โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ปอร์เช่ 'เพิ่มทางเลือก-ส่งมอบเร็ว' ดันตลาดสปอร์ตหรูโตต่อเนื่อง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 20.18 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 03.04 น.

แม้ว่างานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์ โชว์ ที่กำลังดำเนินงานอยู่ในขณะนี้ ไปจนถึงวันที่ 7 เม.ย. หลายคนจะบอกว่า บรรยากาศของงาน ถูกครอบคลุมด้วยรถยนต์จากประเทศจีนที่แห่กันเข้ามารุกตลาดประเทศไทย ทั้งรายเดิม และรายใหม่ที่ใช้เวทีเปิดตัวเป็นครั้งแรก

แต่จริงๆ แล้วในงานนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวของอีกหลายบู๊ธที่น่าสนใจ แตกต่างกันไป รวมถึงรถสปอร์ตชื่อดังจากเยอรมนี ปอร์เช่ (Porsche)

เพราะการร่วมงานปีนี้ มีอะไหรหลายอย่างที่น่านใจ และดึงดูดใจผู้ชมงาน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอรถยนต์ถึง 12 รุ่น ให้ลูกค้าได้เลือกตามความต้องการที่แตกต่าง

หรือสุดยอดรถสปอร์ตซึ่งเป็นที่ใฝ่ฝันของหลายคนอย่างตระกูล 911 นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น 911 ร่วมเวทีถึง 4 รุ่น นำโดย ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) รถที่เรียกว่าลงแข่งในแทรคได้ แต่ก็สามารถขับขี่บนท้องถนนได้ เข้าของค่าตัวเริ่มต้น 25.9 ล้านบาท

ธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป เปิดเผยว่า การมีตัวเลือกที่หลากหลายถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของปอร์เช่ และทำให้หลายปีที่ผานมา ยอดขายปอร์เช่ ประเทศไทย อยู่ในระดับพันคันมาโดยตลอด

โดยล่าสุดปี 2566 ทำได้ 1,425 คัน นำโดยคาเยนน์ ตามด้วย ไทคานน์ มาคันน์ และพานาเมร่า และที่น่าสนใจคือ หลายรุ่นสามารถสร้างยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ เช่น มาคันน์ ที่มียอดสูงกว่า 200 คัน พานาเมร่า มากกว่า 200 คัน หรือ 911 ที่ทำได้ 187 คัน

และแม้ว่าปัจจุบันจะพบว่าตลาดรถยนต์โดยรวมมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการเข้ามาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก และบริษัทรถยนต์รายใหม่เข้ามาเปืดตัวมากขึ้น แต่เชื่อว่าการทำตลาดหากมีจุดขายที่ชัดเจน ก็ยังคงได้รับความเชื่อใจจากลูกค้าเช่นเดิม

ในส่วนของปอร์เช่ ความหลากหลายเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญมาตลอด โดยปัจจุบัน ปอร์เช่ มีรถให้เลือกทั้ง เครื่องยนต์, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และพลังงานไฟฟ้า

“เรายังแยกย่อยไปอีก เช่น เครื่องยนต์ก็มีทั้งแบบเทอร์โบ หรือ ไม่มีเทอร์โบ ซึ่งลูกค้าบางส่วนยังต้องการ หรือ รถรุ่นเดียวก็มีหลายทางเลือก เช่น คาเยนน์ มีทั้งปลั๊ก-อิน หรือ วี6 วี8”

ทั้งนี้ความหลากหลายของรถใหม่ ปอร์เช่ เสริมตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปืดตัว มาคันน์ อีวี และเตรียมเปิดตัว พานาเมร่า อี-ไฮบริด หรือ การเริ่มต้นส่งมอบ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ เป็นต้น

นอกจากความหลากหลาย ก็ยังมีความรวดเร็ว เพราะปัจจุบันลูกค้าปอร์เช่ไม่ต้องรอรถนาน บางรุ่นสามารถรับรถได้ทันที ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจอย่างมาก โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทแม่ ปอร์เช่ เอจี เห็นถึงศักยภาพในการทำตลาด และให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งการจัดสรรโควต้ารถ และความเร็วในการส่งรถ

“ปอร์เช่มีสโลแกน คือ Driven by Dream ลูกค้ามีความใฝ่ฝันที่จะได้ขับปอร์เช่ ดังนั้นการมีรถให้เลือก มีรถพร้อมส่งมอบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และสร้างความพอใจให้กับลูกค้า”

ธนบดี กล่าวว่า ความหลากหลายของสินค้ายังส่งผลดีอีกสิ่งหนึ่ง คือ การทำให้ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มผู้หญิง หรือ กลุ่มคนหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันลูกค้าผู้หญิงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีสัดส่วนประมาณ 36% ขณะที่ลูกค้าหลักซึ่งอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง35-45 ปี แต่ก็พบว่ามีลูกค้ากลุ่ม 18-25 ปี เพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ

