โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ค่าเงินบาท’ ครึ่งปีหลังปั่นป่วน ภาษี‘ทรัมป์’กด USD อ่อนหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 01.11 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 01.11 น.

ห้องค้าเงินประเมิน “เงินบาท” สิ้นปีแข็งค่า “กสิกรไทย” ปรับคาดการณ์ใหม่คาดสิ้นปี 33.70 บาท/ดอลลาร์ เหตุนโยบายภาษีทรัมป์ทำดอลลาร์อ่อนกว่าคาด-ราคาทองพุ่งเร็ว-ฟันด์โฟลว์ทะลักเข้าบอนด์เอเชีย ฟาก “กรุงศรี” มองช่วงที่เหลือของปีเงินบาทผันผวนหนัก คาดไตรมาส 3 อ่อนค่าก่อนพลิกแข็งค่าในไตรมาสสุดท้าย-สิ้นปีมีโอกาสแตะระดับ 32 บาท/ดอลลาร์

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย, CFA ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (ห้องค้ากสิกรไทย) เปิดเผยว่า ห้องค้ากสิกรไทยได้ปรับคาดการณ์ค่าเงินบาทที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2568 จากเดิมประมาณการไว้ที่ 35.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้บริบทที่เปลี่ยนไปหลังนโยบายภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ากว่าคาด ราคาทองคำพุ่งขึ้นเร็ว เงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าตลาดพันธบัตร (บอนด์) เอเชียสูงกว่าคาด

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอมาก อาจนำไปสู่การอ่อนค่าของเงินบาทจากระดับปัจจุบันได้ โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวแรงในปีนี้ จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเติบโตได้เพียง 1.4% เท่านั้น จากประมาณการของศูนย์วิจัยกสิกรไทย

“เรายังเห็นโอกาสที่ค่าเงินบาท อาจอ่อนค่าลงจากระดับปัจจุบันได้ เนื่องจากค่าเงินบาทได้รับรู้ปัจจัยหนุนแข็งค่าจากภายนอกไปมากแล้ว ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอนั้น ตลาดยังไม่ได้รับรู้มากนัก”

นายกอบสิทธิ์ระบุว่า ความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้ายังอยู่ในระดับสูง จากภาษีนำเข้าของทรัมป์ที่อาจสะดุด การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐ และความกังวลหนี้สาธารณะสหรัฐ อาจทำให้ค่าเงินบาทผันผวนอย่างมากได้ในระยะข้างหน้า

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า กรุงศรีมองว่าช่วงไตรมาส 3 นี้ เงินบาทมีโอกาสจะอ่อนค่าไปทดสอบระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ จากปัจจัยภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ซึ่งต้องดูว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐจะคิดภาษีไทยเท่าไหร่ แต่ที่แน่ ๆ คงไม่ต่ำกว่า 10% แต่คงไม่ถึง 36% ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาด้วยว่า การเจรจาจะออกมาแล้วเงื่อนไขดีกว่าประเทศคู่ค้าอื่นของไทยหรือไม่

“ทุกคนมองคล้ายกันว่า เศรษฐกิจไตรมาสแรกโต 3.1% ส่วน 3 ไตรมาสที่เหลือของปี คงจะแย่ เพราะที่ผ่านมาเร่งส่งออกไปหมดแล้ว ที่สำคัญ แม้จะส่งออกได้มากในไตรมาสแรก แต่ภาคการผลิตก็ยังหดตัว ส่วนการบริโภคในประเทศก็ถูกกระทบจากระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง ด้านการลงทุนปีนี้ เรามองว่าอาจจะหดตัว เพราะทุกคนก็รอ และนโยบายภาครัฐที่จะส่งผลต่อการลงทุนภาคเอกชนก็อาจจะไม่ได้มีอะไรออกมามาก”

ขณะที่ช่วงไตรมาส 4 กรุงศรีมองว่า เนื่องจากคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะลดดอกเบี้ยในปีนี้รวม 3 ครั้ง มากกว่าที่ตลาดมองกันไว้ว่าจะลด 2 ครั้ง ดังนั้นค่าเงินบาทในไตรมาสสุดท้ายก็มีโอกาสจะกลับมาแข็งค่าขึ้นในระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์อีกครั้ง

“ค่าเงินบาทช่วงที่เหลือของปีน่าจะผันผวนมากพอสมควร เพราะปัจจัยเสี่ยงทับซ้อนกันค่อนข้างมาก”

ทั้งนี้ กรุงศรีคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.50% ในการประชุมวันที่ 17-18 มิ.ย. โดยตลาดจะให้ความสนใจกับประมาณการเศรษฐกิจเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ชุดใหม่จากเจ้าหน้าที่เฟด ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านและผลกระทบต่อราคาพลังงานยกระดับความไม่แน่นอนที่สูงอยู่แล้วจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์

ภาวะดังกล่าวอาจทำให้เฟดเลือกที่จะยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในไตรมาส 3/2568 ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ ล่าสุด บ่งชี้ว่าหากไม่มีความเสี่ยงที่เกิดจากนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ เฟดน่าจะพร้อมสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ไปแล้ว

อนึ่ง ตลาดตอบสนองต่อข่าวกรอบข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างจำกัด เนื่องจากศาลอุทธรณ์สหรัฐประกาศขยายการดำเนินภาษีตอบโต้จนกว่าคดีจะถูกพิจารณาในวันที่ 31 ก.ค. นักลงทุนจะประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางในมิติของระดับความรุนแรงต่อต้นทุนน้ำมันมากกว่ามิติการพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ค่าเงินบาท’ ครึ่งปีหลังปั่นป่วน ภาษี‘ทรัมป์’กด USD อ่อนหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...