โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

HL ลั่นระฆังเทรด 3 ธ.ค.นี้ ชูจุดแข็งร้านขายยาค้าปลีก พื้นฐานแกร่ง

Wealthy Thai

อัพเดต 05 ส.ค. 2566 เวลา 20.04 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 13.45 น.

บมจ. เฮลท์ลีด (HL) ลั่นระฆังเทรด 3 ธ.ค.นี้ มั่นใจนักลงทุนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ชูจุดแข็งร้านขายยาค้าปลีกในรูปแบบ Chain Drug Store รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai และมีความสามารถทำกำไรสูง ประเมิน 3 ปีโตแรง จากแผนขยายสาขา รับผลดีจากแนวโน้มอุตสาหกรรมสุขภาพและนวัตกรรมคึกคัก ฟากซีอีโอ"ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล"ระบุ ตั้งเป้าผลงานปีนี้รักษาการเติบโตได้ในระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ หนุนมาร์จิ้นพุ่ง เผยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กอดหุ้นแน่น มั่นใจหลังระดมทุนเพิ่มศักยภาพ ผลักดันอนาคตเติบโตอย่างยั่งยืน
ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) HL เปิดเผยว่า บริษัทฯมั่นใจว่าในวันที่ 3 ธันวาคม 2564 หุ้น HL จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกในหมวดธุรกิจบริการ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก เนื่องจากธุรกิจของบริษัทฯอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเมกะเทรนด์ และธุรกิจร้านขายยาค้าปลีกในรูปแบบ Chain Drug Store รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai และมีความสามารถทำกำไรในระดับสูง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2561-2563 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 0.39 ล้านบาท จำนวน 21.77 ล้านบาท และจำนวน 52.08 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 0.05%, 2.38% 4.82% ตามลำดับ
ขณะที่ล่าสุดในงวด 9 เดือนของปี 2564 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 57.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.85% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 38.65 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 6.30% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 4.85%
"สำหรับภาพรวมของผลการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทฯตั้งเป้าหมายจะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยสามารถรักษาการเติบโตได้ตามค่าเฉลี่ยของ 3 ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวมที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นในปี 2561อยู่ที่ 15.71% และ17.98% สำหรับปี 2562 และ 2563 ตามลำดับ และผลงานที่ผ่านมาสามารถสะท้อนศักยภาพการผลักดันการเติบโตได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังมีบริษัท เฮลทิเนส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100% ประกอบธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “PRIME” และ “Besuto” ซึ่งจะมีการออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง และเป็นสินค้าที่สามารถทำกำไรสูง จะเป็นปัจจัยที่สำคัญช่วยผลักดันการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในอีก 3-5 ปีข้างหน้าได้อย่างแน่นอน"ภก.ธัชพลกล่าว
ภก.ศุภกร พันธุกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน)ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กล่าวว่าภายหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ กลุ่มพันธุกานนท์จะมีสัดส่วนการถือหุ้นรวม 72.22ของทุนจดทะเบียน 136 ล้านบาท และยังคงมีนโยบายที่จะรักษาสัดส่วนการถือหุ้นไว้ เนื่องจากเป้าหมายของการเข้าจดทะเบียน เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและผลักดันการเติบโตในระยะยาว สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ
“กลุ่มพันธุกานนท์ มีเจตนารมณ์ อยากให้มีร้านขายยาที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย อยู่คู่กับสังคมไทยไปตลอด สามารถกระจายยาไปยังชุมชนได้อย่างทั่วถึงทุกระดับ เราไม่ได้หวังว่าจะต้องทำกำไรให้มากที่สุด แต่อยากให้ร้านขายยาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของสังคม รองรับการก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ในทุกมิติ ตลอดจนมีการเติบโตอย่างยั่งยืน”
นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO)มั่นใจว่า HL จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในหมวดธุรกิจบริการที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดย HL ถือเป็นผู้ประกอบการร้านขายยาค้าปลีกที่จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ รวมกว่า 10,000 รายการ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จากการขยายสาขาเพิ่มทุกปี จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 26 สาขา ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ iCare มีจำนวน 10 สาขา Pharmax 12 สาขา vitaminclub 3 สาขา Super Drug 1 สาขา โดยแต่ละสาขามียอดขายต่อสาขาเติบโตต่อเนื่อง ช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่ดีได้ในระยะยาว รวมถึงการที่บริษัทฯมีแผนผลิตโปรดักส์ใหม่ที่เป็นสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพต่อยอดเพิ่มเติมจากแบรนด์ Besutoที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ป้องกัน และฆ่าเชื้อ Covid- 19รวมทั้งอาหารเสริมจากแบรนด์ Prime ที่เน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ซึ่งสองแบรนด์ได้รับรางวัลจากต่างประเทศอีกด้วย
"การเข้าระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของ HL ได้อีกมาก เพราะทำให้มีแหล่งทุนเพิ่มศักยภาพในการขยายสาขาได้ต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันการเติบโตในอนาคตได้อย่างก้าวกระโดด”
ทั้งนี้ HL ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 72 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น ในราคาหุ้นละ 9.80 บาท โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจบริการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...