โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เพื่อไทย” ไม่พ้นเงา “ไทยรักไทย” เครือข่ายชินวัตร ขุดกรุนโยบาย “ทักษิณ”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.พ. 2564 เวลา 01.43 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2564 เวลา 02.01 น.

 

พรรคเพื่อไทย ถือฤกษ์ 7 กุมภาพันธ์ 2564 เปิดตัวโครงการใหม่-ใหญ่ ภายใต้ชื่อ “Change Maker” เฟ้นนักการเมืองรุ่นใหม่-หน้าใหม่ 100 คน นำไปสู่การทำโปรเจ็กต์ทดลอง ลงพื้นที่กับ ส.ส.พื้นที่ของพรรค

เป็น “โมเดล” นโยบายของคนรุ่นใหม่ ที่คู่ขนานกับนโยบายของพรรค+ส.ส. ภายใต้การควบคุมการผลิตของคณะกรรมการนโยบายและวิชาการ ที่มี “นพดล ปัทมะ” อดีต รมว.ต่างประเทศเป็นประธาน

คอนเซ็ปต์โครงการ “Change Maker” ถูกฉายภาพโดย “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรค ที่ประกาศว่า นี่คือการ disrupt ตัวเอง ก่อนที่จะถูกปัจจัยภายนอกมา disrupt

“โครงการนี้จะได้บุคคลและนโยบายใหม่ ๆ มาพัฒนาประเทศ เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น”

สืบทอดวิญญาณไทยรักไทย

ขณะที่ “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” หรือ “หมอมิ้ง” แกนนำกลุ่มแคร์ หัวหอกฝ่ายบุ๋นของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกเชิญมาเป็น “ที่ปรึกษาโครงการ” มอง “เป้าหมายสูงสุด” ของโครงการว่า คือการระดมความร่วมมือ ผนึกกำลังร่วมมือระหว่างคนที่มีประสบการณ์ในรุ่นเก่า สานต่อ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามา ร่วมคิด และไปสู่ร่วมปฏิบัติ

เราจะได้นักการเมืองแบบใหม่ ๆ ที่เป็นแบบบวก เป็นนักการเมืองที่สร้างสรรค์ นักการเมืองที่มีทักษะและถ่ายทอดไปถึงการบริหารด้วย ไม่ใช่นักพูด ดังนั้น วิญญาณเดิมที่สืบทอดมาจากพรรคไทยรักไทย ก็จะสืบต่อจากกลุ่มคนเหล่านี้

เป็นวิธีการที่ระดมคน ไม่ใช่อบรมแบบ lecture จะมีการประกวด เหมือนรายการประกวดร้องเพลง The Voice และมีคอมเมนเตเตอร์ 4-5 คนให้เลือก ซึ่งเป็นวิทยากรที่มีประสบการณ์ในเชิงนโยบายและเข้าใจปัญหาบ้านเมือง วิทยากรจะเป็นข้างนอกก็ได้ที่เป็นนักการสื่อสาร วิทยากรที่เป็นนักสร้างสรรค์ เข้ามาช่วยกันคิดและลงภาคสนาม รายการทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดทางโซเชียลมีเดียของเพื่อไทย

เป็นที่ “ปล่อยของ” เด็กรุ่นใหม่

ดังนั้น คนรุ่นใหม่ แทนที่จะไปชุมนุมประท้วงอย่างเดียว ลองเสนอไอเดียกับเพื่อไทย คุณไปร่วมชุมนุม ร่วมได้ แต่พรรคเพื่อไทยคือที่ออกนโยบายจริง ๆ ในที่ชุมนุมมีความคิดหลากหลายมาก ข้อเสนอดี ๆ ทั้งนั้น แต่รัฐบาลไม่ฟัง เมื่อรัฐบาลไม่ฟังก็มาพรรคเพื่อไทยสิ เอาพลังมาทำสิ่งที่สร้างสรรค์กัน

“หมอมิ้ง” เห็นว่า ที่พรรคเพื่อไทยต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เพราะบทบาทของพรรคถูกทำให้กลายเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่เลย พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่แข็งแรง ที่ผ่านมาพรรคเสนอทางออกให้กับประเทศมาโดยตลอด เมื่อประเทศมีความต้องการเร่งด่วนที่จะหาทางออกวิกฤต เราจึงต้องแหวกกรอบการเป็นฝ่ายค้าน

ปัดขุดกรุความสำเร็จ ทรท.

