โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตน 4 ข้อ รับปีใหม่ 2564

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2563 เวลา 10.22 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 แก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 (มนุษย์เงินเดือน) และมาตรา 39 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2564 เป็นต้นไป

ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร

  • ผู้ประกันตนที่มีบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี

  • ได้สิทธิอะไร : ได้รับเงินเพิ่มจาก 600 บาท เป็น 800 บาทต่อคน จ่ายคราวละไม่เกิน 3 คน

  • จำนวนผู้ประกันตนที่ได้รับประโยชน์ : จำนวน 1.362 ล้านคน คิดเป็นเงิน 13,739 ล้านบาทต่อปี

  • ใช้งบประมาณ : 3,432 ล้านบาท

  • มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 เป็นต้นไป

  • ระยะการจ่ายเงินกรณีสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรที่ปรับเพิ่มของงวดเดือน ม.ค. 64 – เม.ย. 64 เป็นต้น

ปรับลดเงินสมทบฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตน

  • ปรับลดเงินสมทบเข้ากองทุน ประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตามมาตรา 33 เหลือ 3% และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ลดลงเหลือ 278 บาท

  • เป็นระยะเวลา 3 เดือน (ตั้งแต่เดือน ม.ค. – มี.ค. 64) ‼️

  • เพื่อช่วยเหลือนายจ้าง และผู้ประกันตนที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

  • ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้าง และผู้ประกันตนในการจ่ายเงินสมทบรวมเป็นเงินจำนวน 15,660 ล้านบาท

ปรับเพิ่มค่าคลอดบุตร

  • ปรับเพิ่มค่าคลอดบุตรเป็น 15,000 บาท จากเดิม 13,000 บาท ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม

พระราชบัญญัติประกันสังคม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน

โรคสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน พ.ศ.2563

  • ในปี 64 คาดว่า มีผู้ประกันตนที่ได้รับประโยชน์ทดแทนจากกรณีคลอดบุตร 293,073 คนต่อปี คิดเป็นเงิน 4,396 ล้านบาท

  • สำนักงานประกันสังคม จ่ายเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น 586.146 ล้านบาท

ปรับเพิ่มค่าฝากครรภ์

  • ปรับเพิ่มค่าฝากครรภ์เป็น 5 ครั้ง รวมเป็น 1,500 บาท จากเดิม 3 ครั้ง 1,000 บาท

  • คาดว่าจะมีผู้ประกันตนได้รับสิทธิประมาณ 122,114 ครั้งต่อปี เป็นเงิน 36.6 ล้านบาท

  • สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น 17.89 ล้านบาท ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 เป็นต้นไป

ใครอยู่ในมาตรา33 | มาตร39 บ้าง?

  •  ประกันสังคม มาตรา 33

“ประกันสังคมมาตรา 33” สำหรับพนักงานเอกชนทั่วไป โดยมีการให้ความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย ตาย ว่างงาน คลอดบุตร

สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ

  •  ประกันสังคม มาตรา 39

“ประกันสังคม มาตรา 39” สำหรับผู้ที่เคยเป็นพนักงานเอกชนแล้วลาออก โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน ลาออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ลาออกจากงาน ให้ความคุ้มครอง 6 กรณี ดังนี้

เจ็บป่วย ตาย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ

สำหรับผู้ที่รับผลกระทบในกรณีว่างงาน ที่เกี่ยวกับการล็อกดาวน์ในพื้นที่เสี่ยงโควิด19 ทางประกันสังคมเตรียมให้ความช่วยเหลือ ดังนี้

กรณีที่ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย และหน่วยงานของรัฐสั่งปิดพื้นที่
เพื่อป้องกันการระบาด ของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ

เป็นผลกระทบให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนไม่ได้ทำงาน และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น

  • ลูกจ้างดังกล่าวซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างดังกล่าว มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีว่างงาน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน

  • เงื่อนไขการรับผลประโยชน์ให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ สั่งปิดพื้นที่

  • ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทินมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 90 วัน ดังนั้น

หากร่างกฎกระทรวงฯ มีผลใช้บังคับจะทำให้ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ จากการที่หน่วยงานของรัฐสั่งปิดพื้นที่เพื่อป้องกันการระบาดของ
โรคติดต่ออันตราย คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ จำนวน 700,727 ครั้ง ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย คิดรวมเป็นเงินกว่า 5,225 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...