีกนาน ๆ
หลังจาก เด่น-นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ แห่ง Eden’s ได้ร่วมพูดคุยกับครอบครัวงี่เทียนถ่อง เพื่อมองหาจุดร่วมที่สมดุลระหว่างการรักษาภาพลักษณ์ของร้าน และบรรจุภัณฑ์ที่ร่วมสมัย เรียบง่าย ให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ จนต่อยอดเป็นการนำสมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบในเมนูเด็ดดั้งเดิมของสงขลา เช่น ชุดสตูสงขลา ชุดพะโล้ ชุดตุ๋นไก่ ชุดตุ๋นหมู นำมาจัดเป็นเซ็ตพร้อมนำกลับไปปรุงอาหารเองได้ที่บ้านเหมือนกินที่สงขลาแท้ ๆ
11.สุภาภรณ์ X 56thStudio
“ร้านปักตรา อาร์ม ยศแห่งเดียวของย่านเมืองเก่า กับ นักสร้างสรรค์ฝีมือสุดจี๊ด"
สงขลา เป็นจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการต่าง ๆ จำนวนมาก ทำให้ความต้องการใช้งานตรา อาร์ม ป้ายชื่อ เครื่องหมายสัญลักษณ์ บั้งหรือตำแหน่งยศ ประดับบริเวณเสื้อผ้าเพื่อระบุถึงหน่วยงานและตำแหน่งของข้าราชการเป็นสิ่งจำเป็น ร้านสุภาภรณ์ถือเป็นร้านจำหน่ายงานปัก ตรา อาร์ม ยศแบบครบจบที่เดียว และยังเป็นร้านเดียวที่เปิดดำเนินการอยู่จนเป็นที่รู้จักคุ้นเคยของคนในย่านจนถึงทุกวันนี้ที่มีรุ่นหลานอย่าง น้ำ-ศจีรัตน์ ยานนท์ เป็นผู้ดูแล
ความสนุกของการร่วมมือกันระหว่าง สุภาภรณ์ และ ศรัณย์ เย็นปัญญา แห่ง 56thStudio คือ การเล่นกับขั้วตรงข้ามอย่างการหยิบของที่แทบจะไม่เข้ากันมาอยู่รวมกันภายใต้คอนเซ็ปต์ “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” เพื่อสื่อสารกับการอยู่ในกรอบแบบฟอร์มและการตั้งคำถามถึงภาพจำของสงขลา ว่าควรจะเปลี่ยนแปลงไปต่ออย่างไร จนเกิดเป็นงานปักแพตเวิร์กที่โชว์ฝีมือของร้านสุภาภรณ์อย่างเต็มเปี่ยมและสามารถใช้งานได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ
12.โรงพิมพ์ทวีทรัพย์ X Soulsouth Studio
“โรงพิมพ์จากรอยต่อของ 2 ยุค กับ สตูดิโอออกแบบรุ่นใหม่จากจังหวัดเพื่อนบ้าน”
โรงพิมพ์ทวีทรัพย์ เป็นหนึ่งในธุรกิจตกหล่นจากการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า แม้จะไม่ใช่โรงพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในสงขลา แต่ก็เป็นที่คุ้นเคยและรู้จักดีในหมู่ลูกค้าขาประจำต่อ-ต่อศักดิ์ จตุรพร เจ้าของโรงพิมพ์เปิดทำการที่นี่มาราว 30 ปีแล้ว ตั้งแต่ช่วงรอยต่อของธุรกิจการพิมพ์จากยุคแอนะล็อกแบบเรียงพิมพ์จนเข้าสู่ยุคดิจิทัล งานส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นงานบริการงานพิมพ์แทบทุกรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ ตั้งแต่แบบฟอร์ม ใบสำคัญรับเงิน และใบส่งรับของ รวมถึงนามบัตร และแผ่นพับต่าง ๆ
การจับมือกับSoulsouth Studio สตูดิโอออกแบบกราฟิกจากยะลา จึงนับเป็นการเติมเต็มช่องว่างให้แก่กันระหว่างเทคนิคการพิมพ์แบบเก่าและการออกแบบของคนรุ่นใหม่ ต่อยอดเป็นงานพิมพ์สองมิติและสามมิติบนโครงร่างอาคารเก่าในสงขลาหลากรูปแบบที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ปฏิทิน สมุดโน้ต และสติกเกอร์ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังธุรกิจการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลาได้อีกด้วย
โปรเจ็กต์ต่อขยาย “Friends of Made in Songkhla”
ไม่เพียงแค่ทำงานกับร้านค้าดั้งเดิม 12 ร้าน ด้วยความที่ย่านเมืองเก่ายังมีคาเฟ่และร้านกาแฟไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อยู่ไม่น้อย ทีมงานจึงเชิญชวนเหล่าร้านค้าของคนรุ่นใหม่ทั้งที่อยู่ในย่านหรือที่หาดใหญ่ให้มาเป็นพันธมิตร โดยใช้ชื่อว่า “Friends of Made in Songkhla” โดยเปิดให้เจ้าของร้านที่มีไอเดียอยู่แล้วกว่า 9 แห่ง มาเลือกหยิบเอาวัตถุดิบจากโปรเจ็กต์ Made in Songkhla ไปต่อยอดรังสรรค์เมนูใหม่ ได้ออกมาเป็นเมนูที่คาดไม่ถึงมากมาย เช่น ร้าน Studio55 สร้างสรรค์เมนูใหม่อย่าง เค้กแอปเปิ้ลซอสซีอิ๊วหวานของร้านสิน อดุลพันธ์, ครัวซองต์ขี้มอด-ตุ๊บตั๊บ ของร้านนครในใจ เป็นต้น นับเป็นการสร้างความยั่งยืนและส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างไม่รู้จบทีเดียว
ที่มา : โปรเจ็กต์ Made in Songkhla
เรื่อง : ปิยะพร สวัสดิ์สิงห์