“พรรคเพื่อไทยคือตัวจริง ไม่ได้เอาความสำเร็จเก่าของพรรคไทยรักไทยมาขาย เราจะคิดของใหม่ แต่บอกให้รู้ว่าเราเคยคิดทำได้ คือร่วมกับประชาชน ร่วมกันคิดแล้วเสนอทางออก จุดเด่นของพรรคไทยรักไทยที่ผ่านมา คือการนำเสนอ solution เป็นการนำเสนอทางออกทั้งสิ้น และไม่ใช่ทางออกที่โม้ แต่เป็นทางออกที่ปฏิบัติได้และเห็นผลจริง ฝ่าวิกฤตสึนามิ ฝ่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ฝ่าวิกฤตต่าง ๆ เยอะแยะ คืนหนี้ IMF ได้ สร้างความเชื่อมั่นกลับมา แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านมาพูดเองว่าสมัยก่อนคนมาเต็มร้านตอนนี้คนเข้าร้านไม่กี่คน ดังนั้น คือสิ่งที่เราถนัด” นพ.พรหมินทร์กล่าว

Disrupt รัฐบาลประยุทธ์

ในโปรเจ็กต์ Change Maker “นพ.พรหมินทร์” แย้มว่า นอกจากเปิดตัว podcast ตอนแรก นำ “พันศักดิ์ วิญญรัตน์” อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายการทูตพลิกประวัติศาสตร์ “เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า” มาถ่ายทอดความคิดแบบคน “แก่” แต่ไม่ “เก่า” แม้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักก็ไม่เป็นอะไร แต่จะได้รู้ว่ามีคนอย่างนี้ด้วย

ยังมีอีกหลายเรื่อง ทั้งดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้ผสมกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น“ถ้ารัฐบาลทำไม่ได้ เราทำให้ดู” หรือ “เรื่องหมู ๆ ที่รัฐบาลไม่รู้จักทำ” จะทำให้รัฐบาลเห็นเลยว่าถ้าเป็นเพื่อไทยจะทำอย่างไร ควรทำอย่างไร เรามีของให้ดู

“ถ้ารัฐบาลตามเราไม่ทันก็พัง เพราะวันนี้วิธีคิดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผิดหมดเลย สิ่งที่แตกต่างกับพรรคเพื่อไทยคือหัวใจกับประชาชน ต้องคลุกกับประชาชน ผู้แทนราษฎรต้องรับฟังจากราษฎรมาบริหารให้ราชการทำตาม ไม่ใช่เป็นหัวหน้าข้าราชการ เพราะเป็นแนวคิดของรัฐราชการ”

เช่น กรณีการเยียวยาให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 จากผลกระทบโควิด-19 ซึ่งก่อนหน้านี้ บอกว่าจะชดเชย แต่ผู้ประกอบการจะต้องยุติกิจการชั่วคราว ยุบตัวเองถ้าไม่ยุบตัวเอง ลูกจ้างก็จะไม่ได้การเยียวยา แต่เป็นหน้าที่รัฐต้องชดเชยใช่ไหม… เอาเงินของรัฐจ่ายไปตรง ๆ สมมติให้ 3 เดือน 60% ของค่าจ้าง ดีกว่าให้เอกชนประกาศว่าปิดตัวเอง