"ก่อนหน้านี้ ปอร์เช่ ถูกมองภาพเป็นรถสปอร์ตที่เหมาะกับผู้ชาย เหมาะกับผู้ขับรถเร็ว แต่จริงๆ แล้วไมได้เป็นเช่นนั้น มันเป็นรถที่มีสมรถนะดี สร้างความพึงพอใจในการขับขี่ สำหรับทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะหากพูดถึงรถยนต์ แรงม้า แรงบิด ใกล้ๆ กันได้ แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างคือ อีโมชั่น ที่ได้จากการขับ"

ธนบดีระบุว่า การสร้างจุดแข็งในด้านต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับ นอกจากจะทำให้ปอร์เช่ ประสบความสำเร็จในการทำตลาดแล้ว ยังมีส่วนช่วยได้มากในยุคที่มีปัจจัยลบเกิดขึ้น

เช่น ปัจจุบันที่ตลาดรถยนต์กำลังได้รับผลกระทบ แต่การทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากได้รถ ทำให้ปอร์เช่ ยังสามารถเดินหน้าทำตลาดได้อย่างน่าพอใจ รวมถึงการเข้าร่วมงาน มอเตอร์ โชว์ ที่ได้รับการตอบรับจำนวนมาก

และแน่นอน แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์จะไม่ดีนัก และเกิดหลายเหตุการณ์ที่ผิดปกติ รวมถึงสงครามราคา แต่ปอร์เช่ จะไม่ลงไปเล่นในสงครามนี้อย่างแน่นอน

“หากเราดึงลูกค้ามาจากการลดราคา ก็อาจจะไม่ได้ลุกค้าที่อยากได้รถเราจริงๆ และที่สำคัญ ยังเป็นการ ดีแวลู แบรนด์ อีกด้วย” ธนบดี กล่าว

สำรวจ สีสัน-แคมเปญ เวที มอเตอร์โชว์

ปอร์เช่ ประเทศไทย เข้าร่วมงาน มอเตอร์โชว์ โดยขนทัพรถจัดแสดงรวม 12 รุ่นคือ

  • ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส ราคาเริ่มต้น 25.9 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต ราคาเริ่มต้น 25.8 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ 911 จีที 3 มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท ราคาเริ่มต้นที่ 20.4 ล้านบาท และชุดแต่งเสริมสมรรถนะ Manthey Performance Kit ราคาเริ่มต้นที่ 1,999,999 บาท
  • ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า ที ราคาเริ่มต้นที่ 12.1 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ 718 เคย์แมน สไตล์ อิดิชั่น ราคาเริ่มต้นที่ 6.55 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ ครอส ทัวริสโม พร้อมชุดแต่ง Tequipment ราคาเริ่มต้น 10.4 ล้านบาทปอร์เช่ ไทคานน์ ราคาเริ่มต้น 6.45 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด แพลทตินั่ม อิดิชั่น ราคาเริ่มต้น 7.79 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด เอ็กเซ็กคูทีฟ ราคาเริ่มต้นที่ 7.85 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ พร้อมออพชั่น Lightweight Sport Package และสีพิเศษ Paint-to-Sample (PTS) ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท
  • ปอร์เช่ มาคันน์ เอส ราคาเริ่มต้นที่ 5.89 ล้านบาท

ส่วนแคมเปญในงาน เช่น สิทธิการซื้อการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ เยอรมนี นานสูงสุด 15 ปี ส่วนลด 25% สำหรับสินค้า Porsche LifeStyle Voucher Charging Credit มูลค่า 10,000 บาท สำหรับรุ่นพานาเมร่า และ 20,000 บาท สำหรับไทคานน์ เมื่อซื้อรถปอร์เช่พร้อมส่งมอบภายในงาน

ลูกค้าที่ซื้อ ไทคานน์ ทุกรุ่น และมาคันน์ อีวี ภายในงาน รับ Shell Voucher Charging Credit ส่วนลด 50% สำหรับการชาร์จไฟฟ้า ระยะเวลานานสูงสุด 3 ปี

ลูกค้าที่จองรถปอร์เช่ภายในงาน จะได้รับ Discount Voucher ส่วนลด 1,000 บ. สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Autoglym

ทุกใบสั่งซื้อที่จัดไฟแนนซ์กับ ttb DRIVE ภายในวันที่ 2 เม.ย. รับ Jo Malone Special Set และลูกค้า 24 รายแรก รับบัตรน้ำมัน PTT มูลค่า 2,000 บาท

ลูกค้าสินเชื่อธนาคารกสิกรไทย รับสิทธิผ่อนชำระเงินดาวน์ 0% ผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย และฟรีค่าธรรมเนียมใช้บัตรเครดิต นานสูงสุด 6 เดือน พร้อมรับสิทธิ์แคมเปญขับฟรี 90 วัน สำหรับลูกค้ากลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV ถึงวันที่ 30 เม.ย.

0 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0