นิติเวชมศว.ยันทำตามหลักวิชาการคดีแตงโม
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 09 มิ.ย. 2565 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 08.05 น. • สำนักข่าวไทย อสมทมศว.9 มิ.ย.-แพทย์นิติเวช มศว. ยืนยัน การให้ข้อมูล ความเห็น คดีแตงโม เป็นไปตามหลักวิชาการ ไม่เคยชี้นำ ฟันธง ให้ประชาชนสับสน ตามที่ อัจฉริยะ ร้องสอบจริยธรรม ต่อแพทยสภา
รศ . นพ. วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี หรือ “หมอหมู” อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ยืนยันว่า การออกมาให้ ความเห็น ข้อมูล เชิงนิติเวช ในคดี ที่ประชาชน สนใจ รวมถึง คดี ของ นางสาว ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม นั้น เป็นการ ให้ ความเห็นตาม หลักวิชาการ ไม่เคยให้ความเห็นชี้นำสังคม ประชาชน หรือ ฟันธง ว่า บาดแผล เกิดจาก อะไร หรือ แตงโม ตกจากท้ายเรือ หรือหัวเรือ และส่วนตัว ไม่รู้จักกับตำรวจภูธรภาค 1 หรือ มีการโทรสอบถามข้อมูล จาก หมอนิติเวช เพื่อนำข้อมูลมาให้สัมภาษณ์ ผ่านสื่อมวลชน ทำให้ ประชาชนสับสน ตามที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มีการกล่าวอ้างและร้องต่อแพทยสภา ให้ตรวจสอบจริยธรรมของตน ทั้งนี้ หากแพทยสภา เรียกไปชี้แจง ก็พร้อม เข้าให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง และยัง ไม่หมดกำลังใจ ยินดีให้ข้อมูล ความรู้ ตามหลักวิชาการ ด้านนิติเวชกับประชาชนต่อไป โดยยังไม่คิดฟ้องกลับ นายอัจฉริยะ
ส่วนกรณีที่แม่ของแตงโม ร้อง อธิบดีอัยการภาค 1 ให้ มีการตรวจสอบคราบเลือดบนเรือใหม่นั้น ตามหลักวิชาการ การตรวจหาคราบเลือด และดีเอ็นเอ สามารถตรวจซ้ำ เพื่อ ไขข้อสงสัยได้ แม้เวลาจะผ่านมากว่า 3 เดือน หรือมีการล้างทำความสะอาด เพื่อทำลาย พยาน วัตถุ ก็ยังสามารถตรวจได้ ด้วยน้ำยาพิเศษ ทำในที่มืด หากมีคราบเลือดอยู่ พื้นที่ตรงนั้นจะปรากฎแสงสีฟ้าตามรอยเลือดเดิม ประมาณ 30 วินาที แต่หากเป็น คราบน้ำแดง คราบไวน์ จะไม่ปรากฎแสงสีฟ้า แต่ หากเรือ ซึ่งเป็น วัตถุพยานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ ไม่เหมาะสม เช่น ถูกแสงแดด ความร้อนปริมาณมากๆ ในเวลานาน ดีเอ็นเอ อาจเสื่อมสลายไปได้ นอกจากนี้ ประเด็นที่ชาวเน็ตยังสงสัยว่า ทำไมร่างของแตงโมที่แช่อยู่ในน้ำนานแต่ทำไมเลือดยังไม่หยุดไหล รศ.นพ.วีระศักดิ์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ตามหลักทฤษฎี บาดแผลขนาดใหญ่ ที่ต้นขาขวา เส้นเลือดใหญ่ถูกตัดขาด เวลายังไม่เสียชีวิต หัวใจมีการบีบรัด เลือดจะไหลจากบาดแผลได้ปริมาณมาก แต่เมื่อเสียชีวิตแล้ว เลือด ไม่ได้มีการแปรสภาพ และบาดแผลยังเปิดอยู่ ทำให้ขณะเวลาเก็บกู้ศพ เคลื่อนย้ายศพ จากที่เกิดเหตุ ทำให้ ยังมีเลือดไหลออกมาได้ แต่ในปริมาณน้อย.-สำนักข่าวไทย