การที่รัฐประกาศว่าชดเชย เยียวยา ให้หยุดงานทั้งหมด เท่ากับรัฐรับเป็นนายจ้างเสียเองแล้วจ้างไหวเหรอ จ้างกี่เดือน ในต่างประเทศเขาทำกลับด้าน ให้เงินที่นายจ้างมีโจทย์ว่าห้ามปลดคนออก ถ้าปลดคนออกก็ยึดเงินคืน เช่น อังกฤษ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา หรือ ที่เยอรมนี จ่ายภาษีเท่าไหร่คืนเท่านั้น เช่น รัฐชดเชยตามที่เคยจ่ายภาษี จ่ายเท่าไหร่ ได้คืนเท่านั้น

พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนอะไรบ้าง

ในด้านกลับกัน การเข้ามาบริหารพรรคเพื่อไทย ของ “กลุ่มแคร์” นำโดย “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี-ภูมิธรรม เวชยชัย” แทนกลุ่ม“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค ที่ออกไปตั้งกลุ่ม “สร้างไทย” เตรียมเปิดตัวพรรคใหม่

“นพ.พรหมินทร์” บอกว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่กลุ่มแคร์เข้ามา คือ ขยายการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนต่าง ๆ ในพรรค เราดึงการมีส่วนร่วมของกลุ่มต่าง ๆ เข้ามา ไม่ใช่ทำเฉพาะกลุ่มที่อยู่ใกล้ชิด (ทักษิณ ชินวัตร) เดิมทีเดียวไม่ทั่วถึง ขณะนี้ก็กระจายอำนาจออกไป และสร้างความเข้าใจ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีอะไรใหม่ ๆ ให้ดู อาจจะไม่ปิ๊ง แต่รับรองว่าเปลี่ยน

“ดังนั้น เปลี่ยนทุกเรื่อง กระจายบทบาทในพรรคให้ทั่วถึง เปลี่ยนหน้าตาโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ให้ทันสมัยขึ้น มีประเด็นใหม่ ๆ ที่สื่อสารทางโซเชียลมากขึ้น”

ไร้แรงต้านของ ส.ส.

เมื่อถามถึง “แรงต้าน” จากกลุ่ม ส.ส. ที่กลุ่มอำนาจใหม่มักไม่ปรึกษา ส.ส.เวลาลงมือทำโครงการอะไร เพียงแค่แย้มว่า“ให้รอดู”

นพ.พรหมินทร์แย้งว่า จะมีแรงต้านได้อย่างไร นี่เป็นประโยชน์ของพวกเขา (ส.ส.) ทั้งสิ้น แต่บางทีเราไม่รีบบอก เพราะบางทีมันรั่วออกไปแล้วคนชอบลอก ถ้าลอกไม่เป็นแล้วเสียของ รัฐบาลลอกไม่เป็นก็เสียของ รอจนกระทั่งเปิดเผย และผมจะอธิบาย ส.ส.ว่ามีประโยชน์อย่างไร ส.ส.จะมีส่วนร่วมได้อย่างไร

“แค่อย่างนี้ก็เห็นแล้วภาพเก่า ๆ ของพรรคเริ่มเปลี่ยน แต่ไม่ได้เปลี่ยนให้ ส.ส.เสียหาย แต่เปลี่ยนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ผนึกกำลังกัน รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่เป็นหนึ่งเดียวกัน เช่น สามารถเอาลูกหลานมาเข้าโครงการ และมีส่วนร่วม เป็นโรงเรียนเพื่อผลิตคนรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่นักพูด แต่เป็นนักพูดที่คิดเป็นทำเป็น”

ตำนาน “กุมภาพันธ์” ของทักษิณ

อีกด้านหนึ่ง การเปิดตัว “Change Maker” ใช้วันที่ 7 กุมภาพันธ์ อาจมี “นัย” การเมืองแฝง หากเลียงลำดับตามไทม์ไลน์พรรคทักษิณ

