โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยวิวัฒนาการ iPod และสาเหตุที่ทำให้ Apple ต้องเลิกผลิต

ย้อนรอยวิวัฒนาการ iPod และสาเหตุที่ทำให้ Apple ต้องเลิกผลิต
ย้อนรอยวิวัฒนาการไอพอด (iPod) ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นสุดท้าย ก่อนถูกเทคโนโลยสตรีมเพลงออนไลน์แทรกแซงอย่างในปัจจุบัน

ไอพอด (iPod) เคยเป็นผลิตภัณฑ์จากแอปเปิล (Apple) ที่ครองใจใครหลาย ๆ คน โดยแบ่งออกเป็น 4 รุ่น ใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่รุ่นคลาสสิก (Classic), รุ่นมินิ (Mini), รุ่นนาโน (Nano), รุ่นชัฟเฟิล (Shuffle), รุ่นทัช (Touch) และสามารถแบ่งย่อยได้อีก ดังนี้

ไอพอด คลาสสิก

- รุ่น 1 เปิดตัวในปี 2001

- รุ่น 2 เปิดตัวในปี 2002

- รุ่น 3 เปิดตัวในปี 2003

- รุ่น 4 ได้แก่ ไอพอด โฟโต้ (iPod Photo) เปิดตัวในปี 2004 และไอพอด วิท คัลเลอร์ ดิสเพลย์ (iPod with colour display) เปิดตัวในปี 2005

- รุ่น 5 เปิดตัวในปี 2005

- รุ่น 6 เปิดตัวในปี 2007

ไอพอด มินิ

- รุ่น 1 เปิดตัวในปี 2004

- รุ่น 2 เปิดตัวในปี 2005

ไอพอด นาโน

- รุ่น 1 เปิดตัวในปี 2005

- รุ่น 2 เปิดตัวในปี 2006

- รุ่น 3 เปิดตัวในปี 2007

- รุ่น 4 เปิดตัวในปี 2008

- รุ่น 5 เปิดตัวในปี 2009

- รุ่น 6 เปิดตัวในปี 2010

- รุ่น 7 เปิดตัวในปี 2012

ไอพอด ชัฟเฟิล

- รุ่น 1 เปิดตัวในปี 2005

- รุ่น 2 เปิดตัวในปี 2006

- รุ่น 3 เปิดตัวในปี 2009

- รุ่น 4 เปิดตัวในปี 2010

ไอพอด ทัช

- รุ่น 1 เปิดตัวในปี 2007

- รุ่น 2 เปิดตัวในปี 2008

- รุ่น 3 เปิดตัวในปี 2009

- รุ่น 4 เปิดตัวในปี 2010

- รุ่น 5 เปิดตัวในปี 2012

- รุ่น 6 เปิดตัวในปี 2015

- รุ่น 7 เปิดตัวในปี 2019

จะสังเกตเห็นได้ว่าในช่วงแรก ๆ แอปเปิลออกไอพอดรุ่นใหม่ถี่มาก ปีละ 1-2 รุ่น ในขณะที่ช่วงหลังเว้นระยะห่างนานขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการมาถึงของสมาร์ตโฟนและความง่ายในการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ แอปเปิลได้ประกาศเลิกผลิตไอพอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีสาเหตุหลักมาจากการถูกแทรกแซงโดยเทคโนโลยีใหม่อย่างการสตรีมเพลงผ่านระบบออนไลน์และสมาร์ตโฟน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ผู้คนไม่จำเป็นต้องพกไอพอดแยกกับสมาร์ตโฟน และไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพลงไว้ฟัง เพราะสามารถฟังผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที

ข้อมูลจาก en.wikipedia.org

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