โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Crystal Healing” พลังหินบำบัด กับจักระทั้ง 7 ของร่างกาย

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

ความเชื่อเรื่องคริสตัล หรือหิน ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แถมยังมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมขึ้นไปอีกหลากหลายแขนง ครั้งนี้เราอยากให้โฟกัสไปที่เรื่องของพลังงานจากคริสตัล หรือพลังงานจากหินแบบแรกเริ่ม เพื่อนำไปสู่การบำบัดเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงแบบองค์รวม อันเป็นอีกแนวทางของแพทย์ทางเลือกทั้งหลายประเทศในแถบเอเชีย และหลายประเทศทั่วโลกกำลังนิยมเป็นอย่างมากก่อนดีกว่า

ใจความสำคัญที่ทำให้เกิดความเชื่อเรื่องพลังงานจากหิน เนื่องจากว่าหิน คริสตัล รวมทั้งอัญมณีต่าง ๆ ซึ่งมีการกำเนิดมาพร้อมกับโลก ในรูปแบบที่แตกต่าง กระบวนการฟอร์มตัวที่แตกต่างกัน และผ่านเวลาจนมาถึงในปัจจุบันที่ยาวนานมากพอกับการกำเนิดโลก ในแง่ของหลักธรณีและปฐพีวิทยา ผสานกับแนวความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย จึงพอจะสรุปอย่างสังเขปได้ว่า เหล่าหินดังกล่าวในข้างต้นนั้นมีพลังงานที่สะสมมานานร่วมล้านปี (เท่าการเกิดของโลก ซึ่งต้องเป็นหินที่เกิดในธรรมชาติจริง และไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่นการเผา หรือเติมสารเคมีลงไป) โดยเมื่อหินที่นำมาใช้บำบัดรักษาได้รับการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะความร้อน แสง เสียง แรงกดอัด รวมทั้งพลังงานต่าง ๆ จากร่างกายมนุษย์นั้น จะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับหินก้อนนั้น ๆ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้แพทย์ทางเลือกใช้พลังงานหิน มาใช้ในการรักษาและบำบัดอาการเจ็บป่วย โดยมีหลักการเบื้องต้นคือการวางหินตามจักระทั้ง 7 ของมนุษย์ (ตามความเชื่อของศาสตร์ตะวันออก) ที่เชื่อว่าจุดต่าง ๆ ทั้ง 7 จุดตามจักระนั้นมีความสำคัญและเชื่อมโยงกันทั้งร่างกายและจิตใจ หากจุดใดจุดหนึ่ง หรือหลายจุดมีความผิดปกติ หรือเจ็บป่วยก็จะส่งผลทั้งหมด การบำบัดด้วยคริสตัล (ในปัจจุบันที่มีการผสมผสานกับแพทย์ยุคปัจจุบัน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในขณะนี้) มีขั้นตอนคือการานำหิน หรือคริสตัล วางลงบนตำแหน่งของจักระทั้ง 7 ในระยะเวลาอันเหมาะสม (ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่หรือนักบำบัดที่ผ่านกรอบรมมาอย่างถูกต้อง) หากหินแต่ละก้อนไม่มีความเปลี่ยนแปลง ในเบื้องต้นหมายความว่าร่างกายและจิตใจของผู้รับการบำบัดอยู่ในสภาวะปกติแข็งแรง แต่หากหินมีความผิดปกติ เช่น เปลี่ยนสีไปจากเดิม มีความร้อนสูงผิดปกติ ในบางกรณีมีไอน้ำเกิดขึ้นที่ตัวหินในปริมาณสูง จะถูกตั้งข้อสงสัยเบื้องต้นว่าจักระในบริเวณดังกล่าวมีความผิดปกติ นักบำบัดจะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อการรักษาที่ถูกต้องร่วมด้วย

 

7 จักระ และ 7 *คริสตัลที่นำมาใช้ ได้แก่ *

1 มูละธารณะ หรือจักระที่ 1 *บำบัดด้วย Jasper  *

เป็นบริเวณระหว่างอวัยวะเพศและทวารหนัก อันเป็นรากฐานของจักระทั้งหมดของร่างกาย ว่าด้วยกลไกการสืบพันธุ์ของมนุษย์

2 สวาธิษฐานะ หรือจักระที่ 2 บำบัดด้วย Citrine

บริเวณปลายก้นกบ ศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังทางเพศ การขับของเสียออกจากร่างกาย โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งเพศชายและหญิง

3 มณีปุระ หรือจักระที่ 3 *บำบัดด้วย Green Aventurine *

อยู่บริเวณแนวสะดือยึดโยงกับกระดูกสันหลัง ศูนย์กลางของร่างกาย อันมีความข้องเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารและขับถ่ายของเสียโดยตรง โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอวัยวะภายในช่องท้อง อาทิ ลำไส้ กระเพาะอาหาร

4 อะนาหตะ หรือจักระที่ 4 *บำบัดด้วย Rose Quartz *

ช่วงบริเวณของหัวใจ ศูนย์กลางของความรัก อารมณ์ความรู้สึกที่เกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับโรคของระบบการหมุนเวียนเลือด หัวใจ และเส้นเลือด

5 วิศทะ หรือจักระที่ 5 *บำบัดด้วย Lapis Lazuli *

บริเวณช่วงคอ หรือแนวไหล่ จักระแห่งระบบทางเดินหายใจ และความผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังต่าง ๆ

6 อะชะ หรือจักระที่ 6 บำบัดด้วย Amethyst

จักระบริเวณหน้าผาก ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้สติปัญญา ซึ่งมักเกิดความเครียด ความผิดปกติของระบบประสาท

7 สหสราระ หรือจักระที่ 7 *บำบัดด้วย Clear Quartz *

จักระบนสุดของร่างกาย อยู่บริเวณกลางกระหม่อม (ลากเป็นเส้นตรงพาดกลางใบหน้า) เป็นจุดศูนย์รวมของทุกจักระในร่างกาย และยังเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติและโรคที่เกิดกับเส้นประสาทบนใบหน้า อวัยวะในช่องปาก สมอง ตา หู และความผิดปกติที่นอกเหนือจากจักระอื่น เช่น ต่อมทอนซิล หรือระบบกล้ามเนื้อเป็นต้น

ทั้งนี้ Crystal Healing หรือศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยหิน คริสตัล หรืออัญมณี ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาตามแนวทางของแพทย์ทางเลือก เพื่อเป็นไปในการรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ โดยมี Crystal Healing *ตามจักระ เป็นเพียงการบำบัดเพื่อคลายพลังงานที่ไม่ดีหรือผิดปกติ ที่เกิดขึ้น ณ จักระใดจักระหนึ่งเพื่อบรรเทา และนำไปปรับไลฟ์สไตล์หลังรับการบำบัดเพื่อสร้างความแข็งแรงเท่านั้น หากมีความผิดปกติรุนแรงจนเจ็บป่วย ในสถานบำบัดหลายแห่งก็ยังคงแนะนำให้รักษากับแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด *

 

ภาพประกอบ

www.energymuse.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...