6 กุมภาพันธ์ 2548 คือวันที่พรรคไทยรักไทย ของ “ทักษิณ” กำชัยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย 377 เสียง

8 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว “พรรคไทยรักษาชาติ” พรรคแบงก์ร้อยของ “ทักษิณ” เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันทำให้เกิดแผ่นดินไหวทางการเมือง นำมาสู่การ “ยุบพรรค”

7 กุมภาพันธ์ 2564 คือวันที่กลุ่มอำนาจใหม่ในเงาบ้านจันทร์ส่องหล้า-ขุนพลทักษิณ ประกาศ disrupt เริ่มต้นภาคใหม่ของ “พรรคเพื่อไทย” ในโครงการเฟ้นนักการเมืองรุ่นใหม่-หน้าใหม่

หากคนที่ตบเท้ากลับมาร่วมงานเปิดตัว “Change Maker” นอกจากแกนนำ “กลุ่มแคร์” ซึ่งเป็นมือซ้าย-มือขวาทักษิณ ยังมีแกนนำ “ไทยรักษาชาติ” (ทษช.) อย่าง “ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช” อดีตหัวหน้าพรรค

“พวงเพ็ชร ชุนละเอียด” ผู้จัดหาพรรคเก่ามาเปลี่ยนชื่อเป็น ทษช. ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรค หลานทักษิณ ตบเท้าเข้าร่วมซีน

ผู้อำนวยการโครงการ คือ“คณาพจน์ โจมฤทธิ์” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 8 มีฐานะเป็นเพื่อนของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวทักษิณ

ขณะที่คนเคยใกล้ชิด “คุณหญิงสุดารัตน์” สมัยอยู่เพื่อไทย อาทิ “ชวลิต วิชยสุทธิ์” กรรมการบริหารพรรค “วิชาญ มีนชัยนันท์” ประธานภาค กทม. ยังมาร่วมการเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ

แต่ไร้เงารองหัวหน้าพรรคอันดับหนึ่ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ในฐานะรองหัวหน้าพรรค หรือกระทั่ง “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ไม่ปรากฏตัว

อำนาจใหม่บริจาคเงินพรรค

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงปลายยุค “คุณหญิงสุดารัตน์” ในพรรคเพื่อไทย ก่อนพ้นจากเงาพรรคเพื่อไทยทุกตำแหน่ง เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2563 ปรากฏความเคลื่อนไหวสำคัญ

เพราะคนจากกลุ่มแคร์-สายตรงแดนไกล ต่างบริจาคเงินเข้าพรรคเพื่อไทย ในเดือนพฤศจิกายน รวมกัน 23 ล้านบาทตามรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาทิ

“พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” อดีต รมว.พลังงาน แกนนำกลุ่มแคร์ บริจาค 2 ล้านบาท “พิชัย นริพทะพันธุ์” รองหัวหน้าพรรค บริจาค 3 ล้านบาท ขณะที่ลูกชาย “พชร นริพทะพันธุ์” บริจาค 4 ล้านบาท

“จุฑารัตน์ เมนะเสวต” ที่คนในพรรครู้จักในนาม “คุณแจ๋ว” เพื่อนสนิทของ “คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์” มีชื่อบริจาค 2 ครั้ง ครั้งละ 1.5 ล้านบาท รวม 3 ล้านบาท

พวงเพ็ชร ชุนละเอียด บริจาค 1 ล้านบาท เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ 1 ล้านบาท

ต่างจากในเดือนก่อนหน้านั้นของปี 2563 ตั้งแต่มกราคม-ตุลาคม 2563 บุคคลสายตรงแดนไกล ไม่มีการบริจาคเงินเข้าพรรคแต่อย่างใด

พรรคเพื่อไทย ปรับโครงสร้าง รีแบรนด์ใหม่ คิดโปรเจ็กต์ใหม่ เพื่อสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่

แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็บริหารโดยคนสายตรงแดนไกลเช่นเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...